“เอเชียทีค” เติมแม่เหล็กใหม่ จับมือ “ครัวคุณต๋อย” ปั้น F&B Destination ดึงคนไทย ลุ้นต่างชาติฟื้นปีหน้า

“เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” เป็นอีก Destination ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักยังไม่กลับมา หลังปิดรีโนเวทพื้นที่ใหม่ตั้งแต่มีมาตรการล็อกดาวน์เดือนมีนาคม เอเชียทีค ได้เตรียมกลับมาเปิดบริการใหม่อีกครั้ง พร้อม 3  แม่เหล็กใหม่ ดึงคนไทยมาจับจ่าย  ในช่วงที่ยังต้องรอต่างชาติกลับมาฟื้นตัวปีหน้า

- Advertisement -

กว่า 6 เดือนนับตั้งแต่มาตรการล็อกดาวน์ปิดห้าง กระทั่งผ่อนคลายมาตรการให้สถานที่ต่างๆ กลับมาเปิดบริการได้อีกครั้ง แต่ เอเชียทีค ขอใช้เวลารีโนเวทสถานที่ใหม่ หลังเปิดมาได้ 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 และเตรียมกลับมาเปิดบริการอีกครั้งในวันที่ 15 ตุลาคมนี้

คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC

เสริม 3 แม่เหล็กใหม่ดึงคนไทย

คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่าการรีโนเวท เอเชียทีค ด้วยงบประมาณ 300 ล้านบาท ใช้แนวคิด Heritage Alive” ต่อยอดการอนุรักษ์หลักฐานอิงประวัติศาสตร์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมบนถนนเจริญกรุง โดยมี 3 แม่เหล็กใหม่ที่จะมาดึงดูดคนไทยและนักท่องเที่ยว

1. เรือสิริมหรรณพ แลนด์มาร์คใหม่ริมน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นจากต้นแบบเรือใบสามเสาในยุคเริ่มต้นการค้าระหว่างสยามกับโลกตะวันตกช่วงรัชกาลที่ 5  ใช้เวลาต่อเรือ 2 ปี ที่อู่ต่อเรือกรุงเทพ และตกแต่งอีก 8 เดือน งบประมาณ 100 ล้านบาท  เรือสิริมหรรณพ จอดเทียบท่าถาวรที่เอเชียทีค ให้บริการ Restaurant & Bar  บนชั้น 2 รองรับได้ 200 คน  ส่วนชั้น 1 เป็นห้องอาหารพรีเมี่ยมแบบมีที่นั่งรองรับ 100 คน บริหารโดยโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค นอกจากนี้ยังมีมิวเซียมให้เยี่ยมชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เรือสิริมหรรณพ

2. Living Museum & Art Festival พิพิธภัณฑ์รูปแบบใหม่เพื่อเรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรม โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีอินเตอร์แอคทีฟเพื่อสร้างภาพเสมือนจริงแบบ Augmented Reality ในการนำเสนอผ่านเส้นทาง The Memory Lanes  ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ทั้งในด้านศิลปะวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางแห่งการค้านานาชาติ จัดแสดง 36 จุด ในเอเชียทีค เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาถ่ายภาพและเช็คอิน

3. New Mega Riverside F&B Destination ศูนย์กลางแห่งการกินดื่มกว่า 40 ภัตตาคาร ร้านอาหารนานาชาติ ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น อิตาเลียน คาเฟ่ บาร์แอนด์บิสโทร บาร์บีคิว เบียร์การ์เดน พร้อมการแสดงดนตรีสด

นอกจากนี้ได้จับมือกับ “ครัวคุณต๋อย”  โดยคุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ เจ้าของแพลตฟอร์มสื่อด้านอาหารและมีเครือข่ายร้านอาหารชื่อดังทั่วประเทศ เพื่อนำร้านอาหารมาเปิดให้บริการที่เอเชียทีค เชื่อว่าจะเป็นแม่เหล็กที่ดีในการดึงคนไทยมาจับจ่ายและท่องเที่ยว นอกจากนี้ “ครัวคุณต๋อย” จะนำร้านอาหารราว 200 ร้าน มาเปิดให้บริการในโครงการตะวันนา บางกะปิ ช่วงปลายปีนี้

คุณไตรภพ กล่าวว่า “ครัวคุณต๋อย” ที่มีเครือข่ายร้านอาหารกว่า 2,000 ร้านทั่วประเทศ ได้คัดเลือก 40 ร้าน มาเปิดขาย ณ โกดัง 7 พื้นที่ 1,800 ตารางเมตร ในรูปแบบศูนย์กลางอาหารและเครื่องดื่ม ที่หารับประทานได้ยาก อาหารในตำนาน ตามเทศกาล หรือวัตถุดิบพิเศษที่มีเฉพาะฤดูกาล หรือเฉพาะท้องถิ่นทั้งในไทยและต่างประเทศมาจัดแสดง เพื่อให้นักชิมได้ความแปลกใหม่ โดยร้านค้าจะมีทั้งแบบประจำและหมุนเวียน และมีการจัดเวิร์คชอปสอนการทำอาหารต่าง ๆ เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้ามาใช้บริการในโครงการอีกด้วย

หวังนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวปีหน้า

เดิมเอเชียทีค มีคนเข้ามาใช้บริการวันละ 50,000 คน เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 80% แต่หลังจากรีโนเวทเติมแม่เหล็กใหม่ น่าจะดึงคนไทยเข้ามาได้มากขึ้น ประเมินผู้ใช้บริการไว้ที่วันละ 20,000-30,000 คน  การเปิดตัว เรือสิริมหรรณพ ในเดือนตุลาคมนี้ ถือเป็นจังหวะดี ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ที่จะเป็นอีกแลนด์มาร์คใหม่ในการท่องเที่ยว

หลังจากรัฐบาลเปิดให้นักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa) เข้าประเทศไทยในรูปแบบมาพักระยะยาว (Long Stay) โดยต้องกักตัว 14 วัน เริ่มเดือนตุลาคมนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเริ่มกลับมาในต้นปี 2564 และกลับมาปกติเหมือนก่อนโควิดช่วงไตรมาส 3-4 ปีหน้า

ปัจจุบันศูนย์การค้าในกลุ่ม AWC หลายแห่งที่มีฐานลูกค้าไทยเป็นหลัก บางแห่งจำนวนผู้ใช้บริการกลับมาปกติแล้ว  เช่น ลาซาล อเวนิว  ส่วนศูนย์ฯ อื่นๆ ทราฟฟิกทำได้แล้ว 60-70%  ขณะที่ธุรกิจโรงแรม ในจังหวัดท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ อย่าง หัวหิน กลับมาปกติแล้ว ส่วนโรงแรมในกรุงเทพฯ ช่วงที่จัดโปรโมชั่นลดราคา จะมีอัตราการเข้าพักเต็ม แต่การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมคงต้องอาศัยนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก จึงยังต้องรอให้สถานการณ์โควิดคลี่คลายและประเทศไทยเปิดน่านฟ้าในปีหน้า