รัฐบาลสิงคโปร์สั่งแจกหน้ากากอนามัย 5.2 ล้านชิ้น หลังสินค้าขาดแคลน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่ยังคงขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในแง่ของจำนวนผู้ป่วยทั่วโลก เป็นผลให้ประชาชนในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตื่นตระหนก จนตามหาซื้อหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือกันจ้าละหวั่น และส่งผลให้สินค้าดังกล่าวขาดแคลนอย่างหนัก รัฐบาลในหลายประเทศต้องออกมาตรการทั้งเร่งผลิต-กระจายสินค้า,​ คุมราคา, จำกัดปริมาณการซื้อ เพื่อควบคุมไม่ให้ประชาชนรู้สึกตื่นกลัวกับสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศแจกหน้ากาก 4 ชิ้น ต่อครอบครัว

สิงคโปร์มีทั้งสิ้น 1.37 ล้านครัวเรือน เมื่อ 30 มกราคม ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ (The Ministry of Health) ได้ประกาศแจกหน้ากากให้กับประชาชนครอบครัวละ 4 ชิ้น โดยจะเริ่มแจกระหว่างวันที่ 2-9 กุมภาพันธ์ ทางรัฐบาลเตรียมหน้ากากอนามัยเอาไว้ 5.2 ล้านชิ้น เพื่อแจกจ่ายในครั้งนี้ผ่านทาง Community Centres (CC) 89 แห่ง และ Residents’ Committee (RC) อีก 654 จุด หลังจากนั้นหน้ากากอนามัยอีก 5 ล้านชิ้น จะวางจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกเพิ่มเติมจากสินค้าปกติ เพื่อแก้ปัญหาสินค้าขาดแคลนทั่วเอเชียในขณะนี้

ทางรัฐบาลสิงคโปร์ยังให้ความรู้เพิ่มเติมอีกว่าหน้ากากอนามัย 1 ชิ้น ไม่ควรใช้เกิน 24 ชั่วโมง ดังนั้น “หน้ากากอนามัย”​ จึงกลายเป็นสินค้าที่ประชาชนต้องการอย่างมาก จนรัฐบาลต้องมีมาตรการควบคุมราคา จากเดิมหน้ากากอนามัยของสิงคโปร์ที่วางจำหน่ายในร้านค้าปลีกดังๆ อย่าง Watsons, Guardian และ Unity มีราคาอยู่ราวๆ 12 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อ 1 กล่อง 50 ชิ้น หรือเฉลี่ยชิ้นละ 0.24 ดอลลาร์ ราวๆ 5-6 บาทไทย แต่เมื่อมีความต้องการพุ่งสูงขึ้นหน้ากากอนามัยก็ Sold Out ขายเกลี้ยงทุกที่ จนผู้บริโภคต้องตามหาซื้อทางออนไลน์ และราคาก็ขยับสูงขึ้นตามหลักดีมานด์-ซัพพลาย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

- Advertisement -

Source

Source