ก้าวสู่ Tech Insurance “ทีคิวเอ็ม” เดินกลยุทธ์ 4 เครื่องยนต์ ดันเบี้ยประกันภัยแตะ 50,000 ล้าน

TQM

จากจุดเริ่มต้นเบี้ยประกัน 5 ล้านบาท มาในสิ้นปีนี้ TQM วางเป้าหมายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท ก้าวต่อไปมุ่งสู่ Tech Insurance ผ่านกลยุทธ์ 4 Growth Engine กับเป้าหมายผลักดันเบี้ยประกันภัยทะลุ 50,000 ล้านบาท ในปี 2569 และตำแหน่งผู้นำ Digital Insurance Broker ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

- Advertisement -

“ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น” ธุรกิจที่ปรึกษาประกันภัยและการเงิน จัดตั้งเมื่อปี 2540 โดยครอบครัว “พรรณนิภา” เพื่อประกอบธุรกิจหลักให้บริการนายหน้าประกันภัย ยังมีบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันชีวิต มาในยุคที่ทุกอุตสาหกรรมต้องใช้ เทคโนโลยีขับเคลื่อน “ทีคิวเอ็ม” วางเป้าหมายสู่ Tech Insurance จึงเข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัพเพื่อพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม และเครื่องมือการทำตลาดใหม่ๆ

Digital Transformation 3 ระยะ ก้าวสู่ Tech Insurance

จากข้อมูลของ Mckinsey ที่ปรึกษาด้านการบริหารระดับโลก วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจประกันในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2573 บทบาทของเทคโนโลยีจะเข้ามามีผลกระทบกับธุรกิจประกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Machine Learning  การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) กับข้อมูลที่มีอยู่มหาศาล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อรองรับเทรนด์ธุรกิจประกันภัยในอนาคต TQM จึงวางแผนธุรกิจเรื่อง Digital Transformation ไว้ 3 ระยะ

– ระยะสั้น  Digital Readiness เป็นการวางพื้นฐานการทำ Digital Transformation สำหรับองค์กร โดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการทำงาน สร้างประสบการณ์ให้บริการและการซื้อของลูกค้า

– ระยะกลาง New Digital Adoption ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ นำ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม มาให้บริการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและผลิตภัณฑ์วินาศภัย รวมทั้งการขายช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ สร้างแพลตฟอร์มรองรับกลยุทธ์ Cross-selling และ Up-selling เพื่อสร้างกำไรให้ธุรกิจ

– แผนระยะยาว System of intelligence  นำดาต้ามาใช้ประโยชน์ เพื่อวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภค ต่อยอดดิจิทัล แพลตฟอร์มทั้งการซื้อและการบริการ  นำเทคโนโลยี Machine Learning ,Deep Learning และ AI มาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนธุรกิจ

TQM ceo
คุณอัญชลิน พรรณนิภา – คุณนภัสนันท์ พรรณนิภา

กลยุทธ์ 4 Growth Engine

คุณนภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าแผนธุรกิจของ “ทีคิวเอ็ม” จะใช้กลยุทธ์  4 Growth Engine  เพื่อก้าวสู่การเป็น  Tech Insurance กับเป้าหมายผลักดันเบี้ยประกันภัยให้ได้ 50,000 ล้านบาท ในปี 2569

1. จุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ (Strengthen Core Business) ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

2. การเพิ่มช่องทางประกันภัยแบบใหม่ๆ ที่หลากหลาย ทั้งประกันภัยบ้าน ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมไปถึงโรคใหม่ ๆ การจับมือเป็นพันธมิตรกับ “ตู้บุญเติม” ขยายช่องทางการทำประกันทั่วประเทศ  การร่วมมือ บาเนีย (ประเทศไทย) นำ Big Data มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่เกี่ยวกับประกันภัยบ้านให้กับผู้บริโภค ในปี 2564 จะมีอีก 4-5 โครงการที่ทำร่วมกับพันธมิตร โดยเฉพาะด้าน IoT

3. การควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions : M&A) เพื่อขยายตลาดไปสู่ประเทศ เป้าหมายแรกกลุ่ม CLMV

4. TQM InsurTech  ใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลแพลตฟอร์ม มาเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดตามเทรนด์ Tech Insurance ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ทีคิวเอ็ม ได้ลงทุนเรื่อง Digital Platform จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Chatbot บนแพลตฟอร์ม Line  การทำ Live Chat เว็บไซต์ TQM โดยต้นปี 2564 จะประกาศแผนการพัฒนาดิจิทัล แพลตฟอร์ม เต็มรูปแบบ

“InsurTech ถือเป็น NEW S Curve ใหม่ที่ ทีคิวเอ็ม กำลังก้าวไป เพราะวันนี้ ดิจิทัล ได้เข้ามา Disrupt ธุรกิจ ผู้บริโภคทุกวัยเข้าถึงเทคโนโลยีได้เหมือนกันหมด เราต้องขับเคลื่อนผ่าน Digital Transformation นำเทคโนโลยีและดาต้ามาให้บริการลูกค้ามีความสะดวก พร้อมพัฒนา New Business ที่สร้างโอกาสเติบโต”

TQM

ปักหมุดบุกอาเซียน ร่วมทุน “ลาว-กัมพูชา”

หนึ่งในเครื่องยนต์ผลักดันการเติบโตคือ M&A คุณอัญชลิน พรรณนิภา ประธานกรรมการ บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการได้มติอนุมัติจัดตั้ง บริษัท ทีโอ 2020 จำกัดเพื่อลงทุนในบริษัทร่วมทุน (JV) กับกลุ่มบริษัท Asia Investment and Financial Services Co., Ltd. (AIF) ในนามบริษัท BIC Insurance จำกัด ขยายตลาดประกันภัยในประเทศกัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวจะมีการนำเทคโนโลยีและโนวฮาว รวมทั้งดิจิทัล แพลตฟอร์ม ด้านการขายเข้าไปขยายตลาดทั้ง B2B  B2C และตลาดรายย่อย เริ่มที่กัมพูชาในเดือนพฤศจิกายนนี้ วางเป้าหมายรายได้ปีแรก 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยธุรกิจประกันมีมูลค่า 198 ล้านเหรียญสหรัฐ   ส่วน ลาว จะเข้าไปทำตลาดต้นปี 2564 ธุรกิจประกันมีมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้ง 2 ประเทศนี้ยังมีช่องว่างให้เข้าไปทำตลาดอีกมาก โดย ลาว มีประชากร 7 ล้านคน ส่วนกัมพูชา 15 ล้านคน  รวมกันก็เป็น 1 ใน 3 ของประเทศไทย  หากดู 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดประกันภัยในลาวและกัมพูชา ขยายตัว 10% ต่อปี  จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้ามาทำตลาดตอนนี้ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันก่อนรายอื่นๆ จะเข้ามา  ส่วนประเทศต่อไปที่สนใจทำตลาดคือ เวียดนาม

การเข้าลงทุนในต่างประเทศครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อจิ๊กซอว์สู่การเป็น Digital Insurance Broker” อันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างการเติบโตที่โดดเด่นต่อเนื่องผลักดันเบี้ยประกันภัยแตะ 50,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 หรือเติบโตปีละ 15% ได้ตามเป้าหมาย

TQM

3 ไตรมาสแรกโตฝ่าโควิด

สำหรับผลการดำเนินงานล่าสุดไตรมาส 3 ปี 2563 ทีคิวเอ็ม มีกำไรสุทธิ 169.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการ 12% แตะ 774 ล้านบาท ส่วนตัวเลข 9 เดือน รายได้รวม 2,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  14.6% กำไรสุทธิ 512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  43.7% ซึ่งมาจากยอดขายประกันภัยเกือบทุกประเภทเติบโตขึ้นในทุกช่องทาง

“3 ไตรมาสแรกปีนี้ ทีคิวเอ็มเติบโต 44% ถือเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆในตลาดฯ ปีนี้เราทำตัวเลขได้ดี ส่วนหนึ่งมาจากผลตอบรับโปรดักท์ประกันโควิด รวมทั้งผลิตภัณฑ์ประกันใหม่ๆ ที่ออกมาในปีนี้ และการขยายช่องทางใหม่ๆ เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ”

แนวโน้มโค้งสุดท้ายไตรมาส 4 ปีนี้ เชื่อว่ายังทำได้ตามแผนงานที่วางไว้ รวมทั้งปี 2563 มีโอกาสปิดยอดได้มากกว่าเป้าหมาย 15,000 ล้านบาท