Unilever มอบเจลแอลกอฮอล์ล้างมือและสบู่ก้อนกว่า 1.5 แสนชิ้น ให้องค์กรเพื่อเยาวชนด้อยโอกาส ผ่าน Unicef เพื่อสู้โควิด-19

กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย จับมือยูนิเซฟ ร่วมต่อสู้โรคระบาดโควิด-19 โดยบริจาคเจลแอลกอฮอล์ล้างมือและสบู่ก้อนกว่า 150,000 ชิ้น ให้แก่ยูนิเซฟเพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในกลุ่มเปราะบางที่สุดทั่วประเทศไทย 

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดซึ่งประกอบไปด้วยเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกว่า 30,000 หลอด และสบู่กว่า 120,000 ก้อน เป็นส่วนหนึ่งของแผนรับมือโรคระบาดครั้งใหญ่นี้ของยูนิเซฟประเทศไทย โดยจะแจกจ่ายให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความเปราะบาง ซึ่งรวมถึง เด็กที่ใช้ชีวิตบนท้องถนน เด็กในชุมชนแออัด เด็กที่อาศัยอยุ่ในบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด สถานสงเคราะห์/สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ/และสถานพัฒนาและฟื้นฟูภายใต้กรมกิจการเด็กและเยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ตลอดจนศูนย์การเรียนรู้ของเด็กข้ามชาติ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่เปราะบางที่สุด มีสิ่งจำเป็นในการล้างมือเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัส และชะลอการแพร่ระบาดของโควิด-19

- Advertisement -

ขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลายแสนคนและมีผู้เสียชีวิตอีกหลายหมื่นคนทั่วโลก ประเทศไทยเอง ก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มหลายร้อยคนในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน การระบาดใหญ่ครั้งนี้ยังทำให้ภาคธุรกิจในแต่ละประเทศต้องหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะในกลุ่มที่ยากจนและเปราะบางที่สุด

นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “วิกฤตครั้งนี้ร้ายแรงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นหมายความว่า เราต้องเข้าถึงเด็กทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือให้ได้ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน สถานการณ์ตอนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความท้าทายอีกมากมายที่กำลังรอเราอยู่ ซึ่งต้องอาศัยการแก้ปัญหาจากทุกฝ่ายอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เราหวังว่าธุรกิจอื่น ๆ จะเดินตามรอยยูนิลีเวอร์ในการแบ่งปันทรัพยากร ความรู้และทักษะ เพื่อฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

นายดาวิน กล่าวต่อไปว่า “ยูนิเซฟจะนำสบู่และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่ยูนิลีเวอร์บริจาคไปสนับสนุนกลุ่มประชากรที่ขาดโอกาสที่สุดในสังคมทั่วประเทศ เช่น เด็กและเยาวชนและครอบครัวที่เปราะบาง ตลอดจนเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ที่ต้องออกไปช่วยดูแลและปกป้องผู้อื่นในยามวิกฤต พวกเขามีทรัพยากรจำกัดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตของพวกเขาที่สุดในเวลานี้”

นายโรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า  “ผลิตภัณฑ์ของเราจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปกป้องคนไทยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  เพราะฉะนั้นพวกเราจึงร่วมมือกับ ยูนิเซฟ เพื่อให้เด็กที่ขาดแคลนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของเราได้อย่างเร่งด่วน การบริจาคครั้งนี้ เป็นการบริจาครอบแรกในประเทศไทย โดยจะมีแผนความช่วยเหลือต่อเนื่องอีกเพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19  และยังเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของบริษัทฯ ยูนิลีเวอร์ สำนักงานใหญ่ในประเทศอังกฤษ ที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะบริจาคผลิตภัณฑ์มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อร่วมต่อสู้การระบาดของไวรัสนี้

“กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย มีความภูมิใจที่ได้ทำงานรับใช้คนไทยมากว่า 87 ปี และในวันนี้ บริษัทฯ ของเราก็เป็นหนึ่งในบริษัทฯ ที่ผลิตสินค้าจำเป็นรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อาทิ น้ำยาทำความสะอาด สบู่ แจลแอลกอฮอล์ล้างมือ โลชั่น และสินค้าบริโภค พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความช่วยเหลือของเรา จะจูงใจให้บริษัทอื่น ๆ มาร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้กับวิกฤตครั้งนี้ เพื่อช่วยชะลอการแพร่กระจายของไวรัสในประเทศไทยและทั่วโลกได้”

นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด ยูนิเซฟได้จัดทำและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลและป้องกันตนเองจากโควิด-19  ให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ ยูนิเซฟมีแผนจัดส่งเครื่องสแกนอุณภูมิแบบพกพาไปยังโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในประเทศไทย และมีการจัดทำคู่มือสำหรับโรงเรียนเพื่อให้แน่ใจว่าเด็ก ๆ จะกลับมาเรียนอย่างปลอดภัยเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว รวมทั้งจัดทำข้อมูลที่จำเป็นสำหรับเด็กข้ามชาติและครอบครัวใน 20 จังหวัด ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนามาตรการช่วยเหลือทางสังคมสำหรับกลุ่มประชากรที่เปราะบางที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดใหญ่ครั้งนี้

เมื่อสัปดาห์ก่อน ยูนิเซฟได้ประกาศระดมทุนจำนวน 651.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 21,200 ล้านบาท) เพื่อรับมือกับโควิด-19 ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศที่ระบบสาธารณสุขอ่อนแอ โดยร่วมกับองค์กรพันธมิตร จัดส่งเครื่องใช้เพื่อสุขอนามัยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงเรียนและสถานพยาบาล เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลครอบครัว ตลอดจนส่งเสริมบริการคุ้มครองเด็ก การเยียวยาจิตใจ และจัดการเรียนทางไกลให้แก่เด็กทุกคน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่เปราะบางที่สุด