4 ความท้าทาย “โซเชียลมีเดียสไตล์ทรัมป์” ไม่แบน – ไม่แคนเซิลผู้ใช้งาน อยู่รอดได้จริงหรือ?

ใครที่ยังคิดถึง “โดนัลด์ ทรัมป์” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาผู้ถูกแบนจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ เนื่องจากเหตุการณ์จลาจลที่ Capitol Hill เมื่อ 6 มกราคมที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะรออีกไม่นานแล้ว เพราะอดีตที่ปรึกษาอาวุโสของโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมาเปิดเผยว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของโดนัลด์ ทรัมป์นั้นพร้อมสำหรับการเปิดตัวในอีก 3 – 4 เดือนข้างหน้านี้แน่นอน

- Advertisement -

ผู้ที่ออกมาให้ข่าวคือ Corey Lewandowski อดีตทีมงานของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียน้องใหม่ตัวนี้ว่า เป็นระบบที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสาร และเปิดให้มีการพูดคุยอย่างอิสระ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกยกเลิกข้อความ หรือยุติการให้บริการ ซึ่งนอกจาก Lewandowski แล้ว ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ก็เคยออกมากล่าวถึงเรื่องดังกล่าวทางพ็อดแคสของทาง Fox News เช่นกัน

แต่ในอีกด้าน ศาสตราจารย์ Jennifer Grygiel ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียจาก Syracuse University ให้ความเห็นว่า นี่เป็นแผนเรียกร้องความสนใจจากโดนัลด์ ทรัมป์เท่านั้น โดยเธอให้ทัศนะว่า ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้รับความสนใจจากสังคมโลกผ่านโซเชียลมีเดีย แต่เมื่อเขาถูกแบนจากแพลตฟอร์มเหล่านั้น ผู้คนก็เริ่มลืมเลือนเขาไป ด้วยเหตุนี้ แพลตฟอร์มใหม่ที่เขาจะสร้างขึ้นคือความพยายามที่จะกลับมามีตัวตนอีกครั้ง

4 ความท้าทายสร้างโซเชียลมีเดียใหม่ให้ติดตลาด

อย่างไรก็ดี โลกของโซเชียลมีเดียไม่ได้หมู อีกทั้งการจะทำให้แพลตฟอร์มเติบโตในระยะยาวและเป็นที่สนใจของโลกได้นั้น ต้องอาศัยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง หนึ่งในนั้นคือจำนวนของผู้ใช้งานที่มีหลักร้อยล้านคนหรือพันล้านคนแบบที่ Twitter – Facebook มี เพื่อให้ข้อความที่โพสต์ไปนั้นมีสิทธิ Go Viral หรือไม่ก็มีจุดเด่นบางอย่างที่หาไม่ได้จากแพลตฟอร์มอื่น เช่น TikTok เป็นแหล่งรวมคอนเทนต์คลิปวิดีโอสั้น หรือ Clubhouse ที่เป็นแหล่งรวมการถ่ายทอดด้วยเสียงแบบสด ๆ

คุณภาพของผู้ที่อยู่บนโซเชียลมีเดียก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เลี้ยงตัวเองได้จากค่าโฆษณา เพราะแบรนด์ให้ความเชื่อมั่นและเชื่อว่าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ แต่ถ้าหากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่สำหรับคนแค่บางกลุ่ม หรือมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย โอกาสที่แพลตฟอร์มจะเลี้ยงตัวเองรอดก็ยากขึ้นด้วยเช่นกัน

ความท้าทายประการสุดท้ายคือตัวแบรนด์ของโดนัลด์ ทรัมป์เอง โดยต้องยอมรับว่า แบรนด์ดังกล่าวเสียชื่อเสียงอย่างมากจากเหตุจลาจลที่ Capitol Hill และส่งผลให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ ตัดความสัมพันธ์กับเขาไปหลายราย ทั้งสถาบันการเงิน, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทั้งหมดนี้จึงทำให้มองเห็นได้ว่า การสร้างแพลตฟอร์มที่ใช้ชื่อของโดนัลด์ ทรัมป์ มาขาย หรือการบอกว่าสามารถเล่นได้อย่างเสรี จึงอาจไม่ใช่จุดต่างที่เพียงพอสำหรับการเติบโต หรือได้รับความสนใจในระยะยาวก็เป็นได้

Source

Source