Lenovo ดันอุตสาหกรรมยุคใหม่ เปิดตัว Mini PC คอมพิวเตอร์แห่งยุค เครื่องเล็กสเปกแรง เบาและทนสุดๆ

แม้ในปัจจุบันหลายองค์กรจะหันมาใช้โน้ตบุ๊คในการทำงานมากขึ้น เพราะความคล่องตัวในการพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย แต่ยังมีหลายองค์กรที่เลือกจะใช้งานคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ พีซี (Personal Computer: PC) เพราะสามารถตอบโจทย์ในเรื่องความทนทานและให้ประสิทธิภาพการทำงานที่มากกว่า

แต่ความน่าสนใจคือ หลายองค์กรธุรกิจโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมค้าปลีก เฮลธ์แคร์ อุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ต้องเดินทางไปไซต์งานตลอดเวลา มักจะนำเครื่องพีซีที่เราใช้งานกันตามบ้านมาใช้ในองค์กร ซึ่งอาจจะไม่ตอบโจทย์การทำงานได้อย่างตรงจุด เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องการเครื่องพีซีที่มีทั้ง “ความทนทาน” สูงในทุกสภาวะแวดล้อม ที่สำคัญ “ขนาด” ต้องกะทัดรัด เคลื่อนย้ายสะดวก และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้การทำงานสะดุดโดยเฉพาะในบริเวณสายการผลิต เพราะหากติดขัดนั่นหมายถึงความเสียหายที่จะตามมาอย่างมหาศาล

- Advertisement -

ดังนั้น Brand Buffet จะพามารู้จักกับ Mini PC อย่าง ThinkCentre Nano และ ThinkCentre Nano IoT เครื่องพีซียุคใหม่ที่มีขนาดเล็ก แต่ให้ประสิทธิภาพทรงพลัง ซึ่งเป็นคำตอบสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่

Mini PC ตัวเล็ก สเปกแรง

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการเลือกพีซีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ “พีซี” เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล ทุกอย่างต้องรวดเร็ว ถ้าหากพีซีที่ไม่ตอบโจทย์การทำงาน ก็อาจทำให้งานล่าช้า ในทางกลับกัน พีซีที่ดีและตอบโจทย์กับงาน ก็อาจจะเป็นปัจจัยให้ธุรกิจติดสปีดได้ไวขึ้น

สำหรับ Mini PC เมื่อพูดถึงชื่อนี้ หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก เนื่องจากยังเป็นตลาดค่อนข้างใหม่ แต่หลายคนเห็นแค่ชื่อ คงพอเดากันได้ว่าต้องเล็กแน่นอน ส่วนขนาดจะเล็กและตอบโจทย์การทำงานของอุตสาหกรรรมยุคนี้อย่างไร ตามมาดูกัน สำหรับ Mini PC เรียกได้ว่าเป็น พีซีขนาดกระทัดรัดที่มีขนาดเท่ากับสมาร์ทโฟน และน้ำหนักเบา จึงประหยัดพื้นที่ในการจัดวาง แถมยังเคลื่อนย้ายได้สะดวก ทำให้ผู้ใช้สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายเหมือนโน้ตบุ๊ค

แม้ตัวเครื่องนั้นจะออกแบบมาให้มีขนาดเล็กเท่าสมาร์ทโฟน ทว่าประสิทธิภาพการทำงานกลับไม่ได้เล็กไปตามตัวเครื่องเลย โดยมาพร้อมกับ ความสามารถในระดับเดสก์ทอปรุ่นใหญ่ กันทีเดียว ที่สำคัญ ยังใช้พลังงานน้อยกว่าคอมพิวเตอร์พีซีทั่วไป จึงทำให้ Mini PC สามารถตอบสนองการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีความต้องการพีซีขนาดเล็กที่ทั้งประหยัดพื้นที่และพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรรมการผลิต อุตสาหกรรมค้าปลีก รวมไปถึงธุรกิจเฮลท์แคร์ ก่อสร้าง และงานกราฟฟิคต่างๆ

ในปัจจุบันขนาดตลาด Mini PC ยังเล็กมาก เนื่องจากเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่ด้วยเทรนด์การใช้งานในสำนักงานสมัยใหม่ที่มีความต้องการพีซีขนาดเล็กที่ทั้งประหยัดพื้นที่และพลังงานมากขึ้น ทำให้มี Mini PC หลายแบรนด์ได้ออกแบบและพัฒนาเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองผู้ประกอบการธุรกิจ อย่างเช่น ThinkCentre Nano และ ThinkCentre Nano IoT จาก Lenovo

พื้นที่เล็กแค่ไหน ThinkCentre Nano ก็เอาอยู่

แน่นอนว่าความสามารถของ ThinkCentre Nano นอกจากจุดเด่นของตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเพียง 505 กรัม ซึ่งทำให้สามารถติดตั้งใช้งานในพื้นที่ที่จำกัดในหลายๆ จุด เช่น หน้าร้านค้าที่มีพื้นที่เล็ก ๆ ทั้งยังสามารถพกติดตัวไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะตั้งไว้หลังจอมอนิเตอร์หรือบนชั้นวางหนังสือ

ในส่วนการประมวลผล ยังมาพร้อม 8th Generation Intel® Core™ vPro™ i7 และหน่วยความจำแบบ SSD ทำให้สามารถจัดการไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานในหลายโปรแกรมได้พร้อมกันอย่างลื่นไหล นอกจากนี้ยังมีหน่วยความจำ DDR4 รองรับความจุสูงสุดถึง 16GB และ M.2 SSD แบบสองสล็อต เพิ่มพื้นที่การจัดเก็บข้อมูล ผู้ใช้จึงสามารถสัมผัสประสิทธิภาพการทำงานที่เร็ว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะกระทบพื้นที่ความจุของสตอเรจ และยังหายห่วงเรื่องความปลอดภัย ด้วยการทดสอบความทนทานในระดับ Military Standard ทำให้ Mini PC ของคุณปลอดภัยจากการถูกกระแทก

เพิ่มฟังก์ชั่นทนแรงกระแทกตอบโจทย์อุตสาหกรรม

ขณะที่ ThinkCentre Nano IoT เป็นเครื่องพีซีขนาดจิ๋วที่เหมาะสำหรับการใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมหรือตามไซต์งานก่อสร้างที่มีสภาวะฝุ่นสะสม เพราะได้เพิ่มคุณสมบัติในการทนความร้อนและแรงสั่นสะเทือนกว่าตัวแรก เพื่อให้ตอบโจทย์ในการพกพาไปทำงานนอกสถานที่ในทุกสภาวะแวดล้อม โดยสามารถรองรับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณภูมิตั้งแต่ 0-50 องศาได้ และหากชั้นไหนของที่ทำงานอยู่ในที่สัญญาณอับ ThinkCentre Nano IoT สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้การทำงานสะดุดโดยเฉพาะการใช้งานในบริเวณสายการผลิต

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมขุมพลังประมวลผลที่แม่นยำด้วย 8th Generation Intel® Core™ vPro™ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถระบุที่ตั้งของเครื่อง, เปิด-ปิด, ซ่อมแซม และล็อคระบบในเครื่องได้จากระยะไกล เมื่อเครื่องเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถบำรุงรักษาระบบได้ทั้งเชิงรุก-เชิงรับ และใช้งานระบบการจัดการจากศูนย์กลางเพื่อเพิ่มความเสถียรและประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ถึงตอนนี้ เชื่อว่าหลายธุรกิจคงเลือกเครื่องพีซีที่เหมาะกับความต้องการของธุรกิจได้แล้ว เพราะหากเลือกใช้อย่างเหมาะสม ไม่เพียงจะช่วยทั้งในเรื่องการประหยัดทั้งพื้นที่และพลังงานแล้ว ยังลดต้นทุนการดำเนินงานให้กับธุรกิจได้มากขึ้นด้วย เรียกได้ว่าตอบโจทย์สถานการณ์ในปัจจุบันในช่วงที่ไวรัสกำลังระบาดแบบนี้ทีเดียว เพราะอะไรจะดีไปกว่าการควบคุมต้นทุนได้มากที่สุด แต่สามารถให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น