Burger King เปิดตัว “เบอร์เกอร์คิง เกาะพีพี” สาขาที่ได้รับการขนานนามว่ามีวิวสวยที่สุด

เบอร์เกอร์คิง(Burger King) เปิดตัว “เบอร์เกอร์คิง เกาะพีพี” สาขาใหม่ล่าสุดที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสาขาที่มีวิวสวยที่สุดของร้านเบอร์เกอร์คิง ภายใต้แนวคิด “เบอร์เกอร์หลักร้อย วิวหลักล้าน” หวังเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวและเป็นแลนด์มาร์คให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมและใช้บริการ โดยผู้เข้าใช้บริการจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามของอ่าวต้นไทร ที่มีความโค้งของหาดทรายที่ทอดยาวรับกับน้ำทะเลใส การตกแต่งเน้นโทนสีน้ำตาลที่ช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ โดยมีเมนูซิกเนเจอร์ อย่าง วอปเปอร์ และแองกัส เอ็กซ์ที เป็นต้น ที่ใช้เนื้อนำเข้าจากออสเตรเลียมาย่างบนเปลวไฟ นอกจากนี้สาขาดังกล่าวยังร่วมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกและหันมาใช้ภาชนะแบบย่อยสลายได้

วิวสวย ใช้แพ็กเกจจิ้งเหมาะกับสภาพแวดล้อม

คุณประพัฒน์ เสียงจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารจานด่วน ภายใต้แบรนด์ “เบอร์เกอร์คิง” กล่าวว่า บริษัทได้เปิดสาขาร้านเบอร์เกอร์คิงแห่งใหม่ที่เกาะพีพี ตั้งอยู่บริเวณท่าเรืออ่าวต้นไทร จังหวัดกระบี่ ภายใต้แนวคิด “เบอร์เกอร์หลักร้อย วิวหลักล้าน” สาขาดังกล่าวนับว่าเป็นสาขาที่มีวิวสวยที่สุดของร้านเบอร์เกอร์คิงในประเทศไทย ซึ่งลูกค้าจะได้รับประทานเบอร์เกอร์ที่อร่อยและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศทิวทัศน์ที่งดงามของอ่าวต้นไทร ที่มีความโค้งของหาดทรายที่ทอดยาวรับกับน้ำทะเลใส รวมถึงวิวภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า โดยเฉพาะในช่วงยามเย็นที่พระอาทิตย์ตกดินทอแสงประกายสีทองกระทบกับพื้นน้ำทะเล นับว่าเป็นร้านเบอร์เกอร์ที่มีวิวสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ทั้งนี้ ภายในร้านถูกตกแต่งตามสไตล์มาตรฐานแสตนดารด์ของเบอร์เกอร์คิงทั่วโลก เน้นโทนสีน้ำตาลที่ช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ บนพื้นที่ 210 ตร.ม. สามารถรองรับลูกค้าได้ 49 ที่นั่ง ปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ แบ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย 10% และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 90% โดยมีเมนูซิกเนเจอร์ อย่าง วอปเปอร์ และเมนูเบอร์เกอร์ต่างๆ รวมถึงเมนูเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นอีกมากมาย ส่วนเมนูข้าวเริ่มต้นเพียง 89 บาทเท่านั้น

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 07.00 – 23.00 น  นอกจากนี้สาขาดังกล่าวยังลดการใช้ถุงพลาสาติกและหันมาใช้ภาชนะแบบย่อยสลาย อาทิ จาน ถ้วยซอส และภาชนะที่ใส่หลอด ตามนโยบานการดำเนินธุรกิจด้วยการใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปี 2561 โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนภาชนะให้เป็นแบบย่อยสลายให้ครบภายในปี  2564

ตั้งเป้าปี 2563 เปิดสาขาแตะ 125 สาขา มุ่งเจาะแหล่งท่องเที่ยว วัยรุ่น

คุณประพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนและกลยุทธ์การทำตลาดในปี  2563 มุ่งเน้นกลยุทธ์การขยายสาขาร้านเบอร์เกอร์คิงอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายขยายสาขาปีละประมาณ 10-15 สาขา เทียบกับปีก่อนหน้าที่ขยายสาขาใหม่ไปแล้ว 11สาขาซึ่งเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยเน้นในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่บริการมากขึ้น รวมถึงการขยายสาขาในรูปแบบสแตนด์อโลนตามหัวเมืองหลักในแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งรูปแบบการขยายสาขาของเบอร์เกอร์คิงนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่และทำเลที่ตั้งของแต่ละสาขา โดยสาขาร้านเบอร์เกอร์คิงกว่า 40% เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ และสมุย เป็นต้น

พร้อมกันนี้บริษัทยังมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ที่มีกำลังซื้อและมีรสนิยมในการบริโภคแฮมเบอร์เกอร์ จากเดิมที่มีฐานลูกค้าในกลุ่มวัยทำงาน อายุระหว่าง 22-45 ปี นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์เบอร์เกอร์คิง ผ่านเมนูใหม่ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเอกลักษณ์เมนูที่ผ่านการย่างเนื้อบนเปลวไฟซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของเบอร์เกอร์คิง ซึ่งจะทำให้เนื้อมีกลิ่นหอมและมีความชุ่มฉ่ำ และในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ในปี 2563 ของการดำเนินกิจการร้านเบอร์เกอร์คิงในประเทศไทย บริษัทเตรียมจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ซึ่งลูกค้าสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางเฟซบุ๊ค Burger King Thailand หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Burger King Thailand ได้ทั้งระบบบไอโอเอสและแอนดรอยด์

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดเบอร์เกอร์ของไทยปี 2562 ที่ผ่านมา มีมูลค่า 20,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง มาจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของไทย โดยปัจจุบันเบอร์เกอร์คิงมีส่วนแบ่งการตลาด 12% มีสาขารวมทั้งสิ้น 116 สาขา มียอดขายปี 2562 ที่ผ่านมา ที่ 2,094 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตอยู่ที่ 15% เทียบกับปีก่อน และยังมั่นใจว่าจากแผนงานในปีนี้จะทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตที่ 15-20% และหากขยายสาขาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จะทำให้ ณ สิ้นปี 2563 มีสาขารวมทั้งสิ้น 125 สาขา ทั้งนี้ การเข้ามาของธุรกิจ Aggregation เช่น Grab, Food Panda และรายอื่นๆ จะส่งเสริมให้ช่องทางการจัดจำหน่ายแบบเดลิเวอรี่ (Delivery)  คุณประพัฒน์ กล่าวสรุป