ไรเดอร์อยู่ไหน Ads ไปด้วย…จับตา AdAround สื่อใหม่มาแรงเกาะเทรนด์ Delivery เจาะใจคนเมือง

ในขณะที่สภาพการจราจรที่ติดขัด ถนนในกรุงเทพฯเกือบทุกสายเต็มไปด้วยยานพาหนะ ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัญหาและอุปสรรคในการใช้ชีวิต แต่อีกด้านหนึ่งของกรุงเทพฯ เมืองที่รถติดมากที่สุดอันดับ 8 ของโลก กลับกลายเป็น “โอกาส” ของสื่อโฆษณานอกบ้าน (Out Of Home Media) มาเนิ่นนาน ล่าสุด “AdAround”  ใช้โอกาสนี้นำเสนอแพลตฟอร์มโฆษณาซึ่งเป็นสื่อเคลื่อนที่ผ่านทางไรเดอร์ของผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นบริการที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง โดยใช้สื่อจอโฆษณาที่ติดตั้งอยู่ท้ายเบาะรถจักรยานยนต์สื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย มั่นใจมีประสิทธิภาพสูง วัดผลได้ชัดเจนเหมือนสื่อออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของสินค้าและบริการทุกประเภทโดยเฉพาะ FMCG ที่ต้องการเจาะกลุ่มคนเมือง รวมถึงแบรนด์ที่ต้องการให้ผู้บริโภครับรู้จะจดจำ ก่อนจะขยายขอบเขตการให้บริการในหัวเมืองใหญ่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยต่อไป

- Advertisement -

AdAround โอกาสใหม่ของสื่อ OOH

เมื่อปี 2020 กรุงเทพฯ มีจำนวนยานพาหนะทุกประเภทรวมกันกว่า 10.2 ล้านคัน และตัวเลขนี้ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉลี่ยใช้เวลาบนท้องถนนราว 3 ชั่วโมง/วัน และยังใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านหรือที่พักอาศัยนานถึง 12 ชั่วโมง/วัน สถิติเหล่านี้ล้วนยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า การจะเข้าถึงผู้บริโภคเมืองหลวงได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ OOH ขณะเดียวกันก็มีอัตราการบริโภคสื่อออนไลน์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สื่อออฟไลน์ค่อย ๆ ลดลง กระนั้นแบรนด์ต่าง ๆ ก็ยังมีความต้องการในการลงสื่อ OOH อย่างต่อเนื่อง นับเป็นทิศทางที่แสดงให้เห็นว่าสื่อ OOH มีแนวโน้มที่จะเติบโตดี โดยเหตุที่สื่อเคลื่อนที่น่าสนใจในแง่ของการตลาดเนื่องจากมีศักยภาพสูง เพราะสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการจดจำได้มากกว่าภาพนิ่งถึง 20 เท่า นั่นจึงเป็นที่มาของการให้บริการสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ที่สดใหม่และล้ำสมัยอย่าง AdAround ที่เชื่่อว่าถนนทุกสายที่มีการจราจรหนาแน่นในกรุงเทพฯ มีผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมากแน่นอน

มาหลังแต่ “ปังกว่า”  ผนึกไรเดอร์ กระจาย Ads ทั่วกรุง

แม้จะไม่ใช่สื่อเคลื่อนที่รายแรกในตลาด แต่ AdAround ก็ถือว่ามีจุดเด่นที่แตกต่างอย่างชัดเจน เพราะรายอื่นจะให้บริการ wrap รถยนต์ ติดป้ายไฟกับจักรยานยนต์ กับจอ LED ในรถแท็กซี่ โดยสิ่งที่ AdAround แตกต่างจากแพลตฟอร์มโฆษณาอื่น ๆ ได้แก่

การไป plug-in กับผู้ประกอบการที่ให้บริการเดลิเวอรี่ซึ่งมีไรเดอร์ในเครือข่ายจำนวนมากอยู่แล้ว ทำให้ขยายได้รวดเร็ว และเพียงพอต่อการทำให้โฆษณาเกิดอิมแพ็คได้ ขณะเดียวกันการดำเนินการทุกอย่างทำงานผ่านระบบคลาวด์  นั่นหมายความว่าไรเดอร์ไม่จำเป็นต้องอัพเดทโฆษณาเอง ระบบจะจัดการโชว์โฆษณาอัตโนมัติตามเพลลิสต์ที่ตั้งค่าไว้ พร้อมกันนี้ยังมี GPS สามารถวัดได้ว่าบริเวณไหนมีการแสดงผลของโฆษณานั้น ๆ มากที่สุด และมี Beacon Tech สามารถยิง Push Notification ที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาที่กำลังแสดงอยู่ได้ AdAround ยังบอกไว้อีกว่าขณะนี้กำลังพัฒนาฟีเจอร์ล้ำ ๆ เพื่อให้ในอนาคต Advertiser สามารถเลือกลงโฆษณาแบบ Location based เลือกกำหนดย่านหรือเขตที่จะโฆษณาได้ และหากมีไรเดอร์อยู่ด้วยกันมากกว่า 3-5 คันขึ้นไปในบริเวณใกล้ ๆ กัน ประมาณ 1-3 เมตร  จอจะทำการซิงค์กัน และแสดงโฆษณาตัวเดียวกัน สร้าง Impact ได้เพิ่มขึ้น รวมถึงเตรียมเพิ่มจำนวนรถจักรยานยนต์ทั้งหมดในเครือข่ายที่ปัจจุบันร่วมเป็นพันธมิตรกับ 2 ราย ให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายไว้ภายในปี 2564 นี้  จะเพิ่มขึ้นจาก 100 คันเป็น 1,000 คัน

วัดผลแม่นยำ ติดตามรายงานผลได้สะดวก

ด้านประสิทธิภาพการวัดผล AdAround สามารถนับ Impression ได้จริง ๆ จากจำนวนครั้งที่โฆษณาถูกยิง เหมือนโฆษณาออนไลน์ ทั้งยังสามารถดูสถิติและประสิทธิผลของโฆษณาผ่านทาง dashboard ได้ว่ารถจักรยานยนต์วิ่งไปเส้นทางไหนบ้าง วัด CPM (Cost per thousand Impressions) ได้ วัด Impression ได้ว่าเป็นอย่างไร รวมถึงใช้งบประมาณเท่าไหร่ในแคมเปญนั้น ๆ และสรุปรายงานโดยละเอียดตามช่วงระยะเวลาที่เลือกได้ ทั้งยังใช้ประโยชน์สื่อวิดีโอของลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย โดย 1 นาที ผู้บริโภคจะเห็นโฆษณา 10 ตัว แต่ละตัวจะเน้น Key Message  สั้น ๆ เห็นแล้วจับใจความสำคัญได้เลยทันทีว่าต้องการสื่อสารอะไร  ไม่ใช่โฆษณาความยาว 15-45 วินาที โดยสามารถโฆษณาสินค้าและบริการได้ทุกประเภท แต่ที่เหมาะที่สุดคือ FMCG หรือการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) และ การทำให้ผู้บริโภคจดจำตราสินค้าได้ (Brand Recognition)

สำหรับรูปแบบการให้บริการ AdAround สามารถอธิบายได้คร่าว ๆ ดังนี้ หลังจากได้ข้อสรุปจากลูกค้าว่าจะใช้สื่อโฆษณาใด ทางบริษัทฯ จะส่งข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ต/จีพีเอส ไปยังไรเดอร์ในเครือข่ายที่ติดตั้งจอโฆษณาอยู่แล้ว เพื่อแสดงโฆษณานั้นให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้รับรู้

AdAround จึงเป็นเครื่องมือการตลาดรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ ไม่เหมือนใคร สอดรับกับสภาพการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ และเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการต่าง ๆ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ชีวิตบนท้องถนนอย่างยาวนานได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังวัดผลได้ชัดเจน พร้อมรายงานสรุปผลการดำเนินการโดยละเอียด เพื่อประโยชน์ในการวางกลยุทธ์การตลาดต่อไปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และในอนาคตจะขยายการให้บริการไปยังหัวเมืองใหญ่ ๆ อย่างเชียงใหม่ ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช เป็นลำดับถัดไป

สำหรับผู้ที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.AdAround.tech