ทำไม “เราเตอร์” ถึงเป็นเหยื่อรายต่อไปของปัญหาการขาดแคลนชิป

shutterstock_router chip computer work

นอกจากอุตสาหกรรมยานยนต์ วงการอิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนชิปแล้ว ตอนนี้น่าจะมีอีกหนึ่งวงการที่กำลังจะได้รับผลกระทบในเวลาอันใกล้ นั่นก็คือ “อุตสาหกรรมโทรคมนาคม” เนื่องจากมีรายงานว่า ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอาจมีอุปกรณ์เน็ตเวิร์กไม่เพียงพอเพราะขาดแคลนชิปในการผลิตด้วยเช่นกัน

- Advertisement -

ผู้ที่ออกมาเปิดเผยว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในการผลิตคือค่าย Zyxel Communication Corp บริษัทผู้ผลิตเราเตอร์สัญชาติไต้หวัน โดยตอนนี้บริษัทเริ่มแจ้งคู่ค้าว่าขอให้สั่งสินค้าล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งปี เนื่องจากชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิต โดยเฉพาะตัวชิปนั้น อาจใช้เวลาในการจัดส่งที่ยาวนานกว่านั้น (Zyxel ซื้อชิปจากบริษัท Broadcom และทาง Broadcom บอกว่า ชิปที่บริษัทผลิตขึ้นมาเพื่อขายในปี 2021 นั้น 90% มีผู้สั่งจองไว้หมดแล้ว)

ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าเป็นความโชคร้ายของ Zyxel เองด้วยที่พาตัวเองไปสู่สถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากโรงงานผลิตสินค้าของ Zyxel ตั้งอยู่ในเมืองอู่ซี (Wuxi) ของจีนแผ่นดินใหญ่ และต้องปิดตัวเนื่องจากการระบาดของ Covid-19 ไปในปีที่ผ่านมาเป็นเวลาหนึ่งเดือน

เมื่อเปิดโรงงานกลับมาอีกครั้ง บริษัทก็พบกับปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิต ทั้งตัวซิลิคอนเวเฟอร์ที่จะใช้ในการผลิตชิป เมมโมรี่ ฯลฯ พร้อม ๆ กับปัญหาเรื่องการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์จนทำให้ค่าส่งสินค้าพุ่งขึ้นสูงมากเข้ามาท้าทายอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน Zyxel เป็นผู้ผลิตเราเตอร์รายหลักให้กับ Telenor ASA ของนอร์เวย์และ Zen Internet จากอังกฤษ ซึ่ง Karsten Gewecke ผู้บริหารของ Zyxel ในสหภาพยุโรปเผยว่า ยังไม่มีรายงานว่า เราเตอร์จะขาดตลาดในเร็ว ๆ นี้ แต่สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนจะกระทบกับตลาดดังกล่าวภายใน 6 เดือนข้างหน้าอย่างแน่นอน

เช่นเดียวกับค่าย Adtran บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายของสหรัฐอเมริกาที่ทำตลาดอยู่ในสหภาพยุโรป ตอนนี้ทาง Adtran ก็ออกมาบอกว่าซัพพลายเชนกำลังมีปัญหา และอาจใช้เวลามากขึ้นในการจัดส่งสินค้าเช่นกัน โดยบริษัทเผยว่า ได้มีการเตรียมขยายพื้นที่คลังสินค้า และเพิ่มขีดความสามารถของระบบโลจิสติกส์เอาไว้รองรับแล้ว

แน่นอนว่าสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังได้รับผลกระทบเป็นโดมิโนไปเรื่อย ๆ และถึงแม้ตลาดเราเตอร์จะดูเหมือนเป็นตลาดที่ไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจ เนื่องจากมีราคาไม่แพง เป็นเพียงแค่อุปกรณ์เน็ตเวิร์ก แถมสีสันก็น้อยกว่าตลาดสมาร์ทโฟน แต่มันก็คือช่องทางสำคัญในการพาเราเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เครื่องมือสำคัญในยุคการทำงานแบบ Work From Anywhere ตัวจริงเสียงจริง โดยหลังจากนี้เราอาจต้องดูกันไปยาว ๆ ว่า แต่ละบริษัทจะหาทางรับมือกันอย่างไร โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กที่มีสายป่านไม่ยาวเท่า Apple หรือวงการยานยนต์นั่นเอง

Source

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand