“สรยุทธ” คัมแบ็ค “ช่อง 3” เตรียมขยายเวลาข่าวโกยเรตติ้ง โบรกฯ ชี้ปีนี้เห็นกำไร

นับจากวันที่เจ้าพ่อเล่าข่าว “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ลาจอช่อง 3 ไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2559 หลังศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ในคดีไร่ส้ม-อสมท กระทั่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ตัดสินลงโทษจำคุก 6 ปี 24 เดือน

- Advertisement -

หลังรับโทษไปแล้ว 1 ปี 2 เดือน และได้รับพระราชทานอภัยโทษ วันที่ 14 มีนาคม 2564 พิธีกรเล่าข่าวคนดังเข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษ เตรียมคืนหน้าจอ ช่อง 3 อีกครั้ง หลังห่างหายจากหน้าจอไป 5 ปีเต็ม

กรณีของ คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ถือเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม หลังถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีโทษตามคำพิพากษา 6 ปี 24 เดือน เข้าสู่เรือนจำเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ต่อมาได้รับพระราชทานอภัยโทษ 2 รอบในปี 2563 คงเหลือโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน เมื่อหักวันรับโทษมาแล้ว 1 ปี 2 เดือน จึงเหลือโทษอีก 2 ปี 4 เดือน เข้าหลักเกณฑ์พักโทษ ให้ออกจากเรือนจำในวันที่ 14 มีนาคม 2564 พร้อมติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุกเดือนจนกว่าจะพ้นกำหนดโทษ

หลังได้รับการพักโทษ คุณสรยุทธ ยืนยันว่าจะกลับไปทำงานที่ช่อง 3 อย่างแน่นอน แต่คงต้องรอสักพักก่อน

ช่อง 3 เตรียมขยายเวลาข่าวรอ “สรยุทธ” คืนจอ

การคืนจอช่อง 3 ของคุณสรยุทธ ส่งสัญญาณบวกกับหุ้น BEC มาต่อเนื่อง หลังจากมีข่าวพักโทษออกมาในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ หุ้น BEC เด้งรับข่าวนี้บวกกับผลประกอบการปี 2563 ขาดทุนลดลง ทำให้ราคาหุ้นขยับจากราคา 8.05 บาทในสิ้นปี 2563 มาอยู่ที่ 10.40 บาท (วันที่ 12 มีนาคม) เพิ่มขึ้นมา 29% 

เช่นเดียวกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) จาก 16,100 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ปัจจุบันอยู่ที่ 20,800 ล้านบาท (ณ วันที่ 12 มีนาคม)

CEO Ch3 Surin
คุณสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์

คุณสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจทีวี บมจ.บีอีซี เวิลด์ บอกกับ Brand Buffet ว่าต้องรอการตัดสินใจของคุณสรยุทธก่อนว่าพร้อมจะกลับมาทำงานเมื่อไหร่ ซึ่งทางสถานีสนับสนุนการทำงานทุกรูปแบบ เพราะถือเป็นบุคลากรสำคัญของช่อง 3

“คุณสรยุทธ ทำงานข่าวมากว่า 20 ปี รักในอาชีพนี้ และมีแฟนคลับที่ยังติดตามรอดูจำนวนมาก”

ปัจจุบันทุกรายการข่าว พร้อมขยายเวลาเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการกลับมาทำหน้าที่เล่าข่าวของคุณสรยุทธ อย่างรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ปัจจุบันออกอากาศเวลา 6.00-7.55 น. จันทร์-ศุกร์ หรือวันละ 1.55 ชั่วโมง ก็สามารถขยายเวลาได้อีก หากดูในอดีตช่วงที่คุณสรยุทธ ทำรายการเคยมีเวลาออกอากาศสูงสุดวันละ 3.30 ชั่วโมง และหนึ่งในกลยุทธ์หลักของช่อง 3 ในปีนี้ คือ นำเสนอรายการข่าวทั้งหน้าจอทีวีและออนไลน์ เพื่อเข้าถึงฐานผู้ชมกลุ่มใหม่

ซึ่งประเด็นการกลับมาของสรยุทธ เขาเองก็กล่าวในวันที่ 14 มีนาคม หลังจากติดกำไล EM เสร็จเรียบร้อยว่า ขอเวลาปรับตัวระยะหนึ่ง ในช่วงเวลาที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป หลังจากเขาไม่ได้จัดรายการมา 5 ปีกว่า

โบรกเกอร์ฟันธงปีนี้ BEC เห็นกำไร              

ก่อนที่คุณสรยุทธ ลาจอช่อง 3 ในปี 2559 บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน เคยประเมินรายได้โฆษณาจาก 3 รายการข่าวที่คุณสรยุทธ เป็นพิธีกร คือ เรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเด่นเย็นนี้ และเรื่องเล่า เสาร์-อาทิตย์ ทำรายได้ให้ช่อง 3 ปีละ 2,900 ล้านบาท แน่นอนว่าการคืนจอของนักเล่าข่าวคนดังมีนัยสำคัญกับการฟื้นรายได้ของช่อง 3 ในปีนี้

หากดูบทวิเคราะห์ของบรรดาโบรกเกอร์ ที่มีต่อหุ้น BEC หรือ ช่อง 3 ในปี 2564 ถือว่าไปในทิศทางบวก และน่าจะกลับมา turnaround ได้ หลังขาดทุนต่อเนื่องมา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2563

กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป วิเคราะห์ว่าปีนี้ BEC จะกลับมาสร้างกำไรได้หลังปรับโครงสร้างบริษัท โดยในปี 2563 ลดต้นทุนได้ถึง 39.3% จากการรีรันละครบางช่วงเวลา รวมถึงเวลาออกอากาศละครสั้นลง การปรับโครงสร้างองค์กร ลดจำนวนพนักงานช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเหลือพนักงานราว 900 คน จากเดิม 2,000 คน (ปี 2563 ลดลง 400 คน และการขายธุรกิจบีอีซี เทโร จึงไม่ถือเป็นพนักงานในกลุ่ม และไม่ต้องรับรู้ขาดทุนจากบีอีซี เทโร ปี 2563 อีกกว่า 100 ล้านบาท) รวมทั้งนโยบายดลดต้นทุนผลิตละครหรือซื้อลิขสิทธิ์ต่างประเทศลง 5-10%

ทั้งปี 2563 BEC ขาดทุน 214 ล้านบาท จากครึ่งปีแรกขาดทุน 542 ล้านบาท และพลิกมากำไรครึ่งปีหลัง 328 ล้านบาท ทั้งปีรายได้รวม 5,861 ล้านบาท -29.5% รายได้หลักโฆษณาเฉลี่ย 85,900 บาทต่อนาที อัตราการขาย 63%

ปี 2564 คาดพลิกมามีกำไร ทั้งแนวโน้มรายได้เพิ่มขึ้น แต่คุมค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง แม้โควิดจะกลับมาระบาดรอบใหม่  แต่ผลกระทบน้อยกว่ารอบแรก โดยเดือนมกราคม 2564 ที่โควิดระบาดเทียบปี 2562 เม็ดเงินโฆษณาทางทีวี +1% ขณะที่อุตสาหกรรม -3%

การขายทิ้งธุรกิจ “บีอีซี เทโร” ทำให้ได้ช่วงเวลาของข่าวเรื่องเล่าหน้าหนึ่ง เรื่องเล่าเช้านี้ และเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ กลับมาทั้งหมด จากเดิมแบ่งเวลาให้บีอีซี เทโรขายโฆษณา

อีกทั้งการกลับมาดำเนินรายการข่าวของคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา หลังจากได้พักโทษในวันที่ 14 มีนาคม 2564  คาดว่าจะทำให้รายการข่าวกลับมามีความน่าสนใจอีกครั้ง

ch3 The New Normal

ในส่วนของละครจะเพิ่มละครใหม่แทนรีรันและละครช่วง 20.20 น.จะเพิ่มเวลากลับมาเป็น 2 ชั่วโมงต่อวันเหมือนในอดีต ซึ่งน่าจะช่วยให้การขายโฆษณาดีขึ้นและหนุนรายได้ทีวีดิจิทัล เพราะคอนเทนท์ใหม่จะมีรายได้ดีกว่ารีรัน

นอกจากนี้การเปิดตัว CH3+ Premium เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 จะเปิดรับสมาชิกจ่ายค่าบริการเดือนละ 99 บาท  ซึ่งจะมี Exclusive Content ที่ไม่เคยออกอากาศทางช่อง 33 และไม่มีโฆษณาคั่น โดยตั้งเป้าหมายปีนี้มีสมาชิก 1 แสนราย

ส่วนการขายลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ (Global Content Licensing) ก็ยังคงมีรูปแบบ Simulcast ไปที่จีนไม่ต่ำกว่าปี 2563 จำนวน 5 เรื่อง รวมถึงการขายลิขสิทธิ์ปีนี้ที่ 1,000 ล้านบาท เติบโต 20%

โดยปรับคาดการณ์กำไร BEC ปี 2564 เป็น 574 ล้านบาท จากปี 2563 ขาดทุน 214 ล้านบาท ประเมินรายได้เติบโต 17% ที่ 6,794 ล้านบาท รายได้หลักโฆษณาอัตราการขายปรับขึ้นเป็น 70% และราคาขายปรับขึ้น 7%  ราคาเฉลี่ย 92,000 บาทต่อนาที จากการขยายเวลาละครที่มีราคาขายสูงเพิ่มขึ้นและการเพิ่มคอนเทนท์ใหม่ๆ ที่ราคาขายสูงกว่ารีรัน

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) มองว่าการพักโทษคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 3 หากคุณสรยุทธกลับมาเล่าข่าวที่ช่อง 3 ประเมินว่ารายได้และกำไร BEC จะเพิ่มขึ้น จากเรตติ้งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าโฆษณาทั้งจากรายการเรื่องเล่าและรายการก่อนหน้าเข้ารายการและหลังรายการเรื่องเล่าด้วย รวมทั้งแนวโน้มอุตสาหกรรมโฆษณามีโอกาสฟื้นตัว จากการควบคุมโควิดได้และเริ่มฉีดวัคซีน ดังนั้นปี 2564 ประเมินกำไรสุทธิ BEC ที่ 459 ล้านบาท ผลประกอบการ turnaround ครั้งแรกในรอบ 3 ปี

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน มองว่ากรณีที่ผู้บริหาร BEC เชื่อว่าคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา หลังได้รับการพักโทษในวันที่ 14 มีนาคม 2564 แล้ว จะกลับมาร่วมงานกับทางช่อง 3 แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะกลับมาเริ่มงานกับช่อง 3 ได้เมื่อไหร่ ภายใต้สมมติฐานหากกลับมาทำหน้าที่พิธีกรรายการข่าว “เรื่องเล่าเช้านี้” และ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ได้ในครึ่งหลังของปี 2564 จะช่วยให้อัตราการใช้โฆษณาของทั้ง 2 รายการเพิ่มขึ้น 20% และ BEC มีต้นทุนคิดเป็นสัดส่วน 50% ของรายได้ที่เพิ่มขึ้น คาดว่าทั้งปี 2564 จะมีกำไรสุทธิ 492 ล้านบาท

สำหรับ 3 รายการข่าวที่คุณสรยุทธ เคยเป็นพิธีกร ปัจจุบันมีเวลาออกอากาศและราคาโฆษณาดังนี้

  • เรื่องเล่าเช้านี้ เวลา 6.00-7.55 น. จันทร์-ศุกร์ ราคาโฆษณานาทีละ 2.2 แสนบาท
  • เรื่องเด่นเย็นนี้ เวลา 15.45-16.45 น. จันทร์-ศุกร์ ราคาโฆษณานาทีละ 2.2 แสนบาท
  • เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30-12.15 น. เสาร์-อาทิตย์ ราคาโฆษณานาทีละ 2.9 แสนบาท

โบรกเกอร์ประเมินรายได้ BEC

บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป

  • ปี 2564 รายได้ 6,794 ล้านบาท กำไรสุทธิ 574 ล้านบาท
  • ปี 2565 รายได้ 7,579 ล้านบาท กำไรสุทธิ 761 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง

  • ปี 2564 รายได้ 6,379 ล้านบาท กำไรสุทธิ 518 ล้านบาท
  • ปี 2565 รายได้ 6,692 ล้านบาท กำไรสุทธิ 655 ล้านบาท
  • ปี 2566 รายได้ 7,019 ล้านบาท กำไรสุทธิ 776 ล้านบาท

หลังจากคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้รับการพักโทษแล้ว แฟนคลับนับถอยหลังรอเจ้าพ่อเล่าข่าวคืนจอช่อง 3 ได้เลย และคงต้องมาลุ้นว่าเรตติ้งปีนี้ จะช่วยให้ BEC กลับมาทำกำไรอีกครั้งในรอบ 3 ปีได้หรือไม่