จับตา “Peninsula” หนังซอมบี้ จะคืนชีพธุรกิจโรงหนัง? และบทพิสูจน์ “K-Movie” อีกครั้งในตลาดโลก

Train to Busan_Peninsula

COVID-19 ทำให้ทั้งอุตสาหกรรมภาพยนตร์ รวมทั้งธุรกิจโรงภาพยนตร์ทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งหนังที่อยู่ระหว่างการถ่ายทำ ต้องหยุดกองถ่ายทำชั่วคราว ขณะที่หนังที่มีกำลังเข้าฉาย เป็นอันต้องเลื่อนออกไป เช่น หนังฟอร์มยักษ์อย่าง “Mulan” ของค่ายดิสนีย์ ที่ล่าสุดกำหนดเข้าฉายใหม่ วันที่ 21 สิงหาคม และ “Tenet” ของค่าย Warner Bros. เลื่อนฉายเป็นวันที่ 12 สิงหาคม 

มีการคาดการณ์กันว่ารายได้ Box Office ทั่วโลกจะหายไปจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์จำนวนมหาศาล

- Advertisement -

กลางเดือนมีนาคม รายได้ Box Office ทั่วโลก หายไปจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ราว 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ในเดือนพฤษภาคม รายได้หายไปอีก 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ!! 

global box office losses
Credit: Statista, World Economic Forum

หลังจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกต้องหยุดชะงักไป แต่แล้วช่วงเดือนกรกฏาคม – สิงหาคม “โรงภาพยนตร์” เริ่มกลับไปเปิดให้บริการ โดยทาง “เกาหลี” ตัดสินใจนำหนังฟอร์มยักษ์ “Train to Busan: Peninsula” ภาคต่อจากเรื่อง “Train to Busan” มาเข้าโรงภาพยนตร์ ด้วยคาดหวังว่าเรื่องนี้จะสร้างกระแสให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์​ และโรงภาพยนตร์กลับมาคึกคัก 

“Train to Busan: Peninsula” เป็นผลงานการกำกับของ “Yeon Sang-ho” ผู้กำกับ “Train to Busan” ในปี 2016 หนังซอมบี้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในเกาหลี และตลาดโลก และ “Seoul Station” อนิเมชั่นต้นเรื่องก่อนจะเกิดเหตุการณ์ Train to Busan 

จากความสำเร็จของ Train to Busan ได้สร้างกระแส “K-Zombie” ดังทั่วโลก นำมาสู่การสร้างภาคต่อ “Peninsula” งบการสร้างอยู่ที่ 16 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่า Train to Busan ที่ใช้งบ 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ 

โดยยังคงใช้พล็อตเรื่องเป็น Zombie แต่เป็นเรื่องราว 4 ปีหลังจากเกิดเหตุการณ์ Train to Busan และใช้ทีมนักแสดงชุดใหม่ นำโดย Gang Dong-won

ด้วยกระแส K-Zombie ทีมผู้สร้าง และทีมนักแสดง ทำให้วงการภาพยนตร์ และคนดูทั่วโลกต่างรอคอย

เริ่มจากที่เกาหลีใต้ เข้าฉายในวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา และทยอยเข้าโรงฉายในแต่ละประเทศ โดยฉายในประเทศแถบเอเชียก่อน ในช่วง 5 วันแรกของการเข้าฉาย ทำรายได้ 20.82 ล้านเหรียญสหรัฐใน 5 ประเทศ 

เกาหลีใต้ ทำรายได้ 13.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

– ไต้หวัน 4.7 ล้านเหรียญสหรัฐ 

– เวียดนาม ทำรายได้ 1.17 ล้านเหรียญสหรัฐ 

– มาเลเซีย 955,000 เหรียญสหรัฐ 

– สิงคโปร์ 795,000 เหรียญสหรัฐ 

นอกจากนี้มาจากโรงภาพยนตร์ Imax จำนวน 45 โรง ทำรายได้ช่วงสุดสัปดาห์ 750,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับประเทศไทย เริ่มฉายวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ซึ่งทั้งผู้ประกอบการธุรกิจโรงหนัง ต่างคาดหวังว่าเรื่องนี้ จะเป็นแม่เหล็กดึงคนไทยกลับมาดูหนังโรงมากขึ้น 

 

Peninsula
Photo Credit : Facebook Major Cineplex

 

จาก Train to Busan และ Parasite ถึง Peninsula บทพิสูจน์ “K-Movie” ในตลาดโลก 

เป็นที่ทราบกันดีว่าเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ผนึกกำลังกันใช้พลัง “Soft Power” ไม่ว่าจะเป็น “K-Content” หรือ “K-Entertainment” ประกอบด้วย K-Pop, K-Series, K-Movie, K-Variety Show, K-Comic, K-Animation “K-Beauty” และ “K-Food” ส่งผลต่อเนื่องให้ “K-Goods” ประเภทต่างๆ ได้รับความนิยม และการยอมรับ

ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ “K-Wave” ทำให้วัฒนธรรมเกาหลีขยายไปทั่วโลก เพื่อสะท้อนกลับไปที่การ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และ การขยายการลงทุนของกลุ่มทุนเกาหลีต่างๆ ในต่างประเทศ 

ทุกวันนี้อิทธิพลความเป็นเกาหลีหรือ “Koreanization” แทรกซึมเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการเปิดรับคอนเทนต์ต่างๆ ทั้งซีรีส์, รายการวาไรตี้, เพลง, ภาพยนตร์ และวัฒนธรรมอาหาร นำไปสู่การแผ่ขยายของทุนเกาหลีที่เข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆ 

ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งในด้าน “Hard Power” ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การทหาร รวมถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการผลิต และด้าน “Soft Power” 

ตามที่กล่าวข้างต้นว่าหนึ่งใน Soft Power ด้าน “K-Content” คือ ภาพยนตร์เกาหลี เป็น Major Player ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก โดยพยายามตีตลาดต่างประเทศ​ ทั้งในแถบเอเชีย และตลาดโลก 

สำหรับประเทศไทย หนังเกาหลีเริ่มได้รับความสนใจเมื่อกว่า 10 – 20 ปีที่แล้ว เช่น II Mare, The Classic, My Sassy Girl, Christmas in August, Wanee & Junah, Tae guk gi, Oldboy, A Tale of Two Sisters ฯลฯ 

กระทั่งในปี 2016 วงภาพยนตร์เกาหลีได้สร้างปรากฏการณ์ “K-Zombie” กับการเปิดตัวเรื่อง “Train to Busan” เป็นที่พูดถึงในวงกว้างอีกครั้ง กับการเปิดตัวเรื่อง “Train to Busan” ที่สามารถกวาดรายได้กว่า 93 ล้านเหรียญสหรัฐ (ในเกาหลี 2.1 ล้านเหรียญสหรัฐ และต่างประเทศ 91 ล้านเหรียญสหรัฐ)

Train to Busan
Photo Credit : IMDb

จากนั้นในปี 2019 สปอตไลท์ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลกได้ส่องมาที่วงการภาพยนตร์เกาหลีโดยเฉพาะกับความสำเร็จเรื่อง “Parasite” (ชนชั้นปรสิต)

สถิติที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลี 

– ในปี 2019 มูลค่าการส่งออกภาพยนตร์เกาหลีใต้ อยู่ที่ 37.9 ล้านเหรียญสหรัฐ 

– ปี 2019 อุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลี ติดอันดับ 5 ที่ทำรายได้ Box Office สูงสุดในตลาดโลก อยู่ที่ 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (อันดับ 1 สหรัฐอมริกา 11.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ / อันดับ 2 จีน 9.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ / อันดับ 3 ญี่ปุ่น 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐ / อันดับ 4 สหราชอาณาจักร 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ) 

– ปี 2019 นับเป็นปีทองของ “วงการภาพยนตร์เกาหลี” ในตลาดโลก โดยเฉพาะปรากฏการณ์ “Parasite” (ชนชั้นปรสิต) หนังเสียดสีสังคมเกาหลี ที่คว้าหลายรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เวทีต่างๆ 

ไม่ว่าจะเป็นรางวัลปาล์มทองคำ จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองคานส์, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และคว้า 4 รางวัลใหญ่จากเวทีออสการ์ ทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม และอีกหลายรางวัลจากสถาบันต่างๆ 

ภาพยนตร์ Parasite สามารถทำรายได้รวม ทั้งในประเทศ และต่างประเทศกว่า 257 ล้านเหรียญสหรัฐ ถึงวันนี้ยังคงติดหนึ่งในท็อปหนังเกาหลีที่ทำเงินสูงสุด 

Parasite_Oscar
Photo Credit : Facebook CJ Entertainment

– ปี 2020 การกลับมาของภาคต่อ Train to Busan: Peninsula หนังเรื่องนี้ถูกซื้อไปฉายใน 185 ประเทศทั่วโลก และเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นทางการจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติคานส์ 

ความกลัวที่เกิดขึ้นในเรื่อง Train To Busan คือความกลัวในการเผชิญหน้ากับไวรัสที่ไม่มีใครรู้จัก แต่สำหรับ Peninsula เป็นความกลัวอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างกัน และสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจากเมื่อ 4 ปีก่อน คือ การพัฒนาของ Digital Effects ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลี

เมื่อแรกเริ่มที่วางโครงเรื่อง ตอนนั้นเรากังวลถึงความเป็นไปได้ว่าจะสร้างฉากขนาดใหญ่อย่างที่ปรากฏในเรื่องได้อย่างไร แต่วันที่การถ่ายทำเริ่มต้น ความกังวลเหล่านั้นหายไป เพราะเราเชื่อว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลี ได้พัฒนาไปอย่างมาก” Yeon Sang-ho ผู้กำกับ Peninsula กล่าวถึงพัฒนาการของวงการภาพยนตร์เกาหลีในปัจจุบัน 

ต้องลุ้นกันว่าที่สุดแล้ว เมื่อ “Trian to Busan: Peninsula” เข้าฉายทั้งในกว่า 180 ประเทศแล้ว จะทำรายได้ที่เท่าไร และผลตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างไร แต่การที่หลายประเทศให้ความสนใจ นับเป็นอีกหนึ่งหลักไมล์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีใต้ได้รับการยอมรับในระดับโลกแล้วจริงๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ใช้ Soft Power สร้างแบรนด์ดิ้งประเทศ การเติบโตทางเศรษฐกิจ กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ 

Train to Busan_Peninsula
Photo Credit: Facebook Major Group
Train to Busan_Peninsula
Photo Credit: Facebook Major Group

 

Source 

Source 

Source

Source

Source