SEAC ชวนผ่า 3 หัวใจหลัก Digital Transformation พาองค์กรให้อยู่รอด

SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน สานต่อพันธกิจในการพัฒนาทักษะและความสามารถของคนด้วยการรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) ล่าสุด ร่วมมือ “Simplilearn” สถาบันผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกฝึกอบรม Digital Skills 4.0 นำเข้าหลักสูตรที่เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิตอล

จากการที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) โดยในปีนี้มีมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลกว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือถือเป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้องค์กรใหญ่ๆ ต้องรีบลุกขึ้นมาปรับตัวทำเรื่อง Digital Transformation เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตและธุรกิจในทุกแง่มุมอย่างปฏิเสธไม่ได้

นางอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (Southeast Asia Center) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า ปัจจุบัน เราจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตอยู่กับ Digital Transformation ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความเข้าใจเทคโนโลยี ตีความ และประยุกต์ใช้งานได้ (Digital Literacy) และการพัฒนาทักษะในการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อทำให้การทำงานของเราดีขึ้น สะดวกขึ้น ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือ เราต้องเตรียมความพร้อมให้ตัวเองและธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไม่มีสะดุด อย่ามองว่าเทคโนโลยีเป็นแค่เทคโนโลยี แต่ให้มองว่าเทคโนโลยีส่งผลกระทบเชิงลึกอย่างไรบ้างต่อชีวิตและธุรกิจของเรา หากอยากอยู่รอด ต้องดิสรัปต์ตัวเอง ก่อนจะถูกดิสรัปต์”

3 หัวใจสำคัญของ Digital Transformation

มร. Jaspreet Bindra ผู้ก่อตั้ง Digital Matters บริษัทให้คำปรึกษาเรื่อง Digital Transformation ผู้ซึ่งมีประสบการณ์โดยตรงและยาวนานในการสร้างการเปลี่ยนแปลงรูปแบบองค์กร โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเป็นตัวช่วยให้สอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กล่าวว่า “ไม่มีองค์กรไหนที่จะสามารถพลิกโฉมธุรกิจได้โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้ามาช่วย แต่ผู้นำองค์กรจะต้องเข้าใจกระบวนการทำ Digital Transformation ก่อนว่าการวางกลยุทธ์ทางดิจิทัลไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพียงเท่านั้น

หากองค์กรอยากจะปรับเปลี่ยนต้องตระหนักถึง 3 หัวใจสำคัญของ Digital Transformation ที่จะต้องทำงานสอดคล้องกัน ได้แก่ 1. เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ส่งผลต่อโมเดลธุรกิจ (Business Model) ต้องรู้จักมองหาเทรนด์และทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งถึงรูปแบบการใช้ชีวิต และความต้องการของพวกเขา 2. การให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า (Customer Experience) โดยวิเคราะห์ Consumer Journey และทำการวางรูปแบบตลาดให้สอดคล้องกันทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ (Online & Offline Strategy) และ 3. คนและวัฒนธรรมขององค์กร (People and Culture) ซึ่งถือเป็นแกนหลักที่สำคัญที่สุด จนอาจพูดได้ว่าการทำ Digital Transformation ได้ประสบความสำเร็จต้องประกอบด้วยหลายปัจจัย

“การทำ Digital Transformation ที่ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะเหตุผลเดียวนั่นคือเรื่องของ “คน” ซึ่งนี่คือเรื่องของการเน้นการสร้างและปลูกฝังให้คนในองค์กรมีทักษะดิจิทัลที่จำเป็น ประกอบกับการมี Digital Mindset คือกล้าลงมือทำ ไม่ยึดติด ไม่กลัวล้มเหลว พร้อมเรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะหากขาดกลยุทธ์และการวางแผนที่รอบคอบ อาจกลายเป็นแค่การเปลี่ยนระบบการทำงานซึ่งเกิดประโยชน์น้อย” มร. Jaspreet Bindra กล่าว

เตรียมทักษะ พร้อมรับเศรษฐกิจยุคใหม่

ทั้งนี้ ทักษะดิจิทัล (Digital Skills 4.0) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดยุคดิสรัปชั่นที่คนไทยจำเป็นต้องรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) ล่าสุด SEAC ตอกย้ำแนวคิด “การเรียนรู้” สามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในทุกช่วงอายุ ภายใต้ Lifelong Learning Concept โดยร่วมมือกับ Simplilearn สถาบันผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกในการฝึกอบรมแบบออนไลน์  นำเข้าหลักสูตรที่เสริมสร้างทักษะจำเป็นต่อการทำงานและใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัลที่หลากหลาย

ครอบคลุมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ อาทิ DevOps, Lean Six Sigma, Digital Marketing, Advanced SEO, Advanced Digital Marketing, Advanced Social Media, Agile Scrum Master, Apache Kafka, Apache Cassandra, Apache Spark & Scala, Data Science and Analytics, Data Hadoop, Machine Learning, Power BI ฯลฯ

โดยจะเน้นรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น 1.ห้องเรียนออนไลน์ผ่านโมเดลการเรียนรู้ YourNextU 2. Labs/Live Virtual Session จากผู้เชี่ยวชาญพร้อมคำแปลภาษาไทย และ 3. การนำเสนอโซลูชั่นที่เฉพาะเจาะจงต่อความต้องการของแต่ละองค์กร (Customized Solution) เพื่อเร่งสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางโลกยุคดิสรัปชั่น สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของคนไทยในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่

ปัจจุบัน Simplilearn ให้บริการมายาวนานกว่า 10 ปี การันตีความนิยมด้วยยอดการใช้งานกว่า 150 ประเทศทั่วโลก พร้อมผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะมากกว่า 5 ล้านคน และผู้ฝึกสอนระดับอุตสาหกรรมกว่าอีก 1,000 คน มีบทเรียนออนไลน์กว่า 150 บทเรียนให้เลือก ตามความต้องการ และได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 10 แบรนด์ธุรกิจเพื่อการศึกษาที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกจาก LinkedIn