คนไทยซื้อแบรนด์เนม ‘มือสอง’ ที่ญี่ปุ่นปีละ 500 ล้านเยน Komehyo มาเปิดสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ดักนักช้อป

ขึ้นชื่อว่าเป็นนักช้อป “แบรนด์เนม” ติดอันดับท็อปเช่นกันสำหรับ “ชาวไทย” ดูได้จากตัวเลขของศูนย์องค์ความรู้ด้านลักชัวรี่ (Luxellence Center) ประเมินมูลค่าตลาดสินค้าแบรนด์เนมทั้งมือหนึ่งและมือสองในเมืองไทยรวมกันอยู่ที่ราว 2.18 แสนล้านบาท เป็นตลาดที่ยังมีแนวโน้มเติบโต เพราะสินค้า “แบรนด์เนม” เป็นหนึ่งในรูปแบบการ “ลงทุน” ที่สามารถเปลี่ยนมือและเรียกมูลค่าเพิ่มได้ โดยเฉพาะ Limited Edition

ไม่เฉพาะแบรนด์เนมมือหนึ่งที่ได้รับความนิยมของนักช้อปกระเป๋าหนักชาวไทย แต่ “มือสอง” คุณภาพดี ก็ฮิตไม่ต่างกัน เพราะในยุคแฟชั่นเปลี่ยนเร็ว คนเบื่อง่าย การนำแบรนด์เนมมาปล่อยเป็นสินค้ามือสองเร็วก็เท่ากับ “ขาดทุน” น้อยลง จึงเห็นทั้งหน้าร้านออฟไลน์และออนไลน์แห่เปิด รองรับการเปลี่ยนมือสินค้าแบรนด์เนมมือสองในตลาด

ร้านแบรนด์เนมมือสองญี่ปุ่นบุกไทย

จำนวนนักท่องเที่ยวไทยไปญี่ปุ่นทะลุ 1 ล้านคนต่อปีไปแล้วในปี 2561 ติดอันดับ 5 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปญี่ปุ่น พบว่าหนึ่งในสินค้ายอดนิยมที่คนไทยไปช้อปคือ แบรนด์เนม “มือสอง”

ปี 2561 ที่ผ่านมาจึงเห็นร้านแบรนด์เนมมือสองสัญชาติญี่ปุ่น เข้ามาเปิดสาขาดักนักช้อปไทย เริ่มด้วย Brand Off ร้านรับซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าแบรนด์เนมมือสอง ก่อตั้งมา 26 ปี  จับมือกับ โรงรับจำนำ Money Café Pinkoo (มันนี่คาเฟ่ ปิ่นคู่) โดย บริษัท มันนี่ คาเฟ่ จำกัด เปิดสาขาแรกในเมืองไทย เมื่อเดือน พ.ค.2561 ที่สยามสแควร์ ซอย 3 ใช้ชื่อว่า Brand Off Tokyo by Money Café  มีสินค้ากว่า 300 รายการ ทั้งกระเป๋า นาฬิกา จิวเวลรี่

ฝั่งร้านแบรนด์เนมมือสอง อันดับ 1 ของญี่ปุ่น อายุกว่า 70 ปี  “โคเมเฮียว” (Komehyo)  ไม่พลาดตลาดไทยเช่นกัน  โดยประกาศความร่วมมือกับเครือสหพัฒนฯ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท สหโคเมเฮียว จำกัด ในเดือน ธ.ค.2561 ก่อนเปิดช็อปจำหน่าย ตลอดปี 2562 เริ่มทำตลาดด้วยการจัดอีเวนท์ สร้างการรับรู้สินค้าแบรนด์เนมมือสองในไทย ด้วยการรับตรวจสินค้าและรับซื้อกระเป๋าและนาฬิกา ที่โรงแรมเอ็มโพเรียม สวีท และเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้านำสินค้าแบรนด์เนมมาขายจำนวนมาก

หลังจากใช้เวลาเกือบปีนับจากตั้งบริษัทร่วมทุน  “โคเมเฮียว” ก็ได้เปิดแฟลกชิพ สโตร์ สาขาแรกที่ ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ (ฝั่ง Zen) เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา

คุณทาคุจิ อิชิฮาระ และ คุณฮิเดโอะ ทาเคโอะ

คนไทยช้อปหนักแบรนด์เนมมือสอง

คุณทาคุจิ อิชิฮาระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โคเมเฮียว จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) กล่าวว่าไทยเป็นประเทศแรกนอกญี่ปุ่น ที่ใช้ชื่อแบรนด์ “โคเมเฮียว” แม้ก่อนหน้านี้ได้ขยายธุรกิจต่างประเทศ ในฮ่องกง แต่เป็นรูปแบบขายส่งเป็นศูนย์รับซื้อสินค้า ส่วนสาขาที่ ปักกิ่งและเซียงไฮ้ ในจีน เป็นการร่วมทุนกับร้านแบรนด์เนมมือสองในจีนและใช้แบรนด์จีนทำตลาด

การตัดสินใจเข้ามาเปิดร้านโคเมเฮียว ในไทย เพราะเห็นโอกาสของตลาดแบรนด์เนมมือสองในไทย  เพราะลูกค้าชาวไทยครองอันดับ 2 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไปซื้อสินค้าที่ โคเมเฮียว ในญี่ปุ่น สัดส่วน 20-30% ของลูกค้าต่างชาติทั้งหมด  แน่นอนว่าอันดับ 1 คือชาวจีน สัดส่วน 40-45% ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่า

หากดูกำลังซื้อต่อคนต้องยกให้ลูกค้าไทย ที่มียอดจับจ่ายสูงสุด ต่อครั้งอยู่ที่ 2-3 แสนบาท สูงกว่าลูกค้าชาวจีน  แต่ละปีนักท่องเที่ยวไทยไปซื้อสินค้าแบรนด์เนมมือสองจากร้านโคเมเฮียว ในญี่ปุ่นปีละ 400-500 ล้านเยน   

“โคเมเฮียว ทำธุรกิจ Reuse ที่ญี่ปุ่นมากว่า 70 ปี  มีสินค้าหลากหลายทั้ง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับ และเสื้อผ้า ตลาดนี้ยังมีโอกาสโตได้อีก  เพราะมีสินค้าแบรนด์เนมมือสองเข้าสู่ตลาดซื้อขายเพียง 10% เท่านั้น ราว 1.6 ล้านชิ้นต่อปี  นั่นหมายถึงอีก 90% ที่ยังเป็นโอกาส”

ปัจจุบันตลาดสินค้าแบรนด์เนมมือสองในญี่ปุ่นมีมูลค่าราว 2.5 แสนล้านเยน  โคเมเฮียว มีรายได้ราว 45,000 ล้านเยน เป็นอันดับ 1 ในตลาดนี้ สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศราว 15% ในญี่ปุ่นมีร้าน 39 สาขา การขยายสาขาหลังจากนี้จะเน้นเป็นศูนย์รับซื้อสินค้าอีก 3 แห่งในญี่ปุ่น ล่าสุด โคเมเฮียว อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อกิจการ Brand Off ร้านแบรนด์เนมมือสองสัญชาติญี่ปุ่น ที่มีสาขาในฮ่องกง ไต้หวัน และไทย  ซึ่งจะทำให้โคเมเฮียว มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจากทั้ง 2 แบรนด์

ตลาดไทย “ไร้คู่แข่ง”

ในฝั่งผู้ร่วมทุนเครือสหพัฒน์  คุณวิชัย กุลสมภพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) บอกว่าการลงทุนในธุรกิจร้านแบรนด์เนมมือสอง ภายใต้บริษัทร่วมทุน บริษัท สหโคเมเฮียว จำกัด สหพัฒน์ฯถือหุ้น 51% และ โคเมเฮียว 49% ทุนจดทะเบียน 140 ล้านบาท  เป็นอีกโอกาสขยายธุรกิจใหม่ๆ

“เดิมโคเมเฮียว ยังไม่มั่นใจตลาดไทยมากนัก เพราะกลัวว่าคนไทยจะไม่นำแบรนด์เนมที่เก็บไว้มาขาย แต่จากการจัดอีเวนท์ก่อนเปิดช็อปจริง ทำให้เห็นว่าคนไทยยอมนำของออกมาขายและเปลี่ยนมือมากขึ้น เรียกว่า ลด ละ เลิก การเก็บของไว้ในตู้จนเน่า นั่นเท่ากับเป็นโอกาสของตลาดแบรนด์เนมมือสอง”

หลังจากเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์แล้ว ยังมองหาทำเลเปิดช็อปในพื้นที่ใจกลางเมืองอีก 2-3 แห่ง พื้นที่ตั้งแต่ 100-600 ตร.ม.  ซึ่งจะให้บริการเหมือนช็อปแบรนด์เนมหรูทั่วไป

คุณฮิเดโอะ ทาเคโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหโคเมเฮียว จำกัด มองว่าธุรกิจแบรนด์เนมมือสองในไทย เป็นตลาดที่ยัง “ไม่มีคู่แข่ง” ที่ให้บริการครบวงจรเหมือน โคเมเฮียว ที่มีทั้งการรับซื้อ ขายดูแลหลังการขาย และช็อปออนไลน์  ที่ผ่านมาพฤติกรรมการซื้อขายแบรนด์เนมมือสองของไทย มักทำผ่านโรงรับจำนำ และการซื้อขายออนไลน์ ส่วนที่เป็นหน้าร้านรับซื้อขายยังมีไม่มาก แต่เริ่มเห็นความต้องการสินค้าแบรนด์เนมมือสองมากขึ้น จากตัวเลขตลาดไทยที่เติบโตราว 10-20%  ปัจจุบันมีมูลค่าราว 1,000-2,000 ล้านบาท

แผนการขยายธุรกิจในไทยในช่วง 3 ปีนี้ ตั้งเป้าขยาย 3-4 สาขา ทำเล สยาม สุขุมวิท ชิดลม  และมียอดขาย 300-400 ล้านบาท

เปิดช็อปออฟไลน์-ออนไลน์ 

แฟลกชิพสโตร์สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ มีสินค้าวางโชว์ราว 300-400 รายการ  3 กลุ่มหลักคือ กระเป๋า นาฬิกา และ เครื่องประดับ (accessories) ส่วนช่องทางออนไลน์ สโตร์  www.komehyo.co.th จะมีสินค้าทั้งหมดราว 1,000 รายการ

แบรนด์เนมยอดนิยมของคนไทย ประเภท กระเป๋า คือ Hermes รุ่น Birkin , Chanel และ Louis Vuitton ส่วนนาฬิกา Patek Philippe, Rolex และ Audemars Piguet  ราคาสินค้าที่จำหน่ายในช็อปมีตั้งแต่หลักพันบาทขึ้นไป และแพงสุดนาฬิกา Patek Philippe ราคา 3.6 ล้านบาท

“สินค้าแบรนด์เนมมือสองที่จำหน่ายมีหลากหลายราคา และแม้ว่าจะเป็นมือสอง แต่สินค้าบางรายการเป็น รุ่น Limited Edition  จึงมีราคาสูงกว่ามือหนึ่งด้วยซ้ำ เพราะเป็นรุ่นที่หายาก การเข้ามาเปิดตลาดของโคเมเฮียว จึงเชื่อว่าจะทำให้ตลาดแบรนด์เนมมือสองในไทยเติบโตและมีการนำสินค้ามาขายเพื่อเปลี่ยนมือกันมากขึ้นเหมือนในญี่ปุ่น”