“AI ในห้าง” กับ 5 แนวทางที่อาจเกิดขึ้นในยุคหลัง Covid-19

เพื่อเตรียมตัวรับโลกในยุคหลัง Covid-19 การลงทุนด้านเทคโนโลยีจึงเกิดขึ้นตามมา ซึ่งสำหรับห้างค้าปลีก อาคารสำนักงาน และซูเปอร์มาร์เก็ตที่หลายคนคิดถึงนั้น ก็พบว่าเริ่มมีการขยับตัวลงทุนด้านเทคโนโลยีกันแล้วอย่างคึกคัก

- Advertisement -

โดยการลงทุนที่พบนั้น ส่วนหนึ่งคือการใช้ AI ที่มากับระบบกล้องวงจรปิดเข้ามาช่วยบริหารจัดการในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งเราพบว่ามีการใช้ AI ดังต่อไปนี้

1. ใช้ AI แทนพนักงานรักษาความปลอดภัย

ข้อมูลจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งกล้องพร้อม AI ที่พัฒนาโดยสตาร์ทอัพในสหรัฐอเมริกานั้น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,000 กว่าเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งในฝั่งของห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตมองว่า เทคโนโลยีในราคาเท่านี้ ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับการจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยมายืนเฝ้า อีกทั้งยังเข้ากับยุคที่ทุกคนต้องรักษาระยะห่างทางสังคมด้วย (นั่นจึงทำให้อาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยตกอยู่ในความเสี่ยงว่าจะยังมีตัวตนอยู่หรือไม่ในโลกยุคหลัง Covid-19)

2. ใช้ AI ช่วยบอกว่าควรมาช้อปเวลาไหน

RPT Realty แบรนด์ด้านอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา มีแผนจะใช้ AI ช่วยผู้บริโภคในการตัดสินใจว่าเวลาไหนควรจะออกจากบ้านมาช้อป โดยพวกเขามีเทคโนโลยีจากสตาร์ทอัพชื่อ WaitTimes ในการวิเคราะห์ฝูงชน ซึ่ง RPT Realty มีแผนจะใช้วิเคราะห์หางแถวของคนที่มารอต่อคิวจะเข้าห้าง (ซึ่งจะกลายเป็นภาพปกติธรรมดาของโลกยุค Covid-19 ไปแล้วที่ห้างสรรพสินค้าอาจต้องจำกัดจำนวนคนเข้าไม่ให้มากเกินไป) โดยระบบนี้จะส่งแจ้งเตือนไปยังนักช้อป เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องมารอนานเกินไปนั่นเอง

3. ใช้ AI ช่วยให้การเดลิเวอรี่สั้นลง

กรณีนี้เกิดในซาอุดิอาระเบีย โดยเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใช้ AI ช่วยลดเวลาพนักงานแพ็กของเพื่อส่งลูกค้าให้สั้นลง ซึ่งพวกเขาทำโดยการสร้าง Aisle-Mapping ที่จะระบุว่าสินค้าต่าง ๆ ที่ลูกค้าสั่งซื้อนั้นอยู่ ณ จุดใดของห้าง เพื่อให้พนักงานเดินไปหยิบได้อย่างสะดวก และมาแพ็กส่งลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น

4. ใช้ AI ในการควบคุมการเคลื่อนที่ของคน และแจ้งเตือนให้เว้นระยะห่าง

ที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้าอาจต้องใช้พนักงานคอยยืนเฝ้าหน้าประตู วัดไข้ผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการ และปล่อยให้เข้ามาเป็นรอบ ๆ ตามจำนวนที่กำหนดไว้ แต่หลังจากนั้น ทางห้างอาจไม่มีพนักงานมากพอจะไปคอยติดตามว่า ลูกค้าเดินไปในจุดไหนกันบ้าง แต่งานเหล่านี้สามารถทำได้โดยใช้ระบบอัตโนมัติของสตาร์ทอัพชื่อ IndyMe

โดยที่ผ่านมา สตาร์ทอัพดังกล่าวพัฒนาในส่วนของห้องลองเสื้ออัจฉริยะให้กับห้างสรรพสินค้าเพราะพบว่า ยิ่งลูกค้าเข้ามาลองเสื้อบ่อยแค่ไหน โอกาสซื้อก็ยิ่งมีสูงมากขึ้น และเมื่อผูกพันกับทางห้างสรรพสินค้าไปแล้ว ในยุค Covid-19 พวกเขาเลยพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดที่มาพร้อมเสียงเตือนให้ทางห้างสรรพสินค้าได้นำไปใช้เสียเลย

โดยกล้องจะตรวจจับจำนวนคน และเตือนไม่ให้คนเหล่านั้นอยู่ใกล้กันเกินไป ซึ่งทาง IndyMe บอกว่าโซลูชันของพวกเขาสามารถติดตั้งได้ทุกที่ไม่จำกัด (เป็นแบบ Plug and Play) ไม่ว่าจะเป็นบริเวณแคชเชียร์ชำระเงิน, บริเวณแผนกอาหารสด ฯลฯ

5. ใช้ AI ลองเครื่องสำอางแทนการแต่งหน้าจริง ๆ

ในเวลาที่เรายังไม่มั่นใจว่าการแต่งหน้าตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางอาจจะปลอดภัยหรือไม่ บริษัท AI ของจีนอย่าง Megvii ก็นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้ทันท่วงที โดยสิ่งที่พวกเขาทำก็คือ ให้ลูกค้าได้ทดลองแต่งหน้าแบบเสมือนจริง โดยสแกนใบหน้าลูกค้าลงไปในโปรแกรม จากนั้นก็ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และแสดงผลการแต่งหน้าออกมาตามที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งข้อดีคือลูกค้าไม่ต้องล้างเครื่องสำอางออก และ AI ยังสามารถวิเคราะห์สภาพผิว และแนะนำครีมบำรุงที่เหมาะกับผิวของลูกค้าได้อีกด้วย

ลงทุนเพื่อความปลอดภัย – ใช้ประโยชน์ต่อในอนาคต?

สำหรับนักการตลาด ทุกคนทราบดีว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่เอาไว้สร้างความมั่นใจในยุค Covid-19 เพราะหลังจากที่ไวรัสร้ายนี้ผ่านพ้นไป กล้อง AI เหล่านี้ก็ยังคงมีประโยชน์ต่อห้าง และอาคารสำนักงานต่ออยู่ดี เนื่องจากมันสามารถช่วยทางห้างทำโปรไฟล์นักช้อป และศึกษาพฤติกรรมพวกเขาได้ต่ออีก

“คำถามก็คือ เทคโนโลยีเหล่านี้จะยังอยู่ไหมในเวลาที่โรคระบาดนั้นผ่านไปแล้ว เพราะมันจะกลายเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากกว่า” AI Gidari ผู้เชี่ยวชาญด้านซีเคียวริตี้จาก Stanford Law School กล่าว “สมมติว่ากล้อง AI ในห้างช่วงที่ทำ Social Distancing ยังอยู่ต่อ มันคือเครื่องมือในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในอนาคตได้เลย”

ความกังวลนี้เองทำให้ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีบางคนออกมาเตือนบรรดาเจ้าของอาคาร หรือห้างค้าปลีกว่า บางทีมันอาจไม่ใช่การลงทุนที่คุ้มค่าก็เป็นได้ เนื่องจากมันอาจเหมาะที่จะใช้ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อหมดช่วงไวรัสระบาด ผู้บริโภคอาจเริ่มกังวลถึงความเป็นส่วนตัวของพวกเขาขึ้นมาและอาจนำไปสู่การออกกฎหมายใหม่ให้ทางห้างต้องยุ่งยากอีกนั่นเอง

Source

Source

Source

Source