2 บิ๊กผนึกกำลังอุ้ม SMEs ฝ่าโควิด “แสนสิริ” ช่วยซื้อสินค้า 6,000 ล้าน “ไทยพาณิชย์” หนุนสินเชื่อ

sansiri SCB แสนสิริ ไทยพาณิชย์

สถานการณ์ COVID-19 ตั้งแต่ปีก่อนลากยาวมาถึงปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักคือ SMEs จากข้อจำกัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีในการทำงาน เป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด่วน เพราะเอสเอ็มอีไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 7 ล้านล้านบาท คิดเป็นกว่า 40% ของ GDP ประเทศ เป็นฟันเฟืองสำคัญการจ้างงานกว่า 80% ของภาคเอกชน

- Advertisement -

นั่นจึงเป็นที่มาการเริ่มเข้าไปช่วยเอสเอ็มอีของ “แสนสิริ” ในปีที่ผ่านมา เริ่มจากหัวเรือใหญ่ คุณเศรษฐา ทวีสิน ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ประกาศว่าแสนสิริ ต้องการช่วยซื้อของจากเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นซีเมนต์ อุปกรณ์ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เพื่อใช้ในโครงการอสังหาฯ หวังช่วยให้เอสเอ็มอีมีรายได้ ประคองธุรกิจให้ไปต่อได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

ไม่เพียงแค่นั้นยังช่วยเอสเอ็มอีกลุ่มร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม สินค้าต่างๆ ให้เข้ามาเปิดจำหน่ายในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ เพื่อให้ลูกบ้านที่มีกว่า 100,000 ครัวเรือนในทำเลต่างๆ ได้จับจ่ายซื้อสินค้า ปี 2563 แสนสิริช่วยเอสเอ็มอี มาแล้วกว่า 900 รายและซื้อสินค้าไปแล้ว 4,000 ล้านบาท

ปี 64 อุ้มเอสเอ็มอี 6 กลุ่ม ซื้อสินค้า 6,000 ล้าน        

ปัจจุบันแม้สถานการณ์โควิดเริ่มดีขึ้น หลังจากมีการฉีดวัคซีน แต่ยังต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะกระจายได้ทั่วประเทศ ธุรกิจเอสเอ็มอีจึงยังต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่อง

คุณอภิชาติ จูตระกูล ประธานกรรมการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปีนี้จึงได้ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ช่วยเหลือเอสเอ็มอี ในโครงการ SANSIRI x SCB: BUILD FOR ALL สร้างไปด้วยกัน” เพื่อเป็นต้นแบบสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้องค์กรขนาดใหญ่เข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอี ให้สามารถฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน

ตั้งเป้าหมายเช่วยเหลือเอสเอ็มอีในปี 2564 จำนวน 1,500 ราย หรือคิดเป็นวงเงินการช่วยเหลือรวม 7,000 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินซื้อสินค้าเพื่อใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริจากเอสเอ็มอีมูลค่า 6,000 ล้านบาท และเงินสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจจากธนาคารไทยพาณิชย์ 1,000 ล้านบาท

กลุ่มเอสเอ็มอีเป้าหมายที่จะเข้าไปช่วยเหลือในโครงการนำร่องมี 6 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย 1.วัสดุก่อสร้าง 2.เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน 3.ผู้รับเหมาก่อสร้าง 4.ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน 5.งานบริการด้านที่อยู่อาศัย และ 6.ธุรกิจอาหาร

Sansiri food truck 3

โดยเปิดกว้างสำหรับเอสเอ็มอีทุกราย รวมทั้งคู่ค้าที่เป็นซัพพลายเออร์ของแสนสิริ และลูกบ้านแสนสิริที่ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี เพื่อสร้างให้เกิดอีโคซิสเต็ม เชื่อมโยงการทำงานทั้งระบบ สิ่งที่แสนสิริและไทยพาณิชย์จะเข้าไปช่วยเหลือมี 5 เรื่อง ดังนี้

1.สร้างรายได้ให้เพิ่มด้วยการเข้าซื้อสินค้าจากเอสเอ็มอี มูลค่า 6,000 ล้านบาท

2.สร้างช่องทางการเข้าถึงลูกค้า (Reach) เช่น การเพิ่มช่องทางการโปรโมทธุรกิจ สินค้า และบริการของเอสเอ็มอีด้วยช่องทางสื่อออนไลน์ของแสนสิริและธนาคารไทยพาณิชย์ รวมถึงโปรโมทผ่านแสนสิริแฟมิลี่ที่มีอยู่ในการดูแลกว่า 100,000 ครอบครัว

3.สร้างตลาดใหม่บนโลกออนไลน์ ด้วยการขยายตลาดของเอสเอ็มอีไทยสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ เช่น NocNoc.com ตลาดออนไลน์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านครบวงจร, Robinhood แอปพลิเคชั่น Food Delivery เพื่อผู้ประกอบการรายเล็กและ WeChef แพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวม Food Truck ของไทย รวมทั้ง Amazon แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก

4.สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ โดยธนาคารไทยพาณิชย์จะนำ Tech Efficiency Program เข้ามาช่วยด้านการลดต้นทุนให้กับเอสเอ็มอี

5.สร้างสภาพคล่อง โดยธนาคารไทยพาณิชย์จะให้การสนับสนุนด้านสินเชื่อธุรกิจที่ให้กับเอสเอ็มอีด้วยวงเงินรวมทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท

แสนสิริมีลูกค้าอยู่อาศัยในโครงการ 100,000 ครัวเรือน กลุ่มนี้ถือเป็นอีกกำลังซื้อสำคัญ ที่สามารถดึงเอสเอ็มอี เข้ามาร่วมให้บริการและจำหน่ายสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกบ้าน และเป็นการช่วยหาลูกค้าให้เอสเอ็มอีสร้างรายได้อีกทาง

“ปีนี้มั่นใจว่าโครงการที่ให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอี จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและยั่งยืนขึ้น จากการเข้ามาร่วมมือของธนาคารไทยพาณิชย์ เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนชำระยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้เอสเอ็มอีไทยรอดพ้นจากวิกฤติโควิดได้เร็วขึ้น”

sansiri food truck 2

“ไทยพาณิชย์”หนุนสินเชื่อ

ปีที่ผ่านมาทั้งโลกและไทยต้องเจอกับโควิด เป็นสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน หลายธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยเฉพาะเอสเอ็มอี คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปี 2563 ธนาคารได้ช่วยเอสเอ็มอี พักชำระหนี้ ยืดอายุจ่ายหนี้ ปรับลดดอกเบี้ย รวมวงเงินกว่า 4 แสนล้านบาท

รวมทั้งช่วยหาช่องทางการขายเพื่อสร้างรายได้ใหม่ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับตัวเพื่อรับมือภาวะผันผวนของเศรษฐกิจ แต่ความช่วยเหลือจากธนาคารอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีทั้งระบบก้าวพ้นวิกฤตินี้ไปได้ จึงเห็นโอกาสที่จะร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของประเทศ เพื่อร่วมกันช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในวงกว้างขึ้น

การร่วมมือกับแสนสิริในโครงการ SANSIRI x SCB: BUILD FOR ALL สร้างไปด้วยกัน” เป็นการใช้ศักยภาพที่แตกต่างกันของทั้งสององค์กร เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับเอสเอ็มอีกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย ที่จะเป็นโครงการต้นแบบบนแนวคิดเศรษฐกิจเกื้อกูลพึ่งพากันแบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้อง” ให้ร่วมมือกันฝ่าวิกฤตินี้ ที่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกอุตสหกรรมที่มีเอสเอ็มอีอยู่ในซัพพลายเชน ในโครงการที่ทำกับแสนสิริ ธนาคารช่วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่

1.สนับสนุนวงเงินสินเชื่อธุรกิจรวม 1,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยที่เข้าร่วมโครงการ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.99% ระยะเวลา 3 เดือนแรก ให้กับกลุ่มลูกบ้านแสนสิริที่ประกอบธุรกิจ รวมถึงคู่ค้ากลุ่มผู้ประกอบการในเครือข่ายแสนสิริ ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่

2.ช่วยด้านเครื่องมือดิจิทัลและลดต้นทุนให้กลุ่มซัพพลายเชนของแสนสิริ ผ่านการจัดอบรมสัมมนา และ Business Matching เพื่อเปิดโอกาสพบคู่ค้ารายใหม่ของธนาคาร

3.สนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารให้เข้าสู่ โรบินฮู้ด (Robinhood) แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์ม (จีพี) ช่วยเพิ่มช่องทางขายการนอกเหนือจากหน้าร้าน

คุณพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าในพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอี กลุ่มขนาดกลาง รายได้ 75-500 ล้านบาท ปีที่ผ่านมามีมูลค่า 2.6 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เข้ามาขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจำนวน 1.6 แสนล้านบาท  ปัจจุบันยังเหลือกลุ่มที่ต้องมีมาตรการช่วยเหลือทางการเงินเหลืออยู่ 60,000 ล้านบาท นั่นหมายถึง 70% เริ่มไปได้แล้ว

โดยกลุ่มเอสเอ็มอีที่ยังได้รับผลกระทบอยู่ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว มูลค่าที่ต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงินราว 10,000 ล้านบาท กลุ่มนี้ต้องรอให้นักท่องเที่ยวกลับมาเดินทางปกติก่อนจึงจะเริ่มฟื้นตัวได้ ยังคงเป็นกลุ่มที่ธนาคารต้องดูแลประคับประคองต่อไป รวมทั้งให้สินเชื่อใหม่เพื่อดูแลโรงแรมให้มีสภาพดีรอรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมา  โดยปีนี้มีวงเงินปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดกลางราว 40,000 ล้านบาท

การให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีของผู้ประกอบการ “รายใหญ่” ของ “แสนสิริและไทยพาณิชย์” ในครั้งนี้ถือเป็นโครงการต้นแบบให้องค์กรขนาดใหญ่อื่นๆ จับมือกันในการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กให้ประคองธุรกิจผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน และช่วยให้ประเทศไทยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปให้ได้