3 Tech Company “Baidu-Alibaba-Tencent” แท็กทีมรับมือไวรัสโคโรนา ให้คำปรึกษาออนไลน์-แจ้งพื้นที่เฝ้าระวัง

สามพี่น้องค้างคาว “Baidu-Alibaba-Tencent” แท็กทีมรัฐบาลจีนช่วยต้านไวรัสโคโรนา โดย Alibaba เปิดบริการที่ปรึกษาทางการแพทย์ออนไลน์หวังช่วยลดความแออัดของสถานพยาบาล ด้าน Tencent เปิดแอปพลิเคชัน WeChat ให้ผู้ใช้งานสามารถรายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสเข้ามาได้ ส่วน Baidu ประกาศตั้งกองทุนพิเศษ 300 ล้านหยวนสำหรับใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวแล้ว

- Advertisement -

เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ในจีนอย่าง Alibaba, Tencent และ Baidu ที่นำความถนัดของตนเองในแต่ละด้านออกมาช่วยกันอย่างเต็มกำลัง โดยในส่วนของ Alibaba ได้มีการเปิดบริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ออนไลน์แบบไม่มีค่าใช้จ่ายบนแอปพลิเคชัน Alipay หรือ Taobao ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปปรึกษาอาการกับทีมแพทย์จากทั่วประเทศได้โดยตรง หรือจะเข้าไปดูข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคแบบเรียลไทม์ก็ได้เช่นกัน โดยข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคนี้จะอ้างอิงมาจาก the National Health Commission ของทางการจีน

โดยหลังจากเปิดให้บริการเพียง 24 ชั่วโมง Alibaba เปิดเผยว่ามีผู้ติดต่อเข้ามาที่หน้าโฮมเพจมากถึง 400,000 ราย และ 97% มาจากผู้ที่อาศัยในมณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นจุดที่ไวรัสโคโรน่าแพร่ระบาดนั่นเอง

ขณะที่ Tencent ได้จับมือกับทางหน่วยงานท้องถิ่นสร้างมินิโปรแกรมขึ้นมา โดยภายในมินิโปรแกรมดังกล่าว นอกจากจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันไวรัสโคโรนาแล้ว ยังสามารถแจ้งจุดที่สถานการณ์น่าเป็นห่วงให้ทางแพลตฟอร์มได้รับทราบอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก China Daily

ส่วน Baidu นั้นระบุว่ามีการตั้งกองทุนพิเศษมูลค่า 300 ล้านหยวน เพื่อใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส นอกจากนั้นยังมีการนำเทคโนโลยี AI, BigData, งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ มาช่วยในการคาดการณ์การแพร่ระบาดของโรคร่วมด้วย

โลกจริงเจอวิกฤติอย่างไร โลกออนไลน์ก็เผชิญความท้าทายไม่แพ้กัน โดยมีรายงานว่า แพลตฟอร์มต่าง ๆ ในจีนต้องรับมือสถานการณ์ดังกล่าวแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Taobao และ JD ปัจจุบันกลายเป็นจุดกระจายหน้ากากอนามัยที่ใหญ่ที่สุดของจีนไปแล้วเรียบร้อย กับยอดขายหลายล้านชิ้น ขณะที่แพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวก็อยู่ระหว่างการคืนเงินให้กับผู้ที่จองที่พัก เนื่องจากทัวร์ถูกยกเลิก ส่วนงานสัมมนา Developer Conference ของ Huawei ก็ถูกเลื่อนออกไป และสุดท้ายเป็นภาพยนตร์ที่ไม่สามารถฉายได้ตามปกติ ก็ถูก Bytedance ซื้อลิขสิทธิ์เพื่อนำไปฉายบน Douyin (แอป TikTok เวอร์ชันจีน) แทนก็มีให้เห็นแล้วเช่นกัน

Source

Source

Source