ฟื้นแบบ “V-Shape” เซ็นทรัล รีเทล เปิดตัวเลขไตรมาส 3 รายได้รวม 4.7 หมื่นล้าน โต 15%

 

คุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
คุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (CRC) เผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ชี้เป็นการฟื้นกลับมาแบบ V-shape สู่ระดับใกล้เคียงก่อนช่วงวิกฤตโควิด-19 ด้วยรายได้รวม 47,573 ล้านบาท เติบโต 15% จากไตรมาสที่แล้ว และพลิกกลับมาทำกำไร 869 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 2,519 ล้านบาท ในไตรมาสที่แล้วด้วย

- Advertisement -

คุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ถึงปีนี้จะเป็นปีที่ท้าทาย แต่ CRC ก็ยังมีผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจโดยรวม พลิกจากขาดทุนจนกลับมามีรายได้และกำไรใกล้เคียงกับช่วงก่อนการเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเราคงผ่านเหตุการณ์นี้มาไม่ได้หากปราศจากพนักงานทุกคนทั้งองค์กร ที่ร่วมแรงร่วมใจและทุ่มเททำงานกันอย่างหนัก ทำงานกันเป็นทีม เพื่อช่วยกันผลักดันให้เกิดความสำเร็จที่ดีที่สุด ต้องขอขอบคุณทุกคนเป็นอย่างมาก”

สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา คุณณนน์เผยว่า เซ็นทรัล รีเทล ได้มีการทรานส์ฟอร์มห้างสรรพสินค้าในเฟสแรก ปรับโฉม (Rebranding) ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาเมกา บางนา ตามด้วยสาขาอุดรธานี รวมถึงเพิ่มการลงทุนและขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในทุกธุรกิจของ CRC อาทิ การเปิดไทวัสดุ สาขาอมตะนคร ในเดือนสิงหาคม, ศูนย์การค้า GO! บวนมาถ็วต ในเดือนกรกฎาคม และซูเปอร์มาร์เก็ต go! ตามเก่ย ในเดือนสิงหาคม ที่ประเทศเวียดนาม

นอกจากนี้ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา CRC ยังได้รับอนุมัติให้เข้าซื้อกิจการบริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) หรือ COL เพื่อเสริมแกร่งกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์อีกด้วย

โดยการพลิกฟื้นผลการดำเนินงานจนกลับมาได้แบบ V-shape สู่ระดับใกล้เคียงก่อนช่วงวิกฤตโควิด-19 (ไตรมาส 1/2563) นั้น ทางเซ็นทรัล รีเทล เผยว่ามาจากปัจจัยหลัก 5 ประการ ได้แก่

  • ความสามารถในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้และทำให้เกิดขึ้นได้จริง
  • ความเป็นผู้นำ (First Mover) ที่ผันตัวจากค้าปลีกออฟไลน์ (Offline Retailer) สู่การเป็นค้าปลีกออมนิแชแนล (Omnichannel Retailer) อย่างเต็มรูปแบบ
  • องค์กรและทีมงานที่มีความยืดหยุ่น และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
  • ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป และการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านบริการออมนิแชแนล
  • การดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง และการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งภายใต้ความไม่แน่นอน

ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้ ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาส 3/2563 แตะ 47,573 ล้านบาท เติบโต 15% จากไตรมาสที่แล้ว และคิดเป็น สัดส่วน 89% เทียบกับรายได้ในไตรมาส 3/2562 และพลิกกลับมาทำกำไร 869 ล้านบาท จากการขาดทุน 2,519 ล้านบาท ในไตรมาสที่แล้วด้วย

“แม้ยอดขายในไตรมาส 3 ของ CRC จะฟื้นตัวกลับมาแบบ V-shape อย่างเป็นที่น่าพอใจ แต่เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัจจัยความไม่แน่นอนต่าง ๆ อาทิ การกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น โดย CRC จะยังคงพัฒนาองค์กรและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจในภาพรวมมีสภาพคล่องมากขึ้น ร่วมผลักดัน SMEs หลายแสนรายภายใต้แพลตฟอร์ม CRC ให้ฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว และสนับสนุนนโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยยังคงยึดมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ต่อไป” คุณญนน์ กล่าวปิดท้าย