SEA Group รีแบรนด์ ‘AirPay’ เป็น ‘ShopeePay’ กระตุ้นลูกค้าให้คุ้นเคย กับ E-Wallet ผ่าน E-Commerce

ต้องบอกว่าไตรมาสแรกของปี 2021 มีความเคลื่อนไหวจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเกิดขึ้นมากมาย และหนึ่งในนั้นคือการประกาศรีแบรนด์บริการอีวอลเล็ต (e-Wallet) ของค่าย SeaMoney ในเครือ SEA Group สู่ชื่อ “ShopeePay” อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ใช้ AirPay ในประเทศไทยมานานถึง 6 ปี

- Advertisement -

หลายคนอาจมีคำถามว่ารีแบรนด์ทำไม ส่วนหนึ่งอาจต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น AirPay ที่เริ่มเปิดให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2015 โดยเป็นหนึ่งในธุรกิจภายใต้ SeaMoney ของ SEA Group เจ้าของค่ายเกมดังอย่างการีน่า และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee โดยในช่วงแรก พวกเขาเลือกใช้ชื่อ AirPay และออกแบบให้มันเป็นเครื่องมือทางการเงินเพื่อตอบโจทย์สังคมไทยในยุคนั้นที่กำลังเริ่มต้นเข้าสู่สังคมไร้เงินสด เช่น การเติมเงินโทรศัพท์มือถือ การจ่ายบิลต่าง ๆ การซื้อตั๋วหนัง ไปจนถึงการซื้อสินค้าจากตู้อัตโนมัติด้วยการสแกน QR Code ฯลฯ และบางส่วนก็ตอบโจทย์ธุรกิจของบริษัทอย่างการเติมเงินในเกมด้วย

อย่างไรก็ดี การเติบโตของ SEA Group อย่างรวดเร็วในช่วงปี 2019 – 2020 ทำให้บริการอีวอลเล็ตของบริษัทกลายเป็นเครื่องจักรชิ้นสำคัญ และต้องแอคทีฟตัวเองมากกว่าเดิม…

SEA Group เติบโตขนาดไหนในปี 2019 – 2020

มีรายงานจากสื่อมาเลเซียว่า ในปี 2019 แพลตฟอร์ม Shopee ของ SEA Group ทำสถิติยอดดาวน์โหลด 200 ล้านครั้ง และในไตรมาส 2 ของปี Shopee ก็มียอดสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น 92.7% (จาก 127.8 ล้านออเดอร์ในปี 2018 เป็น 246.3 ล้านออเดอร์ในปี 2019) คิดเป็นมูลค่า 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในปีเดียวกันนั้นเอง บริการ AirPay ได้ขยับขยายกลายมาเป็นช่องทางการชำระเงินช่องทางหนึ่งบน Shopee ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2020 SEA Group ยังได้อานิสงส์จากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างมาก หนึ่งในหลักฐานสำคัญก็คือยอดขายของ Shopee ในไตรมาส 4 ของปี 2020 ที่พบว่าเติบโตขึ้น 178% หรือคิดเป็นมูลค่า 842.2 ล้านเหรียญสหรัฐ และทำรายได้ตลอดทั้งปีให้กับ SEA Group ถึง 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนในปีนี้ ทาง SEA Group ก็คาดการณ์ว่า Shopee จะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทถึง 4.5 – 4.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากที่เคยทำได้ในปี 2020 เลยทีเดียว

การรีแบรนด์ e-Wallet เป็น ShopeePay ในวันนี้จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของบริษัท เพื่อการเติบโตในสเต็ปต่อไปทั้งของ Shopee และ SEA Group นั่นเอง

ไม่ใช่การีน่าเพย์ ทั้ง ๆ ที่ทำรายได้ให้ SEA Group ไม่น้อย?

คุณศุภวิชญ์ หงส์อมรสิน ผู้อำนวยการ ช้อปปี้เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
คุณศุภวิชญ์ หงส์อมรสิน ผู้อำนวยการ ช้อปปี้เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด

ต้องบอกว่า ไม่เฉพาะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ทำรายได้ให้ SEA Group อย่างมากในปีที่ผ่านมา แต่ธุรกิจเกมที่อยู่ภายใต้ชื่อบริษัทการีน่า (Garena) เจ้าของเกมดังอย่าง Free Fire, PUBG, RoV, FIFA ฯลฯ ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องจักรทำเงินให้กับ SEA Group เช่นกัน โดยรายได้ของการีน่าในปี 2020 เติบโตขึ้น 77.5% คิดเป็นมูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ

แต่ SEA Group ก็เลือกที่จะใช้ชื่อ ShopeePay ให้กับบริการทางการเงินของกลุ่มไม่ใช่ การีน่าเพย์ เหตุผลของข้อนี้มาจากอะไร คุณศุภวิชญ์ หงส์อมรสิน ผู้อำนวยการ ช้อปปี้เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “เพราะการผลักดันให้ธุรกรรมดิจิทัลเติบโตนั้น มาจากฝั่งอีคอมเมิร์ซเป็นหลัก เราเลยมองว่าเป็นโอกาสดีที่จะรีแบรนด์ชื่อ AirPay เป็น ShopeePay อีกทั้งถ้าไปดูประเทศอื่น เขาจะใช้ชื่อบริการอีวอลเล็ตโดยผูกกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกันทั้งสิ้น”

ยกตัวอย่างที่คนไทยคุ้นเคยกันดีก็อาจเป็น Alibaba ที่มีบริการ AliPay หรือ WeChat ที่มี WeChat Pay นั่นเอง และเมื่อถามถึงกลุ่มผู้เติมเกมผ่านแอป AirPay เดิมว่ารู้สึกอย่างไรกับชื่อใหม่ ทางคุณศุภวิชญ์ เผยว่ากลุ่มผู้ใช้งานไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

เราจะได้เห็นอะไรใน “ShopeePay”?

ในจุดนี้ คุณศุภวิชญ์ เผยว่า อันดับแรกคือการได้เห็นการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ กับโมบายวอลเล็ตเข้าด้วยกัน เช่น เมื่อสินค้ามาส่งที่บ้าน ก็สามารถใช้ ShopeePay สแกนบาร์โค้ดเพื่อชำระเงินได้เลยทันที โดยทางผู้บริหาร ShopeePay มองว่าสามารถเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ซื้อ – ผู้ขายบนแพลตฟอร์มได้มากขึ้น อีกทั้งยังปลอดภัยกว่าในยุคที่การระบาดของไวรัส Covid-19 ยังไม่จบลงง่าย ๆ

shopeepay pic from seamoney

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นประการที่สองคือ การทำการตลาดที่สะดวกขึ้น เพราะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ข้อมูลจากเว็บไซต์ SeaMoney.com ระบุว่า ประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ต่างใช้ชื่อ ShopeePay กันมาแล้วตั้งแต่ต้น มีเพียงประเทศไทยและเวียดนามเท่านั้นที่ SEA Group ให้บริการอีวอลเล็ตในชื่อ AirPay

แน่นอนว่า ทาง Shopee จะเริ่มเดินเครื่องจักรตัวใหม่ที่ชื่อ ShopeePay นี้ในมหกรรมช้อปปิ้งระดับ Mega ของทางแพลตฟอร์มที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึง 4 เมษายน ด้วยเช่นกัน โดยจะมีการกระตุ้นการใช้จ่ายผ่าน ShopeePay ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของแล้วได้ดีลส่งฟรี 0 บาท การได้โค้ดส่วนลด 1 สตางค์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งาน และทำให้ผู้บริโภคไทยมีความคุ้นเคยกับ e-Wallet ตัวใหม่ที่มาพร้อมสีส้มสดใสนี้มากขึ้น

แต่ที่มากไปกว่านั้นอาจเป็น “บริการทางการเงิน” เพราะมีรายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ทาง SEA Group ตั้งเป้าให้บริการทางการเงินเป็นหนึ่งในเป้าหมายสร้างการเติบโตให้กับบริษัทด้วยเช่นกัน และเครื่องมืออย่าง ShopeePay ก็คือช่องทางสำคัญในการนำบริการทางการเงินไปหาผู้ใช้งาน เห็นได้จากไตรมาส 4 ของปี 2020 การทำธุรกรรมผ่าน e-Wallet ของทางกลุ่มพุ่งขึ้นทะลุ 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐไปแล้ว จากผู้ใช้งานกว่า 23.2 ล้านคน ขณะที่ตัวเลขรวมของทั้งปีก็คิดเป็นมูลค่าถึง 7.8 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

ทั้งหมดนี้จึงเป็นจิ๊กซอว์ที่ SEA Group กำลังประกอบร่างเข้าด้วยกัน เพื่อให้ Ecosystem ของบริษัทแข็งแกร่ง และเติบโตพอที่จะจับต้องในรูปแบบผลกำไร

น่าสนใจทีเดียวว่าสิ้นปีนี้ SEA Group จะมีตัวเลขที่น่าตื่นตาตื่นใจในแง่มุมใดบ้างมาเปิดเผยให้ทราบกัน

Source

Source