สัมภาษณ์พิเศษ “โจ้ – ธนา” พา “โรบินฮู้ด” ช่วยโรงแรม ชูคอนเซ็ปต์ไม่เก็บ GP

robinhood Zero No GP OTA 2

กางแผน “ธนา เธียรอัจฉริยะ” บุกตลาด OTA ผ่านแอปพลิเคชัน “โรบินฮู้ด” (Robinhood) ระบุเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็ค CSR ของไทยพาณิชย์เพื่อช่วย “คนตัวเล็ก” ในธุรกิจท่องเที่ยว ย้ำคงคอนเซ็ปต์เดียวกับร้านอาหาร นั่นคือไม่เก็บค่า GP กับโรงแรม

- Advertisement -

หากการเปิดเมืองเพื่อรับนักท่องเที่ยวคือสิ่งที่ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมในอีก 6 เดือนข้างหน้า ดูเหมือนว่าจะมีอีกหนึ่งแพลตฟอร์มออกมาประกาศแผนรับมือการเปิดเมืองนั้นแล้วอย่างเป็นทางการ นั่นคือ โรบินฮู้ด (Robinhood) แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่หลายคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลคุ้นเคย

ผู้ที่ออกมาเผยถึงเรื่องดังกล่าวคือคุณธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ในเครือ SCB 10X ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ระบุว่า ขณะนี้ทางทีมงานกำลังพัฒนาระบบเพื่อให้โรบินฮู้ดสามารถเข้าไปช่วยธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กในตลาด Online Travelling Agency หรือ OTA ได้ด้วย (OTA คือบริการรับจองโรงแรมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Agoda, Booking ครองตลาดอยู่) เนื่องจากที่ผ่านมา ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของ Covid-19 และถึงแม้จะไม่มี Covid-19 แต่ที่ผ่านมา ธุรกิจดังกล่าวก็ต้องเสียส่วนแบ่งให้กับแพลตฟอร์ม OTA ต่างชาติเป็นสัดส่วนที่สูงมากมาตลอดเช่นกัน

“จริง ๆ มันคล้ายกันกับธุรกิจอาหาร เพราะลูกค้าของธนาคารไทยพาณิชย์ส่วนหนึ่งก็คือโรงแรม เราเลยทราบความทรมานของพวกเขาดีในช่วงที่ไม่มีลูกค้า ไม่มีมาร์จิ้น”

“สิ่งที่เราทำตอนนี้คือการช่วยคนตัวเล็ก ร้านอาหารเล็ก ๆ ไรเดอร์ตัวเล็ก ๆ ให้มีงานทำ และการช่วยโรงแรมคือภารกิจต่อไป เพราะเวลาพูดถึงประเทศไทย ธุรกิจร้านอาหาร – โรงแรมคือกระดูกสันหลังของไทยเช่นกัน แต่ธุรกิจเหล่านี้ เวลาเขาขยับไปโมเดลอื่นเขาจะโดนเก็บ GP เราจึงคิดว่าเราจะขอเข้ามาเป็นทางเลือกที่ 3 – 4 เป็นตัวช่วยให้การแข่งขันเกิดอะไรบางอย่าง แค่นั้นเราก็น่าจะแฮปปี้แล้วล่ะ”

สำหรับรูปแบบของการบุกตลาด OTA และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้น คุณธนาเผยว่า ไม่ได้ตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์ม OTA ขนาดใหญ่ที่รองรับคนจากทั่วโลก แต่เน้นเจาะกลุ่มคนไทยให้มาเที่ยวไทยด้วยกันเองเป็นหลัก ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือลูกค้าปัจจุบันของแพลตฟอร์มโรบินฮู้ดนั่นเอง

ปัจจุบัน จำนวนโรงแรมในประเทศไทยตามการเปิดเผยของทีมโรบินฮู้ดอยู่ที่ 60,000 ราย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ในบรรดาลูกค้าของธนาคารก็จะมีลูกค้ากลุ่มโรงแรมอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นธุรกิจที่เกี่ยวพันกับการสร้างอาชีพอีกจำนวนมหาศาล นี่จึงอาจเป็นเหตุผลสำคัญว่าเพราะเหตุใดทางธนาคารไทยพาณิชย์จึงมีนโยบายช่วยธุรกิจดังกล่าว

ไม่หวั่นถูกรับน้องจากบิ๊ก OTA?

สำหรับประเทศที่เคยเป็นจุดหมายปลางทางด้านการท่องเที่ยวอย่างประเทศไทย แน่นอนว่าแพลตฟอร์ม OTA ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นรายใหญ่และมีเงินทุนจำนวนมากอาจไม่ชอบใจกับแนวคิดของโรบินฮู้ดที่จะเข้าตลาด OTA แบบไม่เก็บค่า GP ซึ่งคุณธนากล่าวถึงประเด็นนี้ว่า

“เราตั้งใจทำเป็นโปรเจ็ค CSR เหมือนที่เคยทำกับ Food Delivery”

อย่างไรก็ดี คุณธนาอธิบายเพิ่มเติมว่า โปรเจ็ค CSR ของฝั่งโรงแรมอาจจะแตกต่างจาก Food Delivery ที่มีร้านอาหารมาแข่งกันลดราคา 8 – 30% เนื่องจากธุรกิจโรงแรมอาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างออกไป

“คือเรากำลังวางแผนอยู่ว่าจะเข้าตลาดวิธีไหน เพราะเจ้าตลาดเขาคงไม่ยอมให้โรงแรมมาลดราคาบนแพลตฟอร์มเราดื้อ ๆ หรอก ซึ่งโมเดลอาจเปลี่ยนไปเป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามาที่นี่แล้วคุ้ม ส่วนโรงแรมก็รู้สึกว่าเขาปลอดภัย เพราะเขาไม่โดนเก็บค่า GP แต่เช่นเดียวกับตลาด Food Delivery เพราะสำหรับโปรเจ็คนี้ เราคงขอเป็นเบอร์สาม – สี่ในตลาด คงไม่ไปท้าชนกับเบอร์หนึ่ง เพราะเราคงไม่มีเงินขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างคืออาจจะมีของแถม หรือมีกิมมิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับผู้ที่เข้าพัก ซึ่งผมว่ามันคงน่าสนุก คนไปพักก็ประทับใจ โรงแรมก็ได้ทำอะไรที่มีสีสัน”

Data ไม่ใช่ KPI ของโรบินฮู้ด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือข้อมูลที่จะหลั่งไหลเข้าสู่แพลตฟอร์ม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เคยเป็นที่จับตาว่าจะมีการนำไปต่อยอดกับธุรกิจของธนาคารในอนาคตอยู่เช่นกัน แต่สำหรับการเป็นโปรเจ็ค CSR คุณธนามองว่า ข้อมูลอาจไม่ใช่สิ่งที่หล่อเลี้ยงโรบินฮู้ด หากแต่เป็น “ความรู้สึกดี ๆ และคำขอบคุณ” มากกว่า

“ที่ผมว่าได้เยอะ ๆ คือ Brand love คือมันเป็นทางอ้อม ร้านที่เปิดอยู่บนแพลตฟอร์มเราเค้ารักเราหมดเนี่ย เค้าจะทำอะไรก็นึกถึงเราก่อน นี่ไม่ต้องนึกถึง Data เลยนะ เพราะมันเป็นผลทางจิตใจที่มีมูลค่าสูงกว่า Data อย่างร้านอาหารตอนนี้เขารู้แล้วว่าเราช่วยเขาจริง ๆ ส่วนโรงแรมก็เชื่อว่าจะเหมือนกัน ต่อให้เราช่วยเขาได้ประมาณนึง แต่อีกหน่อยเวลานึกถึงแบงค์ เขาก็คงนึกถึงเราก่อน นี่คือสิ่งที่เป็น Benefit ของการทำ CSR แล้วถ้าเศรษฐกิจไปได้ แบงค์ก็ไปได้เหมือนกัน”

ด้วยเหตุนี้ คุณธนาจึงประเมินว่าระยะเวลาประมาณ 6 เดือนนับจากนี้ จะเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการบุกตลาด OTA อย่างเป็นทางการของแพลตฟอร์มโรบินฮู้ด เนื่องจากสถานการณ์การฉีดวัคซีน Covid-19 อาจเริ่มบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ และประเทศไทยน่าจะพร้อมสำหรับการกลับมาของธุรกิจท่องเที่ยวอีกครั้ง

“แทนที่จะเป็นหนึ่งในฟู้ดเดลิเวอรี่ เราขอเป็นที่สามที่สี่ แล้วระหว่างนั้นก็ช่วยโรงแรมได้ด้วย ช่วยใครต่อใครได้ด้วย ก็น่าจะดีนะ” คุณธนากล่าวปิดท้าย