Techsauce เปิดภาพสตาร์ทอัพไทย’2021 ปิดแล้ว 13 ดีล มูลค่า 759 ล้านบาท

startup

Techsauce เปิดตัวเลขการลงทุนในสตาร์ทอัพไทย พบปี 2021 เกิดแล้วทั้งสิ้น 13 ดีล คิดเป็นมูลค่า 24.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 759 ล้านบาท โดย 5 หมวดที่มีการลงทุนมากที่สุดคือกลุ่มสตาร์ทอัพด้าน Logistics/ecommerce, Fintech, HealthTech, Edtech และ Food/AgriTech

- Advertisement -

ขณะที่ตัวเลขการลงทุนในปี 2020 ที่ผ่านมา พบว่ามีดีลเกิดขึ้นทั้งสิ้น 30 ดีล คิดเป็นมูลค่าการลงทุนที่ 364.37 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 11,430 ล้านบาท ซึ่งปี 2020 ยังถือเป็นปีที่ประเทศไทยมีมูลค่าการลงทุนในสตาร์ทอัพสูงที่สุดในรอบ 9 ปีที่ทางแพลตฟอร์ม Startup Directory ของ Techsauce มีการเก็บข้อมูลมาเลยทีเดียว (แพลตฟอร์ม Startup Directory เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2012 – ปัจจุบัน และสามารถอัปเดตข้อมูลได้แบบเรียลไทม์)

startup directory
โฉมหน้า Startup Directory

มูลค่าการลงทุนลดลง?

ขณะที่สถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า มูลค่าการลงทุนมีแนวโน้มลดลงนับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา (อ้างอิงจากรายงาน e-Conomy SEA 2020) โดยรูปแบบการลงทุนนั้น หลัก ๆ อยู่ในกลุ่มยูนิคอร์น 47% และกลุ่มอื่น 53% (ตัวเลขในช่วงครึ่งปีแรกของ 2020)

เมื่อแยกมองในแต่ละสเตจจะพบว่า การระดมทุนในกลุ่ม Early Stage (Seed, Series A, Series B) นั้นมีจำนวนมากที่สุด หรือคิดเป็น 95% ของดีลที่เกิดขึ้น

รายงานของ e-Conomy SEA 2020 ยังระบุด้วยว่า นักลงทุนมีการเลือกลงทุนมากขึ้น โดยเน้นไปที่สตาร์ทอัพที่สามารถเติบโตแบบยั่งยืน และสามารถทำกำไรได้ รวมถึงมีการเลือกลงทุนในสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในยุค Covid-19 เช่น สตาร์ทอัพที่พัฒนาระบบโลจิสติกส์ หรือสตาร์ทอัพที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ดียิ่งขึ้น ฯลฯ

คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด
คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด

สำหรับประเทศไทย ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า เม็ดเงินลงทุนไม่ได้ไหลเข้ามามากนัก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย หรือสิงคโปร์ ซึ่งคุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “ต้องยอมรับว่าบ้านเรายอดการระดมทุนยังไม่เยอะมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกับดักเรื่องขนาดของตลาด ที่ประเทศไทยไม่ได้ใหญ่เท่าอินโดนีเซียแต่ก็ไม่ได้เล็กจนเกินไป ซึ่งในมุมของนักลงทุน การลงทุนในสตาร์ทอัพที่ครองตลาดไทยได้เพียงตลาดเดียวมันไม่เพียงพอที่จะดึงดูดให้เกิดการจะระดมทุนในระดับสูง ๆ ได้อีกต่อไป เขาต้องการเห็น Business Model ที่สามารถขยายสู่ Regional ได้ มันเลยเป็นภารกิจของเราที่พยายามขับเคลื่อนให้สตาร์ทอัพไทยสามารถสเกลได้”

ขาดคน ปัญหาใหญ่วงการสตาร์ทอัพ

ข้อมูลจากรายงาน e-Conomy SEA 2020 ระบุไว้ด้วยว่า หนึ่งในปัจจัยที่จะขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็คือ “คนทำงานที่ยังขาดทักษะที่จำเป็น” ซึ่งต้องได้รับการ Reskill และ Upskill อย่างเร่งด่วน

เช่นเดียวกับการสำรวจของ Techsauce ที่ทำการสำรวจนักศึกษาและบัณฑิตจบใหม่จำนวน 115 คนว่าทำไมพวกเขาถึงหางานได้ยากขึ้น โดยพบว่า 37% เจอปัญหาขาดทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน และ 34% เรียนในสิ่งที่ไม่ได้ชอบทำให้ไม่รู้ว่าควรทำงานอะไร ขณะที่ 17% มีความกังวลเกี่ยวกับค่าตอบแทน และอีก 12% กลัวเสียเวลาไปกับงานที่ตัวเองอาจไม่ได้ชื่นชอบหรือถนัด

เด็กไทย หางานยาก

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2020 – 2022 ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า ประเทศไทยมีบัณฑิตจบใหม่มากกว่า 250,000 คนต่อปี การพัฒนาบัณฑิตจบใหม่ให้มีศักยภาพมากพอสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลก็อาจเป็นวิธีหนึ่งในการสร้างการเติบโต ในจุดนี้ Techsauce จึงมีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม ConNEXT สำหรับเชื่อมต่อคนรุ่นใหม่สู่ตลาดแรงงาน ซึ่งภายในแพลตฟอร์คลังข้อมูล องค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ตำแหน่งงานที่น่าสนใจ และจะมีการจัดกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ก่อนเข้าสู่โลกแห่งการทำงานด้วย

จากแผนที่วางไว้ Techsauce ตั้งใจเป็นสะพานเชื่อมองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก กับสตาร์ทอัพไทย และร่วมสนับสนุนการสร้างบุคลากรไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสู่ตลาดแรงงานของประเทศมากขึ้น พร้อมร่วมผลักดันให้บริษัทเทคสตาร์ทอัพของไทยเติบโตสู่ระดับภูมิภาค ยกระดับประเทศไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคภายในปี 2025” คุณอรนุช กล่าวในตอนท้าย