CP ALL-CPF ประสานเสียงใช้ เทสโก้ ต่อยอด Value Chain ค้าปลีกท้ังในไทยและมาเลเซีย

หลังมีความชัดเจนแล้วว่า​ ​กลุ่มซีพี คือผู้คว้าชัยในการประมูลธุรกิจของกลุ่มเทสโก้เอเชีย  ซึ่งประกอบด้วย บริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) หรือ เทสโก้ประเทศไทย ซึ่งถือหุ้น​ 99.99% ในบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกภายใต้เครื่องหมายการค้า Tesco Lotus ในประเทศไทย และ Tesco Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. หรือเทสโก้ประเทศมาเลเซีย ซึ่งประกอบธุรกิจค้าปลีกภายใต้เครื่องหมายการค้า Tesco ในประเทศมาเลเซีย 

โดยกลุ่มซีพี ผู้ชนะดีลมูลค่า 3.38 แสนล้านบาท ในครั้งนี้ จะลงทุนผ่าน 3 ​ธุรกิจในเครือ ประกอบด้วย กลุ่มซีพี ในสัดส่วน 40% ซีพีออลล์ 40% และซีพีเอฟ โดยบริษัทในเครืออย่าง ซี.พี. เมอร์แชนไดซิ่ง ถือในสัดส่วน 20% ซึ่งทั้งซีพีออลล์ และซีพีเอฟ ผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 40% และ 20% ตามลำดับ มองการต่อยอดในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายมากขึ้นให้แก่ธุรกิจทั้งในไทยและมาเลเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสและการเติบโตทางธุรกิจให้กับกลุ่ม SME ทำให้มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น 

- Advertisement -

ซึ่งฟากซีพีออลล์ โดย คุณเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ Chief Financial Officer บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ว่า คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้บริษัทลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งหุ้นหรือผลประโยชน์การลงทุน (economic interest) ในสัดส่วนไม่เกิน​ 40% ของกลุ่มเทสโก้เอเชีย (เทสโก้ประเทศไทยและเทสโก้ประเทศมาเลเซีย) โดยการลงทุนของซีพี ออลล์ ในครั้งนี้จะเป็นการลงทุนจำนวน 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (95,981 ล้านบาท) หรือไม่เกิน 40% ผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการลงทุน คือ บริษัท ซี.พี. รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดในบริษัท ซี.พี.รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

“บริษัทเชื่อว่าการลงทุนดังกล่าวจะส่งเสริมให้บริษัท และผู้ถือหุ้นของบริษัทได้ประโยชน์หลายประการจากการได้มาซึ่งธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยที่มีรูปแบบร้านค้าที่หลากหลาย ที่จะช่วยส่งเสริมรูปแบบธุรกิจที่บริษัทมีอยู่ในปัจจุบัน และมีผลการดำเนินงานที่ดี ทำให้มีรูปแบบร้านค้าที่หลากหลายขึ้น ซึ่งรวมถึง ค้าส่ง cash and carry และรูปแบบค้าปลีก ทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ นอกจากนี้ยังยกระดับการให้บริการแก่ผู้บริโภคที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น ด้วยโอกาสธุรกิจเศรษฐกิจสมัยใหม่ (new economy business)”

ขณะที่การเข้าซื้อธุรกิจในประเทศมาเลเซียจะเป็นช่องทางในการเข้าสู่ตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะสร้างรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง​ รวมทั้งการใช้เทสโก้ โลตัส จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการจำหน่ายสินค้าให้กับเอสเอ็มอี เกษตรกร และผลิตภัณฑ์ชุมชน หลังจากที่แมคโคร และเซเว่น อีเลฟเว่น ได้เข้าไปส่งเสริม สนับสนุนให้สินค้าเอสเอ็มอีสามารถกระจายสินค้าไปสู่คนไทยทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว ช่วยทำให้เศรษฐกิจฐานราก และเศรษฐกิจของประเทศโดยภาพรวมเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

ด้านซีพีเอฟ โดย คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ​คณะกรรมการบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ) มีมติอนุมัติให้บริษัท ซี.พี. เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ซีพีเอฟถือหุ้นทั้งหมด (“CPM”) ลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งหุ้นหรือผลประโยชน์การลงทุน (economic interest) ในสัดส่วนไม่เกิน​ 20% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกลุ่มเทสโก้เอเชีย

ทั้งนี้ ซีพีเอฟมีความสนใจในการเข้าร่วมลงทุนในเทสโก้เอเซีย เนื่องจากเป็นการต่อยอด Value Chain ของช่องทางการขายสินค้าของบริษัททั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซียและเป็นการเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค  ด้วยซีพีเอฟมีแนวทางในการปรับรูปแบบของการค้าเนื้อสัตว์ให้ผ่านช่องทางที่ทันสมัยสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น บริษัทจึงมั่นใจว่าการลงทุนในครั้งนี้เป็นโอกาสดีในการที่จะทำให้ผู้บริโภคในประเทศไทยและมาเลเซียมีทางเลือกในการบริโภคเพิ่มขึ้นในตลาดที่มีการแข่งขันสูงอยู่แล้ว

“การเข้าร่วมลงทุนครั้งนี้ ทำให้ยอดขายทั้งของเทสโก้และซีพีเอฟเพิ่มมากขึ้น และเนื่องจากเทสโก้เอเซียเป็นบริษัทที่มีผลการดำเนินงานที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารและทีมงานมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจ มีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เชื่อว่าการผนึกกำลังกับเทสโก้เอเซียน่าจะส่งผลเสริมให้ผลการดำเนินงานที่ดีอยู่แล้วนั้นดียิ่งขึ้นได้อีก”

อย่างไรก็ตาม รายการลงทุนดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนตามที่กำหนดไว้สำเร็จครบถ้วน ซึ่งรวมถึงการได้รับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ Tesco UK สำหรับการขายหุ้นในกลุ่มเทสโก้เอเชีย สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าอนุญาตให้ทำรายการ (หากต้องมีการขออนุญาต) และได้รับอนุญาตจาก Ministry of Domestic Trade and Consumers Affairs of Malaysia ทำรายการในประเทศมาเลเซีย โดยคาดว่าการเข้าทำรายการน่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2563 นี้