“โดรนดุ” รัฐบาลจีนใช้โดรน “ส่องและสื่อสาร” กับประชาชนช่วงโรคระบาด

หากก่อนหน้านี้ จะมีบางประเทศที่ใช้โดรนในการสังหารผู้นำฝ่ายตรงข้าม บางทีการใช้โดรนของจีนแผ่นดินใหญ่ในวันนี้อาจเป็นการใช้ที่สร้างสรรค์และเหมาะสมกว่า โดยพบว่า จีนได้เลือกใช้โดรนในฐานะเครื่องมือ “เตือน” ให้ประชาชนในประเทศรู้จักระวัง และรักษาตัวให้พ้นจากไวรัสโคโรน่าที่กำลังคร่าชีวิตผู้คนในประเทศกันแล้ว

มีรายงานจากสื่อจีนอย่าง The Global Times เป็นภาพของการใช้โดรนออกสำรวจตรวจตราสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งในเมืองใหญ่และพื้นที่ชนบท ซึ่งผู้ที่ควบคุมโดรนลำนี้จะส่งเสียงเตือนทันทีที่พบผู้คนไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัย หรือไม่ก็แนะนำให้พวกเขากลับบ้านไปเสีย

สำหรับคลิปที่ The Global Times นำมาเผยแพร่พบว่าผู้ที่ถูกโดรนเตือนนั้นมีหลากหลาย ซึ่งในตอนแรกหลายคนค่อนข้างงุนงงกับการเตือนครั้งนี้ แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่าจะยอมปฏิบัติตามแต่โดยดี อีกทั้งการเตือนด้วยโดรนทำให้เข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้รวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น ภาพคุณยายในคลิปเป็นเมืองที่อยู่ไกลจากเมืองใหญ่ราว 100 ไมล์

การส่งโดรนออกตรวจตราสภาพบ้านเมืองท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสครั้งนี้มีขึ้นหลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของไวรัสโคโรนาเป็น “ความฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก” โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดได้พุ่งสูงขึ้นไปกว่า 14,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 300 ราย ตามรายงานของสาธารณสุขจีน

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญจาก Johns Hopkins Center for Health Security อย่าง Eric Toner ได้เคยออกโรงเตือนว่า การสวมหน้ากากอนามัยนั้น อาจไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพนัก สอดคล้องกับคำแนะนำจาก The Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ของสหรัฐอเมริกาที่ระบุว่า วิธีป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคได้ดีที่สุดคือการล้างมือบ่อย ๆ และไม่พยายามสัมผัสใบหน้า รวมถึงไม่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย

ส่วนชาวจีน หลังจากได้รับคำเตือนให้อยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสนั้น ก็มีรายงานว่า บน Weibo เริ่มมีหลายคนผุดไอเดียขำขันออกมาเช่นกัน ยกตัวอย่างการโพสต์ภาพตัวเองกำลังนั่งตกปลาในแทงค์น้ำ เพราะถูกห้ามไม่ให้ออกไปตกปลานอกบ้าน บางคนก็นำขวดน้ำพลาสติกมาครอบศีรษะแทนการสวมหน้ากากอนามัย ฯลฯ

Source