พิษ Covid-19 ทำยอดจอง Booking.com ลดฮวบ 80% เตือนปีหน้าก็ยังไม่ฟื้นตัว 

 

booking online travel ท่องเที่ยว

- Advertisement -

จากงานวิจัยเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ e-Conomy SEA 2020 ที่กูเกิล (Google) ร่วมกับเทมาเส็ก (Temasek) และ Bain & Company เปิดเผยออกมาเมื่อไม่นานมานี้ว่า ธุรกิจ Online Travel จะทรุดยาวเพราะ Covid-19 นั้น

ล่าสุด ดูเหมือนว่าจะมีผู้ประกอบการออกมายืนยันว่าเป็นจริงแล้วอย่างน้อยหนึ่งราย นั่นคือ Booking.com ที่ยอมรับว่ายอดจองของทางแพลตฟอร์มมีตัวเลขลดลงถึง 80% ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา (เทียบกับเดือนเมษายน 2019)

สอดคล้องกับผลวิจัยของ e-Conomy SEA 2020 ที่บอกด้วยว่า ในปี 2020 ธุรกิจ Online Travel เติบโตลดลงถึง 58% จากเดิมเคยมีมูลค่า 34,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 ลดลงเหลือ 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนในประเทศไทย e-Conomy SEA 2020 บอกว่าธุรกิจ Online Travel เคยมีมูลค่าอยู่ที่ 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปี 2019 ในปีนี้ก็ลดลงมาเหลือ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตลดลง 47% เช่นกัน โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ยังพอได้อานิสงส์คือ แหล่งท่องเที่ยวที่ผู้บริโภคสามารถขับรถไปได้ด้วยตัวเองเป็นทริปสั้น ๆ เนื่องจากกังวลเรื่องสุขอนามัย ไม่อยากใช้บริการขนส่งสาธารณะร่วมกับผู้อื่นนั่นเอง

สำหรับในมุมของ Booking.com คุณมิเชล เกา ผู้จัดการประจำภูมิภาคประจำกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง เผยว่า หลังจากเผชิญกับสถานการณ์ยอดจองของทางแพลตฟอร์มที่ลดลงถึง 80% (ยอดรวมทั่วโลก) ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น ก็พบสัญญาณที่ดีขึ้น โดยในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี ยอดจองได้กลับมาเติบโตขึ้น 35% เนื่องจากผู้คนเริ่มมองหาการท่องเที่ยวเยียวยาจิตใจมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นการท่องเที่ยวภายในประเทศเท่านั้น โดยในประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยว เช่น หัวหิน พัทยา เขาใหญ่ กาญจนบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้ใช้งาน Booking.com เสิร์ชหาสูงมาก

Michelle Gao มิเชล เกา Booking.com
คุณมิเชล เกา ผู้จัดการประจำภูมิภาคประจำกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง Booking.com

อย่างไรก็ดี Booking.com พบด้วยว่า สำหรับประเทศอย่างไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย อินเดีย และมาเลเซีย รายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศนั้นไม่มากพอจะหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมได้เลย ตรงกันข้ามกับประเทศอย่างจีน เกาหลี ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ หรือแม้แต่ไต้หวัน ที่ผู้บริหาร Booking พบว่าการท่องเที่ยวในประเทศนั้น แข็งแกร่งมากพอจะหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรม Online Travel ให้เติบโตต่อไปได้

ด้วยเหตุนี้ ทางแพลตฟอร์มจึงมีการปรับโครงสร้างเพื่อเตรียมการรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2021 ด้วยการปรับลดพนักงานในเอเชียแปซิฟิกลง 25% พร้อมบอกว่า สิ่งที่จะทำให้ Online Travel กลับมาเติบโตอีกครั้งจำเป็นต้องพึ่งพา 3 ปัจจัย นั่นคือ ต้องมีวัคซีน Covid-19 การร่วมมือกันของภาครัฐและเอกชนในเรื่องมาตรฐานด้านความปลอดภัย และสุดท้ายคือเรื่องของสภาพเศรษฐกิจที่ต้องแข็งแกร่งมากพอด้วย เพราะหากเศรษฐกิจไม่ดี การท่องเที่ยวก็จะเกิดขึ้นได้ยากนั่นเอง

พฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยที่ผู้ประกอบการควรทราบ

ด้วยเหตุนี้ ทาง Booking.com จึงมีการทำสำรวจพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยมาเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการได้ทราบกันด้วย และจะได้ปรับแผนให้บริการกันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยผลสำรวจพบว่า

  • 68% ของนักท่องเที่ยวไทยค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวเป็นประจำ (เฉลี่ยอาทิตย์ละครั้ง)
  • 68% ของนักท่องเที่ยวไทยยอมให้ตรวจสุขภาพเมื่อเดินทางถึงที่พัก
  • 87% ของนักท่องเที่ยวไทยยอมสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ
  • 86% ของนักท่องเที่ยวไทยเลือกจองที่พักที่มีมาตรการด้านสุขภาพและอนามัยอย่างชัดเจน
  • 82% ของนักท่องเที่ยวไทยต้องการเห็นเงินของตนเองกลับไปช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น
  • 84% ของนักท่องเที่ยวไทยต้องการเดินทางที่ไปสร้างประโยชน์ มีส่วนร่วมฟื้นฟูท้องถิ่น (สูงที่สุดในบรรดานักท่องเที่ยวทุกประเทศที่มีการสำรวจ)
  • 60% ของนักท่องเที่ยวไทยจองที่พักในช่วงวันทำงานเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ (Workcation) ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของโลก
  • 85% ของนักท่องเที่ยวไทยยินดีกับประสบการณ์ในการเข้าพักที่เรียบง่าย เช่น ใช้เวลากลางแจ้ง หรือใช้เวลากับครอบครัว
  • 80% ของนักท่องเที่ยวไทยชอบแสวงหาประสบการณ์ในจังหวัดที่ไม่ค่อยมีใครไป

หมายเหตุ : การสำรวจดังกล่าวเป็นการทำแบบสอบถามออนไลน์จากนักเดินทาง 20,934 คนจาก 28 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีคนไทยตอบแบบสอบถามดังกล่าว 497 คน

คุณมิเชล เกา ยังได้กล่าวถึงภาพรวมของปี 2021 ด้วยว่า อาจยังไม่ใช่ปีแห่งการฟื้นตัวของธุรกิจ Online Travel ที่ทุกคนอยากเห็น และก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้เช่นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่อย่างน้อยผลสำรวจก็แสดงให้เห็นว่า นักเดินทางชาวไทยเป็นหนึ่งในนักเดินทางที่มองโลกในแง่ดีเป็นอันดับต้น ๆ ของแพลตฟอร์ม และนักท่องเที่ยวจะยังคงหาวิธีตอบสนองต่อความต้องการในการเดินทางท่องเที่ยวเท่าที่สามารถทำได้ตราบใดที่มีมาตรฐานความปลอดภัยที่ดี ซึ่งเป็นหน้าที่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่จะต้องปรับตัวให้ทันกับความต้องการที่เปลี่ยนไปของนักเดินทางนั่นเอง