ส่องตลาด EdTech จีน เมื่อแอปตรวจการบ้านกลายร่างเป็นธุรกิจหมื่นล้านเหรียญ

edtech ai app homework แอปตรวจการบ้าน จีน

EdTech จีนได้อานิสงส์ Covid-19 เติบโตเพียบ โดย Caixin Global Intelligence ชี้ว่า มูลค่าตลาดการเรียนออนไลน์ของจีนในปีนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 61,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโต 12% เลยทีเดียว แถมวิธีที่สตาร์ทอัพเหล่านี้ใช้ดึงดูดเด็ก ๆ เข้าแพลตฟอร์มก็ถือว่าน่าสนใจมากกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยตรวจการบ้านให้เด็ก ๆ จนทำให้มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี

- Advertisement -

โดยหนึ่งในแอปพลิเคชัน EdTech ที่มีการเติบโตอย่างน่าสนใจมีชื่อว่า Zuoyebang กับตำแหน่งเบอร์สองของตลาด ที่มีผู้ใช้งาน 170 ล้านคน เพิ่มจากปี 2019 ที่มีผู้ใช้งาน 50 ล้านคนเท่านั้น

จุดเด่นของ Zuoyebang คือการอนุญาตให้เด็กประถม – มัธยมสามารถอัปโหลดภาพถ่ายแบบฝึกหัดที่ไม่เข้าใจขึ้นไปบนแพลตฟอร์ม จากนั้น AI ก็จะวิเคราะห์ปัญหาและส่งคำอธิบายกลับมาให้เด็ก ๆ อย่างรวดเร็ว เหตุที่ทำเช่นนั้นได้ เพราะ Zuoyebang บอกว่า ระบบมีการเก็บข้อมูล (BigData) เกี่ยวกับโจทย์การบ้านอยู่ประมาณ 250 ล้านข้อ จากเดิมปีที่แล้วที่มีเพียง 70 ล้านข้อ ซึ่งการมีการบ้านมาก ๆ ทำให้ AI เริ่มสามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนได้มากขึ้น และดีขึ้นด้วย

ปัจจุบัน Zuoyebang เปิดให้บริการวิเคราะห์การบ้านฟรี พร้อม ๆ กับมีคอร์สออนไลน์แบบเสียเงินเรียนเป็นตัวทำรายได้เข้าบริษัท ซึ่งพบว่าตัวเลขเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา มีเด็กสมัครเรียนกับทางแพลตฟอร์มแล้ว 7.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2019

ส่วนมูลค่าของ Zuoyebang ในตอนนี้คาดว่าอยู่ที่ราว 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้าน Yuanfudao สตาร์ทอัพด้าน EdTech เบอร์หนึ่งของจีนในตอนนี้ก็มีบริการตรวจการบ้านฟรีไม่ต่างจาก Zuoyebang แต่ที่เหนือกว่าคือพวกเขายังใช้ AI ในการสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กโต (ให้ AI ประเมินการออกเสียงภาษาอังกฤษของเด็ก ๆ ว่าถูกต้องแค่ไหน) พร้อมเพิ่มวิดีโอสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กทารกและเด็กเล็กเข้ามาด้วย

ปัจจุบัน มูลค่าของ Yuanfudao อยู่ที่ 15,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 400 ล้านคน

อย่างไรก็ดี การเกิดขึ้นของแอปพลิเคชันเหล่านี้ก็ทำให้บรรดาคุณครูออกมาบ่นว่ามีเด็กจำนวนหนึ่งที่ใช้แอปพลิเคชันไปในทางที่ไม่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ นั่นคือแค่ลอกคำตอบมาส่งโดยไม่ทำความเข้าใจกับโจทย์ให้ถ่องแท้เช่นกัน

แต่คนจะโตใครก็ห้ามไม่ได้ โดยตอนนี้ ทั้ง Yuanfudao และ Zuoyebang มีแผนจะเพิ่มกำลังคนอย่างต่อเนื่อง โดย Zuoyebang คาดว่าจะเพิ่มพนักงานเป็น 25,000 คนภายในสิ้นปีนี้ (เพิ่มขึ้น 60%) ส่วน Yuanfudao บอกว่ามีพนักงานแล้ว 30,000 คน หรือเพิ่มขึ้นสองเท่าจากเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิ และสตาร์ทอัพอันดับสามของจีนอย่าง VIPKid (มูลค่า 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ) ก็รับพนักงานเพิ่มจาก 6,000 คนเป็น 8,000 คนด้วยเช่นกัน

เมื่อมองให้ลึกลงไปก็พบว่าสตาร์ทอัพทั้งสามนี้ต่างเกี่ยวข้องกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่างใกล้ชิด โดย Yuanfudao มี Tencent Holding ให้การสนับสนุน ส่วน VIPKid ก็เชื่อมโยงกับ Alibaba Group Holding ด้าน Zuoyebang ก็มีนักลงทุนอย่าง Baidu และ Vision Fund ของ SoftBank ให้การหนุนหลังทั้งในด้านเม็ดเงินและเทคโนโลยี

Source

Source