เปิดสถิติหุ้นขวัญใจมหาชน OR กับกลยุทธ์ลงทุนธุรกิจน้ำมัน-Café Amazon ต่อจิ๊กซอว์ M&A และ JV

PTT station OR โออาร์

หุ้นประวัติศาสตร์ขวัญใจมหาชน OR หรือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรก (11 กุมภาพันธ์) จากราคา IPO 18 บาทต่อหุ้น เปิดตลาดราคาขยับทันทีที่ 26.50 บาท +47.22%

- Advertisement -

ระหว่างวันราคาต่ำสุด 22.10 บาท สูงสุด 29.50 บาท และปิดตลาดที่ราคา 29.25 บาท +62.50%  หรือเพิ่มขึ้น 11.25 บาทจากราคา IPO 18 บาท มูลค่าซื้อขาย 47,360 ล้านบาท

ต้องบอกว่าหุ้น IPO “โออาร์” สร้างหลายสถิติประวัติศาสตร์ให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เริ่มตั้งแต่มูลค่าระดมทุน 54,000 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของตลาดหุ้นไทย  นอกจากนี้ยังเป็นหุ้น IPO บริษัทน้ำมันที่มีมูลค่าระดมทุนสูงสุดในเอเชียนับตั้งแต่ปี 2550

นับเป็นครั้งแรกประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย เปิดจองหุ้น IPO นาน 10 วัน ผ่าน 3 ธนาคารที่มีกว่า 2,000 สาขา และจองออนไลน์  สร้างสถิติยอดซื้อจอง 530,000 รายการ มากที่สุดของการเสนอขายหุ้น IPO ในประเทศไทย กลายเป็นบริษัทมหาชนที่มีผู้ถือหุ้นมากที่สุดของตลาดหลักทรัพย์ไทย

OR_IPO

หุ้น OR มีนักลงทุนรายย่อยจองซื้อ 480,000 ราย มูลค่า 35,000 ล้านบาท หรือมีจำนวนและมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของตลาดหุ้นไทย ในจำนวนนี้เป็นนักลงทุนหน้าใหม่ “ไม่มีพอร์ตหุ้น” 30%  โดย OR จัดสรรหุ้นให้รายย่อยเริ่มต้น 300 หุ้น  ผู้ได้รับการจัดสรรสูงสุด 4,500 หุ้น

OR มีมูลค่าตลาด (มาร์เก็ต แคป) ณ IPO อยู่ที่ 208,980 ล้านบาท สูงเป็นลำดับต้น ๆ ของตลาดหุ้นไทย หลังจากเปิดซื้อขายวันแรกราคาปิดตลาด 29.25 บาท ทำให้มาร์เก็ตแคป OR อยู่ที่ 339,529 ล้านบาทได้รับการจัดเข้าไปรวมอยู่ในดัชนี SET50 และ SET100 ด้วยเกณฑ์ Fast-track ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ รวมทั้งเตรียมเข้าคำนวณดัชนี FTSE และ MSCI ในเดือนมีนาคม ถือเป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุนสถาบันและต่างชาติเข้ามาลงทุนในหุ้น OR

ดีลเลอร์ปั๊มน้ำมัน-แฟรนไชส์ Café Amazon เข้าคิวเปิดสาขาเพียบ

หลังเข้าตลาด OR วางงบลงทุนช่วง 5 ปีหลังจากนี้ไว้มูลค่า 74,600 ล้านบาท  คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR  กล่าวว่ากลยุทธ์สร้างการเติบโตหลังเข้าตลาด จะมีทั้ง Organic Growth และ Inorganic Growth

โดย Organic Growth  จะมาจากการขยายธุรกิจเดิมในกลุ่มธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก แต่ละปีจะขยาย การลงทุนสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ปีละ 100 สาขาต่อปี  สัดส่วน 80% เป็นดีลเลอร์ และ OR ลงทุนเอง 20% แต่ละปีมีผู้สนใจมายื่นสมัครเป็นดีลเลอร์ปีละ 1,000 ราย แต่ OR พิจารณาให้ปีละ 100 ราย

ร้านกาแฟ Café Amazon เปิดปีละ 400 สาขา มีผู้สนใจมายื่นสมัครขอแฟรนไชส์ปีละ 5,000 ราย แต่พิจารณาให้ปีละ 400 ราย นั่นแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่ยังขยายตัวอีกมาก

Cafe Amazon OR

นอกจากนี้ช่วงกลางปี 2564 เตรียมเปิดโรงงานเบเกอรี่ เพื่อผลิตและส่งไปจำหน่ายในร้าน Café Amazon กว่า 3,100 สาขาในประเทศไทยและเป็นการเพิ่มกำไรให้ร้าน Café Amazon ในสินค้ากลุ่ม Non Drink จากปัจจุบันมีสัดส่วน 5% จะขยายให้ได้ 13% ใน 5 ปี รวมทั้งพัฒนาสินค้าเมอเชนไดส์และสินค้าพรีเมี่ยมให้กับกลุ่มที่ชื่นชอบแบรนด์ Café Amazon และขยายบริการเดลิเวอรี่ ที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 30% ของยอดขาย

ส่วนต่างประเทศได้ขยาย PTT Station และ Café Amazon เข้าไปใน 10 ประเทศแล้ว ตามแผนลงทุนหลังจากนี้จะโฟกัส  3 ประเทศหลัก กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ลาว  โดยอีก 5 ปี จะขยายทั้ง PTT Station เปิดใหม่อีก 350 แห่ง รวมเป็น 650 แห่ง และ Café  Amazon  จาก 240 แห่ง เปิดอีก 350 แห่ง รวมเป็น 550 แห่ง

ขณะที่ EV ก็เป็นเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ปัจจุบัน OR ให้บริการจุดชาร์จ EV ในปั๊ม ปตท.แล้ว  25 แห่ง และจะขยายเพิ่มในเส้นทางหลักๆ  ถือเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่สามารถให้บริการได้ใน PTT Station จากการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้บริการปั๊มน้ำมันจะใช้เวลาราว 20 นาที คือ เติมน้ำมัน 5 นาที ที่เหลือเข้าห้องน้ำ ร้านกาแฟ  ร้านสะดวกซื้อ  หากลูกค้าเปลี่ยนมาใช้รถ EV เข้ามาใช้เวลาชาร์จ 20 นาที ก็สามารถใช้บริการ Non-oil กลุ่มค้าปลีกอื่นๆในสถานีได้ โดย OR มีแผนจะสร้าง EV Platform ต่อเนื่อง เสริมจิ๊กซอว์บริการใหม่ๆ เข้ามาเป็นอีกธุรกิจ

คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR

ตั้งงบ “หมื่นล้าน” ลุยกลยุทธ์ลงทุน M&A และ JV

ส่วนการสร้างการเติบโตแบบ Inorganic Growth มองโอกาสการขยายธุรกิจใหม่ๆ ในกลุ่ม Mobility และ Lifestyle เพิ่มขึ้น เพื่อเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มและอีโคซิสเต็มของ OR  โดยอยู่ระหว่างเจรจากันพันธมิตรธุรกิจ ทั้งรูปแบบควบรวมกิจการ (Mergers & acquisitions หรือ M&A) และร่วมทุน (Joint Venture หรือ JV) ซึ่งเป็นวิธีสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว ช่วง 5 ปีนี้ วางงบลงทุนในส่วนนี้ไว้ 10,000 ล้านบาท

ตัวอย่างปีที่ผ่านมา OR ได้เข้าไปร่วมถือหุ้นใน Flash Express ธุรกิจขนส่งพัสดุ ซึ่งเป็นเทรนด์ธุรกิจที่กำลังเติบโตจากการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ

การร่วมทุน “พีเบอร์รี่ ไทย” ที่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกาแฟครบวงจร โดยเป็นผู้จัดหา ผลิต จัดจำหน่ายเมล็ดกาแฟ รวมทั้งให้บริการจำหน่ายและดูแลรักษาเครื่องชงกาแฟ ให้กับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ และเป็นเจ้าของร้านกาแฟประเภท Specialty Coffee แบรนด์ Pacamara ทำให้ OR สามารถขยาย Brand Portfolio ร้านกาแฟได้เพิ่มขึ้นนอกจากตลาดแมส Cafe Amazon

ในแผนธุรกิจปีนี้กำลังศึกษาธุรกิจ “อาหารและเครื่องดื่ม” อยู่หลายแบรนด์ทั้งการร่วมทุนหรือให้เช่าพื้นที่ เพราะที่ผ่านมาร้านอาหารกลุ่มนี้อยู่ในห้าง เมื่อเจอ COVID-19 จึงถูกปิดและจำกัดเวลาขาย  แต่ปั๊ม ปตท. เปิดบริการ 24 ชั่วโมง กระจายอยู่ใน 77 จังหวัด มีคนใช้บริการ 3 ล้านคนต่อวัน  จึงได้รับความสนใจจากแบรนด์ต่างๆ เข้ามาเป็นพันธมิตร

ส่วนเทรนด์สินค้ากัญชง ที่ได้รับการปลดล็อกให้ทำการค้าได้ตามกฎหมาย ก็เป็นอีกโอกาสทางธุรกิจของ OR ในการพัฒนาสินค้าได้เช่นกัน

ปัจจุบัน EBIDA (กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา) ของ OR  มาจากธุรกิจน้ำมัน 68% Non-oil 25% และต่างประเทศ 5%  ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะปรับสัดส่วน EBIDA  ให้มาจากธุรกิจน้ำมัน 52%  Non-oil 32%  และต่างประเทศ 13%  เพราะกลุ่มค้าปลีก Non-oil มีกำไรดีกว่าน้ำมัน

“จากแผนธุรกิจและกลยุทธ์การลงทุนในช่วง 5 ปีจากนี้ เชื่อว่า OR น่าจะสร้างการเติบโตได้ดีและสร้างความมั่นใจให้ผู้ถือหุ้นโออาร์”