10 เรื่องรู้ก่อนช้อป 24 ชั่วโมง กับ ‘สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์’ จัดครั้งแรกร่วม 3 ยักษ์อีคอมเมิร์ซ

สถานการณ์ โควิด-19 กลายเป็นปัจจัยหลักทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัวฝ่าวิกฤติในปีนี้ หลายสิ่งเป็นเรื่องที่ต้องทดลองทำ “ครั้งแรก” เพราะด้วยข้อจำกัดมาตรการรักษาระยะห่าง เฝ้าระวังการระบาดซ้ำ กิจกรรมการจัดงานแฟร์ แหล่งรวมนักช้อปจึงทำได้ยาก ปีนี้บิ๊กธุรกิจอุปโภคบริโภคยอดขายต่อปี 3 แสนล้านบาท อย่าง เครือสหพัฒน์ ต้องปรับงาน สหกรุ๊ปแฟร์ ที่ทำมาต่อเนื่อง 23 ปี  มาปีนี้ต้องหันมาจัดรูปแบบ “ออนไลน์” แทน

แม้สถานการณ์โควิดในประเทศไทยจะดีขึ้นแล้ว แต่ผู้คนและธุรกิจยังต้องปรับตัวในยุค New Normal กันต่อไป ทำให้ปีนี้เครือสหพัฒน์ ต้องเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานแฟร์กระตุ้นยอดขายประจำปีเป็นกิจกรรม “ออนไลน์” ในวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2563  มาดู 10 เรื่องของ สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ก่อนไปช้อปกันได้แบบ 24 ชั่วโมง

1. จัดแฟร์ออนไลน์ครั้งแรกรอบ 24 ปี 

หลังวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 เครือสหพัฒน์ ได้เริ่มจัดงาน สหกรุ๊ปแฟร์ นำสินค้าในเครือทุกแบรนด์มาเปิดบูทขายกว่า 1,000 บูท เริ่มที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลังจากนั้นย้ายมาจัดที่ ไบเทค บางนา โดยมีทั้งสินค้าลดราคา การเปิดตัวสินค้าใหม่ การเซ็นสัญญาลงทุนธุรกิจร่วมกับคู่ค้าต่างประเทศ จัดต่อเนื่องมา 23 ปี  แต่การเกิดขึ้นของโควิดในปีนี้ ทำให้การจัดงานแฟร์ใหญ่ทำได้ยาก ปีนี้เครือสหพัฒน์จึงเปลี่ยนมาจัด  สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ครั้งแรกในรอบ 24 ปี

2. ครั้งแรกของ 3 ยักษ์อีคอมเมิร์ซจัดแฟร์เดียวกัน

คุณธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 2563 บอกว่าการจัดแฟร์ออนไลน์ปีนี้ ทำผ่าน 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ คือ Lazada Shopee และ JD Central เป็นครั้งแรกที่ทั้ง 3 แพลตฟอร์มจัดงานแฟร์เดียวกัน ซึ่งครอบคลุมนักช้อปออนไลน์รวมกันกว่า 10 ล้านคน

“ที่จริงพฤติกรรมการซื้อของคนไม่เปลี่ยน จากเดิมที่เดินซื้อสินค้าในงานแฟร์ ก็หันมาใช้นิ้วคลิกซื้อออนไลน์แทน ข้อดีคือซื้อได้ 24 ชั่วโมง”

3. เปิดช้อป 100 แบรนด์ 20,000 รายการ

สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 2563 จัดวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2563  มีเว็บไซต์หลัก www.sahagroupfair.com เป็น Directory บอกรายละเอียดของสินค้าที่มาจำหน่ายกว่า 40 บริษัท 100 แบรนด์ 20,000 รายการ  โดยจะลิงค์ไปยัง 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ  Lazada Shopee และ JD Central 

แบ่งสินค้าออกเป็น 7 หมวด คือ Fashion, Lingerie, Health & Beauty, Baby & Toddler, Household, Grocery และ Services & Education  แบรนด์ดัง อาทิ วาโก้ บีเอสซี แอร์โรว์ ลาคอสท์ แอล (ELLE) เอราวอน กี ลาโรช อองฟองต์ แอ็บซอร์บา ฟาร์มเฮ้าส์ มาม่า มองต์เฟลอ ริชเชส ซื่อสัตย์ เอสเซ้นต์ เปา ซิสเท็มมา คิเรอิคิเรอิ โชกุบุสซึ วาเซดะ บุนกะ สินค้า 7 หมวดนี้จะมีทั้งสินค้านวัตกรรม สินค้าใหม่ สินค้าขายดี และสินค้าล้างสต็อกลดสูงสุด 80% ตลอด 24 ชั่วโมง

4. เช็คโปรโมชั่น 3 ยักษ์อีคอมเมิร์ซ 

Lazada มีฟีเจอร์ Pre sale ให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2563 ก่อนงานเริ่ม โดยมีสินค้าพิเศษซื้อ 1 แถม 1 และแถมของขวัญจากแบรนด์ต่างๆ ในเครือสหพัฒน์ มีสินค้าที่ให้ส่วนลดสูงสุด 80% คูปองส่วนลด on top สูงสุด 12%  กิจกรรมไลฟ์สตรีมมิ่ง และดีลพิเศษ

Shopee  แจก voucher,  shopee coins  และโปรโมชั่นส่งฟรี ให้กับหลายแบรนด์ในเครือสหพัฒน์ที่อยู่ใน Shopee งานนี้ถือเป็นงานใหญ่สุดในไตรมาส 3 ของ Shopee

JD Central มีฟีเจอร์ Share Buy ซื้อสินค้าเป็นกลุ่มได้ราคาคุ้มกว่า

นอกจากนี้ทุกบิลที่ซื้อสามารถนำมากรอกข้อมูลชิงรางวัล กว่า 3,000 รางวัล รวมกว่า 9 แสนบาท

5. จับมืออีคอมเมิร์ซ ขยายลูกค้าออนไลน์  

คุณฐิติภูมิ โชควัฒนา ผู้อำนวยการฝ่าย บริษัทไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บอกว่าการเลือกจับมือกับ 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จัดงานแฟร์ออนไลน์ เพราะทั้ง 3 ราย มีฐานลูกค้าที่ซื้อสินค้าประจำอยู่แล้ว พฤติกรรมผู้บริโภคแต่และคนก็จะคุ้นเคยกับแต่ละแพลตฟอร์ม หลายแบรนด์ของเครือสหพัฒน์เองได้เปิดช็อปอยู่บน Lazada มาตั้งแต่ปี 2560 ปีที่ผ่านมาทำยอดขายได้กว่า 200 ล้านบาท ปีนี้น่าจะได้ 300 ล้านบาท ปีนี้จะทำงานร่วมกับ Shopee  และ JD Central มากขึ้น

ส่วนธุรกิจออนไลน์ของเครือสหพัฒน์เอง แต่ละแบรนด์จะมีเว็บไซต์ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้อยู่แล้วและถือเป็นลูกค้าประจำ การร่วมมือกับ 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ช่วยขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น

ฐิติภูมิ โชควัฒนา

6. กิจกรรมเวิร์กช็อป-แฟชั่นโชว์มีเหมือนเดิม

การจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ มีเว็บไซต์ sahagroupfair.com เป็นเวทีหลักจัดกิจกรรมต่างๆ เหมือนการจัดงานแฟร์ออนกราวด์  อาทิ แฟชั่นโชว์ เวิร์กช็อป กิจกรรมจากดาราและเซเลบริตี้ การรับสมัครงาน การรับสมัครสมาชิกและสะสมคะแนน His & Her  รวมทั้ง Facebook ของแต่ละแบรนด์จะจัดกิจกรรม Live ขายสินค้าราคาพิเศษ

7. เปิดตัวนวัตกรรมใหม่

แม้เป็นงานแฟร์ออนไลน์ ก็ยังมีการเปิดตัวสินค้าใหม่และนวัตกรรมใหม่  ปีนี้แบรนด์แฟชั่นต่างๆ ในเครือสหพัฒน์ อาทิ Wacoal Absorba Arrow และ Erawon จะเปิดตัวผ้ายับยั้งเชื้อไวรัส ที่นำไปใช้ผลิตหน้ากากและเสื้อผ้า เปิดจำหน่ายครั้งแรกในงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์

แบรนด์มาม่า เปิดตัวสินค้าใหม่  ข้าวต้มปลาน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวแบบคัพ  Waseda โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น เปิดตัวคอร์สสอนออนไลน์ครั้งแรก เป็นต้น

8. ดึง 11 สถาบันการเงินจัดโปรฯ ปล่อยกู้ผู้ค้า

ปกติในงานสหกรุ๊ปแฟร์ นอกจากการจำหน่ายสินค้าแบบ B2C แล้ว ยังจำหน่ายแบบ B2B ให้กับร้านค้าทั่วไป ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และผู้ที่ซื้อสินค้าไปจำหน่ายต่อ  ปีนี้ได้ร่วมกับ สถาบันการเงินและกองทุน 11 แห่ง ให้ส่วนลดเงินสดและเครดิตเงินคืนสำหรับการซื้อแบบ B2C และให้สินเชื่อพิเศษสำหรับการซื้อแบบ B2B  เช่น

  • SME Bank  มีแพ็คเกจสนับสนุนผู้ประกอบการแบบ B2B ให้สินเชื่อพิเศษดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.87%
  • ออมสิน จัดโปรโมชั่นบัตรเครดิตออมสิน จ่ายทุก 1,500 บาท ให้ส่วนลด 100 บาท กลุ่มผู้ประกอบการร้านธงฟ้าประชารัฐและรายย่อย มีสินเชื่อประชาชนสุขใจให้วงเงินซื้อสินค้าไม่เกิน 200,000 บาท ดอกเบี้ย 1%  ผ่อนได้ 3-10 ปี ผู้กู้อายุ 20-60 ปี
  • ธกส. สนับสนุนโชห่วยประชารัฐ ช่วยธุรกิจชุมชน อัตราดอกเบี้ย 0.01%
  • ธนาคารกรุงเทพ ช้อปด้วยบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ ผ่าน 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ได้รับ cash back สูงสุด 18%
  • SCB ผู้ถือบัตรเครดิต SCB ให้ส่วนลด และ cash back
  • กรุงไทย  กลุ่ม B2C ช้อปผ่านบัตรเดบิต 500 บาทขึ้นไปได้ส่วนลด 100 บาท การเติมเงินผ่านวอลเล็ท3 แพลตฟอร์ม เมื่อซื้อ 500 บาท ได้ cash back 100 บาท ส่วนกลุ่ม B2B  ให้ดอกเบี้ยพิเศษเอสเอ็มอี วงเงินสูงสุดกู้ได้ 20 ล้านบาท ผ่อนยาว 7 ปี โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ
  • KTC  ให้ cash back สูงสุด 30% และโค้ดส่วนลด 400 บาท เมื่อใช้จ่าย 2,000 บาทขึ้นไป ผ่านทั้ง 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
  • Krungsri first choice visa  ช้อป 3,000 บาท ได้อีคูปอง 200 บาท ใช้คะแนนลดได้อีก 13%  สะสมยอดซื้อ 10,000 บาท รับเงินคืนสูงสุด 1,500 บาท  ช้อปหนักเปลี่ยนยอดซื้อเป็นยอดผ่อน 3 เดือน  ดอกเบี้ย 0%
  • กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ สมาชิก กบข. เมื่อเข้าโมบายแอป จะได้สินค้าราคาพิเศษ

9. ยอดขายแฟร์ออนไลน์ 100 ล้านบาท

การจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ปกติจะมียอดขายราว 200 ล้านบาท การเปลี่ยนมาจัดออนไลน์ครั้งแรกปีนี้ วางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 100 ล้านบาท หรือ 50% ของงานแฟร์ปกติ ช่วงที่ภาครัฐประกาศ Lockdown ยอดขายออนไลน์เติบโตทุกหมวดกว่า 300%  ปีนี้คาดว่าสัดส่วนจะอยู่ที่ 20%  จากก่อนหน้านี้ไม่ถึง 10%

ปัจจุบันแม้สถานการณ์เริ่มกลับสู่ปกติ แต่กำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่กลับมาเร็วนัก ไอ.ซี.ซี. ปีนี้คาดว่ายอดขายจะลดลง 10% จากเดิมที่คาดว่าจะโตได้ 5%

10. สหกรุ๊ปแฟร์ต่อไปจัดคู่ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ 

หลังจากเริ่มจัดงานแฟร์ออนไลน์ครั้งแรกในปีนี้ คุณธรรมรัตน์ ย้ำว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายตลาดสู่อีคอมเมิร์ซ สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของเครือสหพัฒน์ ในการทำ Digital Transformation เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล

หลังจากสถานการณ์โควิดกลับสู่ปกติ การจัดงาน สหกรุ๊ปแฟร์ รูปแบบออฟไลน์ในครั้งต่อไป จะมีการจัดแฟร์ออนไลน์ควบคู่ไปด้วย เพื่อสร้างยอดขายทั้ง 2 ช่องทาง และทำให้เครือสหพัฒน์ บรรลุเป้าหมายสร้างยอดขายออนไลน์ 5,000 ล้านบาท ใน 5 ปี (2562-2566)