NTT DOCOMO GLOBAL ประกาศลงทุน 20% ในแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ในเครือซีพี พร้อมดึงโซลูชันการตลาดอย่างโปรแกรมสะสมคะแนน และเทคโนโลยีด้านอีคอมเมิร์ซที่เคยประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นเข้ามาปรับใช้กับตลาดไทย หวังเสริมแกร่งแอปพลิเคชัน Amaze พร้อมกันนี้ยังเปิดหมวดพิเศษ “Amazing Japan” ภายใน “Amaze Mall” โดยดึงแบรนด์ดังญี่ปุ่น MITSUKOSHI DEPACHIKA, aiwa, Bigen, IRIS OHYAMA, LION, SHARP ตบเท้าเข้าร่วม
สำหรับการลงทุนดังกล่าวระหว่าง NTT DOCOMO GLOBAL และบริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด (แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ) ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) ได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นทางการ เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันผลักดันการเติบโตด้านอีคอมเมิร์ซและโปรแกรมสะสมคะแนน “Amaze” ซึ่งให้บริการในประเทศไทยโดยแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ
ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ทั้งสองบริษัทเริ่มต้นความร่วมมือในธุรกิจด้านโซลูชันการตลาดในประเทศไทย เช่น การเปิดตัว “Amaze Survey” โซลูชันการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้า (เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป)
“d POINT CLUB” จุดแข็ง NTT DOCOMO
สำหรับจุดเด่นของโซลูชันการตลาดที่ NTT DOCOMO GLOBAL ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นคือ ฐานสมาชิก “d POINT CLUB” ที่มีจำนวนมากกว่า 100 ล้านราย ตลอดจนองค์ความรู้ด้านการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขั้นสูง ซึ่งรวบรวมผ่านธุรกิจโซลูชันด้านการตลาด และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ของ DOCOMO Group ในประเทศญี่ปุ่น
ผู้บริหารแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ระบุว่า จุดเด่นดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของทางบริษัท ซึ่งต้องการขยายดิจิทัลอีโคซิสเต็มของประเทศไทยโดยให้ความสำคัญกับการสะสมแต้ม (เทคโนโลยี CRM ประเภทหนึ่ง) และมีการใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม “Amaze” (Amaze เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา และข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569 ระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวมีจำนวนสมาชิกประมาณ 4 ล้านรายแล้ว)
โดยในตอนนี้ บริษัทมีการสร้าง Amaze Points ให้ผู้ใช้งานสามารถใช้พอยท์แทนเงินสด แลกคูปองส่วนลดร้านอาหาร สินค้าและบริการ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของธุรกิจในเครือซีพีได้ เช่น ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ประมาณ 15,000 แห่ง Lotus’s ประมาณ 2,500 แห่ง และ True ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมที่มีผู้ใช้งาน ประมาณ 52 ล้านราย โดยแต่ละธุรกิจล้วนเป็นหนึ่งในเครือข่ายร้านค้าหรือฐานสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เปิด Timeline เส้นทางสู่การจับมือ
สำหรับการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ด้านเงินทุนของ NTT DOCOMO GLOBAL และ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ พบว่า ได้บรรลุข้อตกลงดังกล่าว เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 และได้ลงนามในสัญญาจองซื้อหุ้น ต่อมาเมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 การจองซื้อหุ้นดังกล่าวได้เสร็จสมบูรณ์ และทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้น รวมถึงข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ โดยมีรายละเอียดของความร่วมมือใน 2 ด้านหลัก ได้แก่
1. การนำเสนอโซลูชันด้านการตลาดสำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านการตลาดที่ DOCOMO สั่งสมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่น ผนวกเข้ากับสินทรัพย์ของเครือซีพี อาทิ ฐานลูกค้าในประเทศไทย ทั้งสองบริษัทจะนำเสนอโซลูชันด้านการตลาดให้แก่องค์กรต่าง ๆ ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
การนำองค์ความรู้ด้านการบูรณาการข้อมูลและความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ของ DOCOMO Group มาผสานเข้ากับ การดำเนินงานของ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของแพลตฟอร์ม “Amaze” ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยการใช้ข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งข้อมูลคุณลักษณะของสมาชิก และข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ จะช่วยพัฒนาและยกระดับกิจกรรมทางการตลาด ของแต่ละบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในระยะแรกของโครงการ ทั้งสองบริษัทจะเปิดตัวบริการ “Amaze Survey” ในประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 โดยความโดดเด่นของโซลูชันนี้คือความสามารถในการทำแบบสำรวจที่เจาะจงไปยัง กลุ่มสมาชิก Amaze โดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากการสำรวจแบบดั้งเดิมที่มักสุ่มกลุ่มเป้าหมายจากผู้บริโภคทั่วไป
สมาชิก Amaze ที่ตอบแบบสำรวจยังจะได้รับ “Amaze Points” ตอบแทน ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจได้รับข้อมูลเชิงลึก ที่มีคุณภาพสูง ในขณะที่ผู้บริโภคที่เข้าร่วมทำแบบสำรวจ ก็จะได้รับรางวัลตอบแทน สำหรับการสละเวลาเข้ามามีส่วนร่วม โซลูชันนี้ได้รับการพัฒนาร่วมกันโดย แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ และกลุ่มบริษัทอินเทจ (INTAGE) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ DOCOMO Group โดยต่อยอดจากบริการวิจัยที่ DOCOMO และ INTAGE ได้พัฒนาร่วมกันในประเทศญี่ปุ่น และได้สร้างผลงานที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากในตลาดลอยัลตี้ที่พัฒนาอย่างเต็มที่ของญี่ปุ่น
ด้วยการผนวกความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยตลาดของ INTAGE ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทำให้โซลูชันนี้สามารถส่งมอบ ขีดความสามารถด้านการวิจัยที่ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการออกแบบการสำรวจ การวิเคราะห์ข้อมูล รวมไปถึงการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ ที่สามารถช่วยสร้างความเข้าใจตลาดได้อย่างลึกซึ้ง หรือการระบุปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ และทำให้เราเข้าถึงเสียงที่แท้จริงของตลาด ครอบคลุมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการที่แท้จริง และผลของกิจกรรมส่งเสริมการขายที่มีต่อพฤติกรรมผู้บริโภคได้
2. การส่งมอบรางวัลและสิทธิประโยชน์ผ่านแพลตฟอร์ม “Amaze”
แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ เตรียมเปิดตัวโครงการ “Consumer Engagement Program” ตลอดทั้งปี ซึ่งจะเป็นแคมเปญต่อเนื่อง มอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และดีลพิเศษทั่วประเทศ ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น
โดยโครงการนี้จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 พร้อมประกาศดีลและแคมเปญพิเศษเพิ่มเติมตลอดทั้งปี ซึ่งแคมเปญหลักที่จะเปิดตัวภายใต้โครงการนี้ เช่น พอยท์ 3 เท่า สำหรับทุกการใช้จ่ายที่ร้าน 7-Eleven, Lotus’s และ ODM ผ่านแอปพลิเคชัน “Amaze” หรือสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้หน้าใหม่ในการซื้อครั้งแรกผ่าน “Amaze Super App” จะได้รับพอยท์สะสมเทียบเท่ามูลค่า 200 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายทุก 500 บาท เป็นต้น
เปิดแผนความร่วมมือในอนาคต
ภายใต้กรอบความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทมีแผนที่จะส่งมอบโซลูชันด้านการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการส่งมอบคูปองและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับความชื่นชอบ ความสนใจ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละคน
รวมถึงมีการเปิดตัว “Amazing Japan” ภายใน “Amaze Mall” เพื่อนำเสนอแบรนด์สินค้าจากญี่ปุ่นที่เน้นคุณภาพ และความน่าเชื่อถือ โดยหมวดดังกล่าวมีกำหนดการเปิดตัวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 นี้เป็นต้นไป ซึ่งในขณะนี้ มีแบรนด์ชั้นนำ จากญี่ปุ่นจำนวนมากที่กำลังพิจารณาเข้าร่วม อาทิ MITSUKOSHI DEPACHIKA, aiwa, Bigen, IRIS OHYAMA, LION, SHARP เป็นต้น

คุณฮิโรกิ คุริยามา Chief Executive Officer, NTT DOCOMO GLOBAL
“เรามองว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในภาคดิจิทัล และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ในครั้งนี้เป็นมากกว่าพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเงินทุน แต่เป็นความคิดริเริ่ม ในการนำความเชี่ยวชาญด้านการตลาดค้าปลีก และการสร้างความผูกพันกับลูกค้า ที่เราได้สั่งสมมาในตลาดญี่ปุ่น มาประยุกต์ใช้ให้เกิดเป็นคุณค่าที่จับต้องได้ในโลกธุรกิจ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดประเทศไทย เราภูมิใจที่ได้ร่วมลงทุนใน ‘Amaze’ ในฐานะแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่ผสานการสร้างความผูกพันกับลูกค้า และคอมเมิร์ซเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง โดยเราจะทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด เพื่อบ่มเพาะอีโคซิสเต็มที่จะสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว”

คุณธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด และผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม ด้านอีคอมเมิร์ซ เครือเจริญโภคภัณฑ์
ด้านคุณธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด และผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม ด้านอีคอมเมิร์ซ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “ในความร่วมมือครั้งนี้ ‘Amaze Super App’ ภายใต้การดำเนินงานของ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จะทำหน้าที่เป็น แรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาอีโคซิสเต็มด้านลอยัลตี้ และโปรแกรมสะสมคะแนนของประเทศไทย ทั้งสำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภคชาวไทย และด้วยการผนึกกำลังกับ DOCOMO Group เราจะร่วมกันพัฒนา Amaze ให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้บริโภคที่เชื่อมต่อถึงกันมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน CRM และลอยัลตี้ที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจทั่วประเทศไทยได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ การบูรณาการเครือข่ายค้าปลีก และพันธมิตรของเครือซีพีเข้ากับอีโคซิสเต็มของ Amaze ที่เชื่อมต่อถึงกันและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล จะช่วยปลดล็อกโอกาส ทางธุรกิจและความร่วมมือระหว่างแบรนด์ต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้พาร์ทเนอร์สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานที่ไม่ซ้ำกันกว่า 40 ล้านรายทั่วทั้งอีโคซิสเต็มบริการต่าง ๆ ในเครือซีพี พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลที่สามารถปรับแต่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก”
ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญบนเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย โดย NTT DOCOMO GLOBAL และ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จะยังคงขับเคลื่อนการขยายธุรกิจการตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้จุดแข็งที่โดดเด่นของทั้งสองบริษัทร่วมกัน”
ด้านคุณ Hideki Ishibashi, Executive Officer and Head of Consumer Services Company, NTT DOCOMO กล่าวถึง ความร่วมมือด้านโซลูชัน CRM ว่า “DOCOMO ได้สร้างหนึ่งในฐานสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยสมาชิกประมาณ 100 ล้านราย และเราได้ใช้จุดแข็งนี้พัฒนาบริการและโซลูชันที่ครอบคลุมหลากหลายสาขา อาทิ บริการด้านการเงินและความบันเทิง โดยเฉพาะธุรกิจโซลูชันด้านการตลาด ซึ่ง DOCOMO ตั้งใจจะขยายประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากตลาดในประเทศญี่ปุ่นสู่ตลาดต่างประเทศในเชิงรุก การดำเนินโครงการในประเทศไทยผ่านความร่วมมือกับเครือซีพี และแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ถือเป็นโมเดลต้นแบบของการนำสินทรัพย์ภายในประเทศไปปรับใช้ในต่างประเทศ และมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างยิ่งต่อบริษัท”
“นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเป็นโอกาสแรกในการแสดงให้เห็นถึงการผสานพลังระหว่าง DOCOMO และ INTAGE ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเรามีความคาดหวังสูงต่อศักยภาพดังกล่าว DOCOMO สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลด้านการตลาด ของบริษัทต่าง ๆ ด้วยการใช้สินทรัพย์ด้านการตลาดที่หลากหลาย อาทิ แพลตฟอร์มข้อมูลสมาชิกกว่า 100 ล้านราย ข้อมูลด้านพอยท์และการชำระเงิน สินทรัพย์ด้านสื่อ ขีดความสามารถในการวิเคราะห์ และเทคโนโลยี AI ผ่านการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ INTAGE และ CARTA ทำให้ DOCOMO สามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่สนับสนุนห่วงโซ่คุณค่าครบวงจร (Value Chain) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และในตลาดประเทศญี่ปุ่นกำลังส่งเสริม การปรับใช้โซลูชัน DX รูปแบบใหม่ที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับการส่งโฆษณาแบบข้ามสื่อ (Cross-media) ครอบคลุมทั้งสื่อค้าปลีก สื่อโทรทัศน์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มอื่น ๆ
การเริ่มต้นพูดคุยถึงความร่วมมือ กับเครือซีพีในประเทศไทย ทำให้ DOCOMO มีเป้าหมายที่จะขยายความเป็นไปได้ในการนำเสนอ ‘Single ID Marketing’ โซลูชันการตลาดที่พัฒนาในญี่ปุ่น มาสู่ตลาดประเทศไทย โดย DOCOMO จะยังคงร่วมมือกับพันธมิตรทั่วภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อมีส่วนร่วมแก้ไขความท้าทายด้านการตลาดและสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับภาคธุรกิจต่อไป”

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์
ด้านคุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เฟสถัดไปของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เครือซีพีมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเดินทางครั้งนี้ ผ่านแพลตฟอร์ม Amaze ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเราในการเชื่อมโยงทุกจุดเชื่อมต่อกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ด้านค้าปลีก โทรคมนาคม บริการทางการเงิน และบริการดิจิทัล เข้าด้วยกันให้เป็นอีโคซิสเต็มหนึ่งเดียวอันทรงพลัง
การผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของเครือ NTT DOCOMO Group ในด้าน CRM และโปรแกรมลอยัลตี้ เข้ากับจุดแข็งของเรา จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัลของเครือซีพีได้อย่างมีนัยสำคัญ และยกระดับมาตรฐาน ดิจิทัลของไทยให้ทัดเทียมกับตลาดประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอีโคซิสเต็มด้านลอยัลตี้ที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก
เราจะร่วมกันยกระดับอีโคซิสเต็มของผู้บริโภคในประเทศไทย ด้วยการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น เสริมศักยภาพให้กับกลุ่ม SME และพันธมิตรด้วยเครื่องมือ CRM และลอยัลตี้ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนการเติบโต เศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน”




