NSL Foods เบื้องหลัง “แซนด์วิชพันล้าน” ในเซเว่นฯ จาก SMEs “เล็กๆ” ที่กำลังก้าวสู่ “มหาชน”

ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) หรือที่เรียกติดปากกันว่า “เซเว่นฯ” ถือเป็นช่องทางจำหน่าย “หน้าด่าน” ที่มีผลต่อการแจ้งเกิดสินค้าอย่างมาก ด้วยร้านที่มีนับหมื่นสาขาทั่วไทย ต้อนรับผู้บริโภคหลักสิบล้านคนต่อวัน แบรนด์ที่เข้าอยู่บนชั้นวาง(เชลฟ์)ให้ผู้บริโภคหยิบกินใช้จึงมีศักยภาพพอตัว โดยเฉพาะจาก “เอสเอ็มอี” (SMEs) จนทำให้แบรนด์ต่างๆ อยากเข้าไปวางขายในแชนเนลนี้เป็นจำนวนมาก

- Advertisement -

ในเบเกอรี่หมวด “แซนวิชอบร้อน” เมนูง่ายๆ ที่หยิบแล้วยื่นให้พนักงานป้อนเข้าเครื่องอบแซนด์วิช เป็นหนึ่งในไฮไลท์และสินค้าเด่นที่หลายคนต้องจับคู่กับเครื่องดื่ม แต่เชื่อว่าหลายคนอาจไม่รู้ว่า “ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อย” ที่ทำเงินได้หลัก “พันล้านบาทต่อปี”

กว่า 18 ปีที่เส้นทางการสร้างธุรกิจของ สมชาย อัศวปิยานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL Foods ผู้ผลิตและจำหน่าย แซนด์วิชอบร้อน เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว นำเข้าและจำหน่ายเนื้อสัตว์และผักแช่แข็ง สามารถก้าวไปอยู่แถวหน้าของวงการอาหารได้ โดยเฉพาะหมวดเบเกอรี่ ที่ใครเข้าไปเซเว่นฯต้องเคยได้ลิ้มลองเป็นแน่เร็วๆนี้

จุดเริ่มต้นแห่งการเติบโตอีกก้าวกำลังจะเกิดขึ้นกับ NSL Foods เพราะบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือหุ้น IPO จำนวน 75 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของบริษัทฯ ในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ โดยได้บริษัท เอเชียพลัส จำกัดเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน

ก่อนจะเข้าตลาด Brand Buffet ขอพามาเจาะลึกทำความรู้จักกับ “NSL Foods” กันหน่อย ย้อนไปปี 2546 เป็นจุดเริ่มต้นของบริษัท Dough Maker เพื่อผลิตสินค้าอาหารหลากหลายหมวด แต่จุดเปลี่ยนคือปี 2549 เมื่อมีการตั้ง NSL เป็นโรงงานแห่งที่ 2 ใกล้เคียงพื้นที่เดิม เพื่อรองรับธุรกิจที่เติบโตก้าวกระโดด นั่นเป็นเพียงบันไดความสำเร็จขั้นแรก เพราะจากนั้นบริษัทยังขยายโรงแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ปัจจุบันมี 3 โรงงานเพื่อผลิตสินค้ารองรับความต้องการของผู้บริโภคและตลาด Head office 1 แห่งสำหรับการวิจัยและพัฒนาสินค้า และคลังสินค้าอีก 1 แห่งเพื่อรองรับตลาดสินค้าฟู้ดเซอร์วิส

โดยความมั่นคงดูได้จากบริษัทมี ซีพี ออลล์ หรือเซเว่นอีเลฟเว่น เป็นลูกค้าหลัก โดยผลิตเบเกอรี่ และอาหารรองท้องต่างๆ แบรนด์ “Ezy Taste” “Ezy Bake” และ “Ezy Sweet” ราว 40 เมนู ป้อนเข้าสู่หน้าร้าน จากโรงงานมีกำลังการผลิตแซนด์วิชอบร้อนกว่า 1.25 ล้านชิ้น ต่อวัน ถือเป็นการเสิร์ฟความอร่อยพร้อมคุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง

การอยู่เบื้องหลังความอร่อยของแซนด์วิชอบร้อนในร้านสะดวกซื้อเบอร์ 1 บริษัททำงานใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ๆตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้โดนใจขั้นสุด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการได้คู่ค้าอย่าง ซีพี ออลล์ เป็นจิ๊กซอว์ที่ทำให้ NSL Foods มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดย 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทสร้างการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 40-50% ในปี 2563 ทยานแตะ 2,927 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 5.2% ตลอดระยะเวลาที่เติบโต ทำให้บริษัทพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเป็น “มหาชน”

สำหรับการเข้าตลาดฯ บริษัทตั้งเป้าระดมทุน 350 ล้านบาท นำเงินทุนที่ได้บางส่วนไปขยายโรงงานรองรับการเติบโตในอนาคต เพราะวิสัยทัศน์ของบริษัทยังต้องการขยายธุรกิจ สร้างการเติบโตไม่หยุดเพียงแค่การโตเคียงข้างคู่ค้า และยังมองหาโอกาสใหม่ๆเพิ่มเติมด้วย

ปัจจุบันนอกจากการทำตลาดแซนด์วิชอบร้อนให้พันธมิตรแล้ว บริษัทยังได้พัฒนาแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง พร้อมการแตกไลน์สินค้าสู่หมวดใหม่ๆ เช่น ขนมเพื่อสุขภาพตรา เนเชอรัล ไบทส์ และขนมขบเคี้ยวภายใต้แบรนด์ต่างๆเช่น ชิลี, ปังไท และบัตเตอร์ฟิน รวมถึงการเข้าสู่ธุรกิจการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศมาบริการบรรจุและจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผักต่างๆซึ่งอยู่ในรูปแบบแช่แข็งและแปรรูป รองรับตลาดบริการร้านอาหารหรือฟู้ดเซอร์วิส รวมถึงการรับจ้างผลิต (OEM) เบเกอรี่ต่างๆ ให้กับลูกค้าด้วย

“วิสัยทัศน์ของเราคือการมุ่งเป็นผู้นำด้านโภชนาการอาหารที่ยั่งยืน หรือ Nutrition Sustainable for Life เน้นผลิตนวัตกรรมอาหาร ที่มีคุณภาพความปลอดภัย ที่สำคัญมีรสชาติอร่อย ทำให้ผู้บริโภคมีความสุขในการรับประทาน โดยเป้าหมายของเราจะขยายธุรกิจเข้าสู่อาหารทุกมิติ เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน”

สำหรับโอกาสธุรกิจอาหารใหม่ๆที่บริษัทจะรุกเข้าไปนั้น ได้แก่ อาหารพร้อมรับประทาน ได้แก่ 1.อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน เช่น ซุป อาหารแช่แข็ง และซอสต่างๆ 2. อาหารพร้อมรับประทานแบบไม่ต้องแช่เย็น เช่น แกงและกับข้าว และ 3. อาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น โจ๊กคัพ และซุป ฯ โดยตลาดดังกล่าวมีขนาดใหญ่และมูลค่ามหาศาล จึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“เงินระดมทุนที่ได้ เราจะนำไปสร้างโรงงานผลิตอาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งคาดว่าการก่อสร้างโรงงาน คาดการณ์แล้วเสร็จปี 2566”

จากแซนด์วิชอบร้อนที่จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้น จุดเปลี่ยนที่ทำให้ NSL Foods เติบโต แต่การก้าวสู่สังเวียนธุรกิจอาหารในระยะยาว บริษัทไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ในหมวดเดิมๆ อีกต่อไป เพราะตลาดอาหารในไทยหลากหลายหมวดมีมูลค่ารวมกันนับ “แสนล้านบาท” หากบริษัทแตกไลน์สินค้าให้กว้างขวางสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ การเติบโตอย่างยั่งยืน จึงไม่ไกลเกินวิสัยทัศน์จะทำได้

อย่างไรก็ตาม สเต็ปแรกของการเติบโต ด้านเป้าหมายรายได้บริษัทยังคงขยายตัวแบบก้าวกระโดด ภายในระยะเวลา 5 ปี (2568) คาดว่าจะทยานสู่รายได้ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท

***หมายเหตุ 

“Understand product characteristics, return conditions and risks before making investment decisions” or

“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”