“นกแอร์” แบกหนี้ 2.6 หมื่นล้าน ยื่นศาลล้มละลายกลางฟื้นฟูกิจการอีกราย

ธุรกิจสายการบินยังออกอาการสาหัสจากผลกระทบโควิด-19 ต่อไป เมื่อ “นกแอร์” ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ตาม “การบินไทย” ที่เข้าสู่กระบวนการไปก่อนหน้านี้ หลังจากเผชิญปัญหาหนี้ท่วมกว่า 2.6 หมื่นล้าน ล่าสุดศาลรับคำร้องได้รับการพักชำระหนี้ทันที เริ่มไต่สวนวันที่ 27 ตุลาคมนี้

- Advertisement -

วันนี้ (30 ก.ค.) บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เนื่องจากนกแอร์ มีหนี้สินรวมกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้จำนวน 312 ราย ซึ่งศาลได้มีคำสั่ง “รับคำร้อง” ขอฟื้นฟูกิจการในคดีดำ ฟฟ 21/2563 ทำให้นกแอร์ได้รับการพักชำระหนี้ทันที (Automatic Stay)

ที่ผ่านมาสายการบินนกแอร์เผชิญปัญหา “ขาดทุน” มาต่อเนื่อง และได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์โควิดในปีนี้ โดยช่วง 6 ปีที่ผ่านมานกแอร์ขาดทุกปี

  • ปี 2556 รายได้ 11,315 ล้านบาท กำไร    1,066 ล้านบาท
  • ปี 2557 รายได้ 12,157 ล้านบาท ขาดทุน    410 ล้านบาท
  • ปี 2558 รายได้ 13,387 ล้านบาท ขาดทุน    424 ล้านบาท
  • ปี 2559 รายได้ 16,938 ล้านบาท ขาดทุน 2,795 ล้านบาท
  • ปี 2560 รายได้ 20,376 ล้านบาท ขาดทุน 1,854 ล้านบาท
  • ปี 2561 รายได้ 19,740 ล้านบาท ขาดทุน 2,786 ล้านบาท
  • ปี 2562 รายได้ 19,969 ล้านบาท ขาดทุน 2,051 ล้านบาท

ในปี 2562 นกแอร์ รายงานว่ามีจำนวนผู้โดยสาร 8.25 ล้านคน จำนวนเที่ยวบิน 61,881 เที่ยวบิน อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร 87% มีจำนวนเครื่องบิน 24 ลำ นกแอร์มีเส้นทางบินในประเทศ 41 เส้นทาง และ 4 เส้นทางบินประจำระหว่างประเทศ ได้แก่ เมียนมา เวียดนาม จีน และญี่ปุ่น

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 นกแอร์ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าสายการบินนกสกู๊ต ซึ่งบริษัทย่อยร่วมถือหุ้น 49.65% ได้เลิกกิจการ จากปัญหาขาดทุนต่อเนื่องและได้รับผลกระทบจากโควิด

แม้จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ แต่นกแอร์ก็ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กแล้วว่ายังคงให้บริการตามปกติ

“นกแอร์”แจงเร่งฟื้นฟูกิจการก่อนโควิดจบ

คุณวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงเรื่องการขอฟื้นฟูกิจการว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว เพื่อให้กิจการดำเนินการต่อไปได้ตามปกติ

“การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการครั้งนี้ นกแอร์ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะเลิกหรือเป็นบุคคลล้มละลายแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามยังต้องการดำเนินกิจการต่อไป”

ปัญหาปัจจุบันของนกแอร์ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ แต่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมถึงสถานการณ์โควิด ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก จนเกิดอุปสรรคในการดำเนินกิจการ การปรับโครงสร้างภายใต้กระบวนการฟื้นฟูที่มีกฎหมายรองรับและให้ความคุ้มครองทุกฝ่าย จะช่วยให้นกแอร์ประกอบกิจการได้ปกติในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟู

การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในช่วงนี้ เพราะเห็นว่าขณะนี้ประชาชนและนักท่องเที่ยวยังเดินทางไม่มากนักจากสถานการณ์โควิด จึงเห็นว่าบริษัทสามารถฟื้นฟูกิจการได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วกว่าภาวะปกติ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะต้องฟื้นฟูกิจการให้สำเร็จก่อนการระบาดโควิดจะยุติลง นั่นหมายถึงนกแอร์จะมีความสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติและประชาชนทั่วไปได้อย่างดี

คุณวุฒิภูมิ จุฬางกูร

สำหรับแนวทางการฟื้นฟูนกแอร์มีดังนี้
– ปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อแก้ไขหนี้สินที่มีอยู่ให้เสร็จสิ้น อย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้
– การบริหารจัดการกิจการเพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้ตามแผนฟื้นฟู เช่น ปรับปรุงเครือข่ายเส้นทางบินและปรับฝูงบิน การปรับปรุงกลยุทธ์ด้านการพาณิชย์และความสามารถในการหารายได้ การปรับโครงสร้างองค์กร ปรับลดค่าใช้จ่าย
– นกแอร์ ได้เสนอให้ บริษัทแกรนท์ ธอนตัน สเปเชียลิสท์ แอ็ดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกับ คุณปริญญา ไววัฒนา คุณไต้ ชอง อี คุณเกษมสันต์ วีระกุล คุณวุฒิภูมิ จุฬางกูร และคุณชวลิต อัตถศาสตร์ กรรมการบริษัท เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟู