ผู้พัฒนาเบอร์ 1 ศูนย์การค้าไทย ยั่งยืนไกลระดับโลก “เซ็นทรัลพัฒนา” ติด Top 10 DJSI World จาก 183 บริษัทอสังหาฯ ทั่วโลก

แนวทางการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืนเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่องค์กรส่วนใหญ่ในปัจจุบันให้ความสำคัญ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปมาก การที่ลูกค้าจะซื้อ หรือสนับสนุนสินค้าและบริการของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์นั้น offer สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่ smart customer ยุคนี้มองลึกไปถึงกิจกรรมของแบรนด์หรือองค์กรว่า ส่งผลกระทบต่อโลกรอบตัวในเชิง “บวก” และ “ลบ” อย่างไรบ้าง

- Advertisement -

สำหรับการวัดผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทต่างๆ ในระดับโลกได้มีการจัดอันดับที่เปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ด้านความยั่งยืน คือ “ดัชนีความยั่งยืนระดับโลกดาวโจนส์” (Dow Jones Sustainability Indices : DJSI) เป็นเครื่องชี้วัดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก ครอบคลุม 3 มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีบริษัทไทยจำนวนมากในหลากหลายสาขาที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก DJSI ซึ่งไม่เพียงเป็นการการันตีด้านความยั่งยืน ยังสร้างความน่าเชื่อถือด้านการลงทุนอีกด้วย โดยเป็นเกณฑ์ที่ผู้ลงทุนทุกสถาบันทั่วโลกให้การยอมรับและใช้เป็นข้อมูลในการลงทุน

เมื่อพูดถึงบริษัทใหญ่ในไทยที่ติดอันดับ DJSI “เซ็นทรัลพัฒนา” (Central Pattana: CPN – ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์) เป็นบริษัทที่มีผลการดำเนินงานติดอันโลก ทั้งเป็น “อสังหาริมทรัพย์ไทยรายเดียว” ที่ติดอันดับ DJSI World 3 ปีซ้อน และยังติด Top 10 จากกว่า 183 บริษัทด้านอสังหาฯ ทั่วโลก รวมถึงยังติดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่หรือ DJSI Emerging Markets ถึง 7 ปีซ้อนอีกด้วย

ในฐานะแม่ทัพใหญ่ที่นำพาความสำเร็จระดับโลกมาสู่องค์กร คุณปรีชา เอกคุณากูล President & CEO บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เผยว่า “บริษัทเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ให้กับลูกค้าและสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจศูนย์การค้า สร้างการเติบโตร่วมกันกับคู่ค้าอย่างยั่งยืน การได้รับรางวัลการันตีระดับโลก ติดอันดับดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ DJSI ต่อเนื่อง 3 ปี ซ้อน และติดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ติดต่อกัน 7 ปีซ้อน ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นที่มีต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของเซ็นทรัลพัฒนา ที่มีความแข็งแกร่ง สามารถปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วและพร้อมเป็นกำลังหลักที่ช่วยสนับสนุนประเทศ ให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไป”

“ปัจจุบันบริษัทฯ มีศูนย์การค้า 34 แห่งในไทยและต่างประเทศ การคงความเป็นผู้นำตลาดได้ บริษัทมีการพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคมไทยอย่างไม่หยุดนิ่ง ควบคู่กับการขยายธุรกิจไปต่อยอดโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนามิกซ์ยูสโปรเจ็คหลากหลายโครงการ ได้ช่วยสร้างอาชีพ สร้างโอกาส ให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ สร้างการเติบโตและความเข้มแข็งให้กับ เศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการทำธุรกิจโดยยึดมั่นด้านการมีส่วนร่วมและสำนึกรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ทุกภาคส่วน”

เซ็นทรัลพัฒนา เป็นอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทยที่ดำเนินธุรกิจหลากหลาย (Diversified Business) ดังนั้น จึงสามารถสร้าง Impact ให้กับส่วนรวมได้อย่างมาก โดยสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอด 4 ทศวรรษ คือหลักธรรมาภิบาล และความยั่งยืนใน 3 ด้านคือ ด้านเศรษฐกิจ การเปิดศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ต่างๆ สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ ช่วยให้เกิดการจ้างงาน การสร้างรายได้ในท้องถิ่น การส่งเสริมกิจการของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)ท้องถิ่น และการพัฒนาผู้ประกอบรายย่อย รวมถึงโครงการต่างๆ ที่กระตุ้นเศรษฐกิจระดับประเทศ ด้านสังคม บริษัทมีการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและสร้างมาตรฐาน ความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชุมชน สร้างพื้นที่พบปะและสันทนาการ รวมถึงจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของชุมชน และ ด้านสิ่งแวดล้อม เซ็นทรัลพัฒนามุ่งสร้างความยั่งยืนภายใต้โครงการ Journey to Zero เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ โดยส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ในศูนย์การค้า การใช้น้ำรีไซเคิล  การจัดการขยะอย่างถูกวิธี เป็นต้น

นอกจากนี้ การจะผ่านเกณฑ์ของดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ได้ มิติด้านธุรกิจ บริษัทต้องสร้างความมั่นคงทางการเงิน มีการลงทุนทั้งในและต่างประเทศจนเป็นที่ยอมรับในแวดวงธุรกิจทั่วโลก ซึ่งเซ็นทรัลพัฒนา ถือเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าองค์กรสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืนให้กับผู้ลงทุนได้ ติด Top 15 ในประเทศไทย และเป็น 1 ใน 2,500 บริษัททั่วโลกที่มูลค่าบริษัสูงสุดด้วย

สำหรับการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทฯ ได้มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2563 ทำรายได้รวม 7,599 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิ 2,481 ล้านบาท โดยสะท้อนถึงการฟื้นตัวจากไตรมาส 2 อย่างมาก และภาพรวม 9 เดือนของปี 2563 ถือว่าบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างรายได้รวม 23,753 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 7,540 ล้านบาท

“การได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ DJSI ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของบริษัท ในฐานะองค์กรธุรกิจที่เป็นตัวแทนบริษัทคนไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติด้วย”

ปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนา บริหารจัดการศูนย์การค้า 34แห่ง มีพื้นที่ให้เช่ารวม 1.8 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) ภายใต้แบรนด์ ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล,เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักซ์ชูรีเอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย โดยแบ่งเป็นโครงการศูนย์การค้าที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 15 โครงการ ต่างจังหวัด 18 โครงการ และ “เซ็นทรัล ไอ-ซิตี้” ในมาเลเซีย 1 โครงการ นอกจากนี้ ยังมีศูนย์อาหาร 30 แห่ง อาคารสำนักงาน 10 แห่ง โรงแรม 2 แห่ง โครงการที่พักอาศัยอีก 15 โครงการ