เปิดแผนเทคออฟ ‘การบินไทย’ หลังศาลไฟเขียวแผนฟื้นฟู เริ่มเที่ยวบินพาณิชย์ไตรมาส 3 รับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์   

thai airways การบินไทย

กว่า 1 ปี ของเส้นทางฟื้นฟูกิจการ “การบินไทย” หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2563  ให้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย  มาถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่ง “เห็นชอบ” แผนฟื้นฟูให้ดำเนินการในระยะเวลา 5 ปี และขยายได้ครั้งละ 1 ปี 2 ครั้ง  รวมไม่เกิน 7 ปี  ถือเป็นสัญญาณของสายการบินแห่งชาติ อายุ 61 ปี เตรียม Take Off  อีกครั้ง

- Advertisement -

การบินไทยถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศผ่านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในปี 2562 ช่วยสร้างเศรษฐกิจประเทศรวม 1.2 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7.2% ของจีดีพีประเทศ สร้างงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง 1.3 ล้านคน

ในปี 2563 อุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 รวมทั้งการบินไทย ที่ยังขาดสภาพคล่องและกระแสเงินสด อีกทั้งมีปัญหาขาดทุนสะสมมาต่อเนื่องมาหลายปี  วันที่ 14 กันยายน 2563 ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการ

ข้อมูลจากแผนฟื้นฟู “การบินไทย”  

– การประชุมเจ้าหนี้ 36 กลุ่มมีมูลหนี้รวม 410,141 ล้านบาท (ตัวเลขยังอยู่ระหว่างเจรจาคาดว่าน้อยกว่านี้)

– การฟื้นฟูกิจการขอรับสินเชื่อใหม่ 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

  •  สินเชื่อใหม่ 25,000 ล้านบาท  (จากการสนับสนุนของรัฐ รูปแบบเงินกู้ หรือค้ำประกัน)
  • สินเชื่อใหม่ 25,000 ล้านบาท  (จากภาคเอกชน)

วิสัยทัศน์ใหม่กับภารกิจ 4 ด้าน

หลังศาลเห็นชอบแผนฟื้นฟู “การบินไทย” พร้อมกลับมาบินอีกครั้ง ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ คือ สายการบินคุณภาพสูง ที่ให้บริการเต็มรูปแบบด้วยความแข็งแกร่งของอัตลักษณ์ความเป็นไทย เชื่อมโยงประเทศไทยสู่ทั่วโลกและกลับมาสร้างผลกำไร ด้วยภารกิจ 4 ด้าน

  1. สายการบินที่ลูกค้าเลือกเป็นลำดับแรก ปรับเปลี่ยนและออกแบบผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. เพิ่มศักยภาพด้านการพาณิชย์ มีเป้าหมายหารายได้มากขึ้น เสนอบริการเสริมที่เป็นตัวเลือกเต็มรูปแบบ เสนอช่องทางการขายและการตลาดหลากหลายช่องทาง (Omni-channel) เพื่อความแข็งแกร่งด้านการพาณิชย์ด้วยการลงทุนด้านดิจิทัล
  3. การบริหารต้นทุนให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินได้

– การปรับปรุงสัญญาเช่าเครื่องบิน

– การบริหารค่าใช้จ่าย

– การปรับลดความซับซ้อนโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมกับธุรกิจ และคล่องตัวมากขึ้น

– ปรับลดจำนวนพนักงานให้สามารถแข่งขันในธุรกิจการบินได้  ปี 2562 มีพนักงานรวม 27,944 คน ปี 2563 ลดเหลือ 19,537 คน และปี 2564-2568 จะลดลงเหลือ 13,000-15,000 คน

4. เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงในด้านการปฏิบัติการและความปลอดภัย และเชื่อมโยงกับภูมิภาค

Thai airways การบินไทย

กลยุทธ์เพิ่มรายได้-ลดต้นทุน

นอกจากนี้ การบินไทยได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อขับเคลื่อนองค์กร Chief of Transformation Office เพื่อนำโครงการริเริ่มจากพนักงานทุกระดับทุกสายงานกว่า 600 โครงการ มาทำการศึกษาและวิเคราะห์ธุรกิจและหาโอกาสพัฒนาธุรกิจใหม่ ตามเป้าหมายคือเพิ่มรายได้ 15% และลดค่าใช้จ่ายลงอีก 15%

กลยุทธ์เพิ่มรายได้ เช่น หน่วยธุรกิจการบินที่ดูแลครัวการบิน บริการภาคพื้น และคลังสินค้า ตามแผน 5 ปี ได้ ศึกษาการตั้งบริษัทใหม่ ตามเทรนด์ธุรกิจที่มีศักยภาพและตลาดขนาดใหญ่ เพื่อสร้างกำไรกลับมาให้การบินไทย

หลังเปิดครัวการบินไทยที่สำนักงานถนนวิภาวดีเพื่อให้บริการธุรกิจร้านอาหารในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมาได้เปิดภัตตาคาร ที่สำนักงานขายตั๋ว จังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมรับการท่องเที่ยว “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ในเดือนกรกฎาคมนี้

พร้อมศึกษาโอกาสการขยายธุรกิจบริการเลาจน์และสปา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งมองหาผู้ร่วมทุนเพื่อขยายธุรกิจดังกล่าว  กลุ่มคาร์โก มองโอกาสพัฒนาเป็นโลจิสติกส์ครบวงจร รับตลาดอีคอมเมิร์ซโต ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ฝั่งลดค่าใช้จ่ายการบินไทยทำได้แล้วกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี ดังนี้

  1.  การเจรจาต่อรองปรับลดค่าเช่าเครื่องบิน จากผู้ให้เช่า (Lessor) ให้เป็นแบบยืดหยุ่น ตามชั่วโมงการใช้งานจริง (Power by the hour) หรือปรับลดค่าเช่าซื้อเครื่องตลอดอายุสัญญา
  2.  การปรับลดแบบเครื่องบิน จาก 12 แบบ เหลือ 5 แบบ การปรับลดแบบเครื่องยนต์จาก 9 แบบ เหลือ 4 แบบ พร้อมเจรจากับผู้ซ่อมเครื่องยนต์เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
  3. จัดกลุ่มนักบินให้เหมาะสมกับแบบเครื่องบิน จาก 5 กลุ่ม เหลือ 3 กลุ่ม ปรับสัดส่วนโครงสร้างค่าตอบแทนนักบิน ให้มีสัดส่วนเงินเดือนประจำและค่าตอบแทนรายชั่วโมงลดลง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายช่วงอุปสงค์การบินยังไม่กลับคืนสู่ปกติก่อนวิกฤติโควิด
  4. ปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ลดขั้นตอนการบังคับบัญชา จาก 8 ขั้นตอน เหลือ 5 ขั้นตอน ลดจำนวนผู้บริหารลงจาก 800 อัตราเหลือ 500 อัตรา
  5. ปรับลดพนักงานจาก 27,944 คนในปี 2562 ปัจจุบันเหลือ 16,500 คน และสิ้นปี 2564 จะเหลือ 15,000 คน เพื่อทำให้องค์กรคล่องตัวและแข่งขันได้ในอนาคต

การลดพนักงานได้ขอความร่วมมือผ่านโครงการลาระยะยาว รับเงินเดือน 20% โครงการลาหยุดไม่รับเงินเดือน  โครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร (สมัครใจลาออก) ทำให้ค่าใช้จ่ายพนักงานลดลงจากเดือนละ 2,500 ล้านบาท ในปี 2563 เหลือเดือนละ 800 ล้านบาท ในปลายปีนี้  โดยรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ของการบินไทย ลดลงไปแล้ว 50%

Thai airways การบินไทย

ไตรมาส 3 เปิดบินเชิงพาณิชย์ 5 เส้นทางยุโรปลงภูเก็ต

คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเรื่องท้าทายของการบินไทยขณะนี้ คือ กระแสเงินสด (Cash flow) กำลังจะหมดลงแล้วในช่วงสิ้นปีนี้ จึงต้องเร่งหาวิธีในการนำทรัพย์สินรองมาหารายได้ รวมทั้งเจรจากับเจ้าหนี้ธนาคาร หรือเจ้าหนี้รายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น สหกรณ์ออมทรัพย์ เจ้าหนี้ภาครัฐ เพื่อสนับสนุนแผนการฟื้นฟูการบินไทย

ตั้งแต่ไตรมาส 3 การบินไทยจะกลับมาเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ขนส่งผู้โดยสาร (Commercial Flight) เพื่อสนับสนุนนโยบาย “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” (Phuket Sandbox) เชื่อว่าหลังการฉีดวัคซีนกระจายไปในเมืองหลักๆ จะทำให้สามารถเปิดเมืองท่องเที่ยวเพิ่มได้อีก และน่าจะมีสัญญาณที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในต้นปีหน้า

คุณนนท์ กลินทะ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ (DN) กล่าวว่าการกำหนดเส้นทางบินไตรมาส 3 และ 4 ที่จะเริ่มเข้าสู่ Commercial Flight  เลือกจากเส้นทางที่การบินไทยทำกำไรได้  เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย หากเป็นในระยะบิน 3-4 ชั่วโมงและดีมานด์ยังไม่มาก จะให้ไทยสมายด์ ทำการบิน เช่น พนมเปญ ฮานอย ไซง่อน

โดยไตรมาส 3 จะเปิดเส้นทาง “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ในยุโรป 5 เมือง คือ แฟรงเฟิร์ต ลอนดอน  โคเปนเฮเกน ปารีส ซูริค บินตรงไปภูเก็ต

ไตรมาส 4  เพิ่มเมืองที่จะบินเข้าภูเก็ต เช่น นิวเดลี อินเดีย (หากสถานการณ์โควิดดีขึ้น) เกาหลี และญี่ปุ่น ส่วนไทยสมายล์ เส้นทางบินจากฮ่องกงและสิงคโปร์ เข้าภูเก็ต

การเปิดเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3  หากเทียบกับก่อนโควิด จำนวนไฟลท์มีสัดส่วนเพียง 35% ไตรมาส 4 เพิ่มเป็น 40% เป็นการทยอยเปิดบินตามดีมานด์ในแต่ละเส้นทาง ที่จะช่วยสร้างกระแสเงินสดเข้ามา และช่วงครึ่งปีหลังจะมีรายได้มากกว่าช่วงครึ่งปีแรก

ถือเป็นการเริ่มต้นกลับมาเทคออฟอีกครั้งของการบินไทย หลังจากต้องเจอกับสถานการณ์โควิด และเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

“ชาญศิลป์” แจ้งลาออก”ดีดี” การบินไทย 1 ก.ค.นี้

ล่าสุดวันที่ 16 มิถุนาย 2564 การบินไทย แจ้งตลาดหลักทรัพย์ คณะผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท ได้อนุมัติการลาออกของคุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร จากตำแหน่ง “รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” (DD) โดยยังคงตำแหน่ง กรรมการบริษัท และผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ และแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าหน้าที่บริหาร

โดยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งตั้งผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย และในวันเดียวกัน คณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูได้มีประชุมและมีมติแต่งตั้งให้ คุณสุวรรธนะ สีบุญเรือง ประธานเจ้าหน้าที่สายทรัพยากรบุคคล ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหารอีกตำแหน่ง ให้มีผลตั้งแต่งวันที่ 16 มิถุนายน – 30 กันยายน 2564

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand