SC Asset ตอกย้ำผู้นำแนวราบ อัดแรง 3 โครงการ V-ARE FAMILY ตอบโจทย์บ้านในฝันของทุกครอบครัว

ต้องยอมรับว่าปีนี้โครงการบ้านแนวราบ คือ “พระเอก” ตัวจริง ของวงการอสังหาริมทรัพย์ เพราะสามารถสร้างการเติบโต สวนกระแสกับภาวะตลาดที่ชะลอตัว จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี และปีนี้ดีเวลลอปเปอร์ส่วนใหญ่เลือกที่จะเปิดตัวโครงการแนวราบเป็นหลัก ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียม ถูกชะลอแผนการเปิดตัวออกไปก่อน

มีการประเมินกันว่าภายในปี 2563 ตลาดบ้านแนวราบจะมีการเปิดตัวมากกว่าปีที่ผ่านมา และยังมีแนวโน้มการเปิดตัวเพิ่มมากขึ้น ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2564 ด้วย เพราะเป็นตลาดที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ความ New Normal ที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

- Advertisement -

5 ปัจจัยเลือกซื้อบ้านแนวราบ

สิ่งที่ทำให้ตลาดแนวราบเป็น “พระเอก” ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้  เป็นเพราะยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดีเวลลอปเปอร์หลายรายสามารถกวาดยอดขายได้มากมาย และปิดโครงการได้ในระยะเวลารวดเร็ว ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำคนในยุคโควิด-19 ยังเลือกซื้อบ้านแนวราบนั้น มาจาก 5 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้

1. กลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์

กลุ่มลูกค้าหลักที่ซื้อบ้านแนวราบ เป็นกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ ซึ่งต้องการมีที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ไม่ใช่กลุ่มนักเก็งกำไร กลุ่มนักลงทุน หรือลูกค้าชาวต่างชาติ เหมือนกับโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งลูกค้าทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว จะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเป็นหลัก เพราะสามารถทำกำไรจากการขายใบจอง การปล่อยเช่า หรือราคาที่เพิ่มขึ้นได้

2. ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่มากขึ้น

จากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป ต้องอยู่ภายใต้ความปกติใหม่ หรือ New Normal  ต้องใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น จากการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ทำให้มีความต้องการอยู่บ้านที่มีพื้นที่มากขึ้น

3. การอยู่อาศัยแบบหลายเจเนอเรชั่น

จากแนวโน้มสังคมไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้ครอบครัวมีการอยู่อาศัยรวมกันของคนหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย จนถึงหลาน ซึ่งการอยู่อาศัยรวมกันหลายเจเนอเรชั่น (Multi Generation) ทำให้มีความต้องการบ้านที่มีพื้นที่ใหญ่ขึ้น  โครงการบ้านแนวราบจึงมาตอบโจทย์มากกว่าการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม

4. ความคุ้มค่า (Value for Money)

ราคาของอสังหาริมทรัพย์ ก็นับเป็นหนึ่งในปัจจัยหลัก ที่ลูกค้าในพิจารณาเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งปัจจุบันจะพบว่าโครงการคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ โดยเฉพาะทำเลในเมือง ใกล้รถไฟฟ้า มักจะมีราคาแพงและปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ห้องมีขนาดเล็ก หากงบประมาณใกล้เคียงกัน ลูกค้าสามารถเลือกซื้อบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือบ้านแฝด ในทำเลที่อาจจะอยู่บริเวณรอบนอกของพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ได้พื้นที่มากกว่า จึงถือว่าการเลือกซื้อบ้านแนวราบมีความคุ้มค่ากว่า

5. การขยายตัวของรถไฟฟ้า

แม้ว่าปัจจุบันโครงการบ้านเดี่ยวจะตั้งอยู่ในทำเลรอบนอกของพื้นที่กรุงเทพฯ แต่จากการขยายตัวของเส้นทางรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ทั้งปัจจุบันและในอนาคต ส่งผลให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น สามารถเดินทางเชื่อมต่อจากชานเมืองสู่ใจกลางเมืองได้รวดเร็วและหลากหลายเส้นทาง ปัญหาของทำเลที่ตั้งอยู่ไกล จึงไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป และการขยายตัวของเส้นทางรถไฟฟ้าได้กลายเป็นปัจจัยบวกทำให้ตลาดบ้านแนวราบมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย

SC ASSET ขน 3 แบรนด์จับตลาด Millennium

สำหรับบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC ASSET) ซึ่งมีนโยบายในการพัฒนาโครงการบ้านแนวราบ ด้วยแนวคิด  Living + Solutions คือ การพัฒนาบ้านคุณภาพ ในทุกระดับราคา ด้วยการออกแบบฟังก์ชั่นให้ตอบโจทย์ และใช้ประโยชน์ทุกพื้นที่ของบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

SC ASSET มีบ้านหลากหลายแบรนด์ เพื่อจับตลาดในแต่ละเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะตลาดระดับบน บ้านระดับราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1  ซึ่งที่ผ่านมา เอสซี แอสเสทฯ ถือว่ามีความแข็งแกร่งในกลุ่มตลาดระดับบนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับการยอมรับที่ดีจากกลุ่มค้า จนเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าชื่นชอบ จนในปี 2559 ได้เริ่มใช้จุดแข็งในเรื่องคุณภาพและการออกแบบพัฒนาโครงการบ้านระดับบน มาขยายตลาดมาจับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ หรือ  กลุ่ม  Millennium ซึ่งถือเป็นการรุกขยายฐานในกลุ่มตลาด  mass โดยได้มีการสร้างสรรค์และออกแบบเป็น  3 แบรนด์ใหม่  ได้แก่ ‘Verve’ (เวิร์ฟ) ‘V Compound’ (วี คอมพาวด์) และ Venue’ (เวนิว)

สำหรับแบรนด์เวิร์ฟ เป็นโครงการทาวน์โฮมหน้ากว้างสไตล์ Modern Loft   สามารถจอดรถได้ถึง 2 คัน ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท เอสซี แอสเสทฯ เปิดขายจำนวน 6 โครงการ มูลค่า 3,800 ล้านบาท และสามารถปิดการขายแล้ว 2 โครงการ มูลค่า 1,350 ล้านบาท

ส่วนแบรนด์วี คอมพาวด์  เป็นโครงการบ้านแฝดคุณภาพ ที่ถูกจัดฟังก์ชั่นภายในบ้าน ให้ใช้งานได้หลากหลายเหมือนบ้านเดี่ยว ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท ปัจจุบันเปิดขายอยู่ 3 โครงการ มูลค่า 3,360 ล้านบาท

แบรนด์เวนิว เป็นโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ รองรับการอยู่อาศัยแบบหลายเจเนอเรชั่น จึงมีห้องนอนถึง 4 ห้องนอนที่อยู่ใกล้ธรรมชาติ พร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางของครอบครัว (family area)  ราคาเริ่มต้น 5.69 ล้านบาท โดยเปิดขายมาแล้วรวม 10 โครงการ มูลค่ารวม 7,200 ล้านบาท  ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จนสามารถปิดการขายได้แล้ว 3 โครงการ มูลค่า 1,500 ล้านบาท

ส่งแคมเปญ “V-ARE FAMILY” ​ตอบโจทย์บ้านในฝันของทุกครอบครัว

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา โครงการของ SC ASSET จะได้รับการตอบรับที่ดี สามารถปิดการขายไปได้หลายโครงการ แต่เนื่องด้วยสภาพตลาดที่มีการแข่งขันสูง ลูกค้ามีทางเลือกมากมาย และเอสซี แอสเสทฯ ต้องการกระตุ้นตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี  รวมถึงการตอกย้ำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้รับรู้ ในแบรนด์โครงการบ้านแนวราบของ SC ASSET  ทั้ง 3 แบรนด์ จึงได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ “V-ARE FAMILY” บ้าน ‘V’ ดี๊ดีสำหรับทุกครอบครัว ผ่าน MV โฆษณาที่จะทำให้ทุกคนอมยิ้ม และมารู้จักบ้าน ‘V’ จาก SC ASSET  กันให้มากขึ้น กับบ้านและทาวน์โฮม 3 แบรนด์

โดยเนื้อหาของ MV โฆษณา ได้ถ่ายทอด Keyword สำคัญ คือ “V-ARE FAMILY สุขใจปลอดภัยอุ่นใจกับบ้านในฝัน” ซึ่งเป็นจุดเด่นที่เหมือนกันของโครงการทั้ง 3 แบรนด์ ขณะที่โครงการแต่ละแบรนด์ ได้เล่าเรื่องถึงจุดเด่นของแต่ละแบรนด์ และมีฟังก์ชั่นการใช้งานอะไรบ้าง โดยผ่านตัวแทนของกลุ่มเป้าหมายของบ้านแต่ละแบรนด์

แบรนด์ Verve เล่าเรื่องผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่งจะเริ่มต้นทำงาน และเริ่มต้นมีครอบครัว จึงต้องการอยู่อาศัยในทาวน์โฮมหน้ากว้างสำหรับการจอดรถได้ถึง 2 คัน ขณะที่แบรนด์ V Compound สื่อสารผ่านครอบครัวใหม่ซึ่งอยู่ระหว่างพ่อแม่และลูก ที่มีวิถีชีวิตด้วยการทำงานจากที่บ้าน ทำให้ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าปกติ จึงเลือกอยู่อาศัยในบ้านแฝด ซึ่งให้พื้นที่การใช้สอยมากไม่ต่างจากบ้านเดี่ยว ส่วนแบรนด์ Venue เล่าเรื่องผ่านครอบครัวที่อยู่กัน 3 เจเนอเรชั่น คือ ปู่ พ่อแม่ และหลาน จึงอยู่อาศัยในบ้านเดี่ยว ที่มีพื้นที่ใช้สอยร่วมกันของครอบครัว หรือ Family area โดยยังคงจุดเด่นคือ บ้านขนาดใหญ่ 4 ห้องนอนที่ใกล้ชิดธรรมชาติด้วย

แม้ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องผ่านเสียงเพลง ที่มีจังหวะสนุกสนาน ท่อนฮุกของเพลงที่จดจำได้ง่าย ฟังแล้วเพลิดเพลิน แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องยอมรับว่าครีเอทได้ดี เพราะสามารถสื่อสารเนื้อหาสาระและจุดเด่นของโครงการได้อย่างครบถ้วน ทำให้ MV มีความน่าสนใจและสามารถดูได้จนจบแบบไม่เบื่อ

นอกจากปล่อย MV ออกมาแล้ว เอสซี แอสเสทฯ​ ยังเตรียม นำโครงการทั้ง 3 แบรนด์กว่า 14 โครงการ ในทำเลสายไหม-พหลโยธิน ,เพชรเกษม 81,พระราม 5, พระราม 9, ติวานนท์-รังสิต ,บางนา ,ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า ,แจ้งวัฒนะ ,รังสิต และเวสต์เกต มาจัดรายการพิเศษ ระหว่างวันที่  7-8 พ.ย. นี้  ด้วยส่วนส่วนลดสูงสุด 2 ล้าน* ฟรี! ค่าใช้จ่ายวันโอน* เปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนแล้ววันนี้ที่: https://bit.ly/3dIe2SB หรือ โทร. 1749 และสามารถเข้าเยี่ยมชมโครงการได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 18.00 น.

คุณณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ หัวหน้าสายงานการตลาด แอสซี แอสเสท เล่าว่า เอสซี แอสเสทฯ มีความเชื่อว่า  ไม่ว่าครอบครัวในฝันของคุณนั้นเป็นอย่างไร บ้าน ‘V’ ก็พร้อมที่จะตอบโจทย์ตามความต้องการของทุกครอบครัว