สีทาบ้านก็ทำดีได้…เบเยอร์ ผุดโปรเจ็กต์ One Wall One World บ้านเย็นโลกเย็น ทุกใบเสร็จการซื้อสมทบทุนแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

ด้วยวิสัยทัศน์ของ เบเยอร์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สีด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยลดโลกร้อนได้ ภายใต้ชื่อที่คุ้นหูกันดีอย่าง สีเบเยอร์คูลล่าสุดได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์อันเปรียบเสมือนพันธกิจที่เบเยอร์ยึดมั่นมาโดยตลอดผ่านแคมเปญ “One Wall One World หนึ่งผนังรวมพลังลดโลกร้อนกับสี BegerCool” เพื่อเชิญชวนให้พลพรรคคนรักสีเบเยอร์ได้มาร่วมรักษ์โลกไปด้วยกัน

ปรากการณ์โดมความร้อนภัยร้ายใกล้ตัว

- Advertisement -

จากปรากฏการณ์ความร้อนสะสมในปัจจุบันที่เรียกกันว่า “โดมความร้อน” หรือ “Urban Heat Island” เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นใกล้ตัวเรามาก เพราะเกิดขึ้นในตัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก อย่างกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจและจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเมืองขาดการบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพ ไม่มีการสร้างสมดุลที่ดีพอ ส่งผลให้บรรดาต้นไม้ใหญ่ทั้งหลายถูกตัดทิ้ง รวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่สีเขียวในตัวเมืองร่อยหรอลง เพราะถูกแทนที่ด้วยอาคารสูงหลายสิบชั้นทั้งอาคารสำนักงาน , คอนโดมิเนียม , ศูนย์การค้า ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่คืบคลานเข้ามาทดแทนธรรมชาติที่เคยมีมาก่อนเก่า

เป็นเรื่องธรรมดาเมื่ออาคารหลายร้อยยูนิตเหล่านี้  ซึ่งหลายแห่งไม่ได้รับมาตรฐาน LEED หรือไม่ได้เป็นอาคารที่ถูกออกแบบและก่อสร้างตามลักษณะของการประหยัดพลังงาน การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์  จะมีการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นจำนวนมากพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการใช้พลังงานในรูปแบบอื่นๆ รวมถึงการจราจรที่แออัด และคับคั่งในตัวเมือง ก็ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซ CO2  ซึ่งเป็นมลพิษ ในปริมาณมาก ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ คือสาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ โดมความร้อนนั่นเอง

เมื่อตึกสูงทั้งหลายก่อให้เกิดความร้อนสะสมภายในตัวเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เปรียบเสมือนโดมความร้อนที่ครอบเมืองไว้ การคายความร้อนจึงทำได้ช้า ส่งผลให้อุณหภูมิภายในตัวเมืองสูงกว่าแถบชานเมืองถึง 3-10 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนเมืองและโลกอันเป็นที่รักของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นวัตกรรมล้ำสมัย ช่วยไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

ด้วยความตระหนักในปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมดังกล่าวเป็นอย่างดี เบเยอร์จึงได้พัฒนานวัตกรรม ‘สีเบเยอร์คูล’ ขึ้นมาซึ่งเป็นสีทาบ้านเย็น ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดภาวะโลกร้อนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ‘ไมโครสเฟียร์เซรามิก’ (Microspheres Ceramic) ซึ่งจะช่วยสะท้อนและสกัดกั้นความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวอาคาร

ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีไมโครสเฟียร์เซรมิกในการผลิต คือ ชุดนักผจญเพลิง ที่ต้องกันความร้อนและป้องกันไฟลุกลามได้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของนักผจญเพลิง, เบรคสำหรับรถแข่งฟอร์มูล่า-1 เนื่องจากเป็นรถที่ใช้ความเร็วสูง และยิ่งตอนเบรคจะเกิดแรงเสียดสีอย่างมากจนทำให้เกิดประกายไฟได้ รถแข่งชนิดนี้จึงจำเป็นต้องมีสารเคลือบกันความร้อนอย่างดี  และยังเป็นเทคโนโลยีแบบเดียวกับที่องค์การนาซ่าใช้ป้องกันความร้อนให้กับกระสวยอวกาศ โดยนำไปเคลือบผิวของกระสวยอวกาศ เพื่อป้องกันความร้อนจากการปล่อยตัวสู่อวกาศและกลับลงมายังพื้นโลก

ดังนั้น การใส่เซรามิกชนิดพิเศษนี้ลงไปในสี จะช่วยเรื่องการกันความร้อน ส่งผลให้บ้าน “เย็นขึ้นอย่างเห็นๆ” ด้วยคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  1. กลม ด้วยผิวสัมผัสที่กลมกว่า จึงไม่นำพาความร้อน สามารถสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้
  2. กลวง เสมือนสารกันร้อนที่คล้ายฟองกาแฟคาปูชิโน ไม่นำพาความร้อน ช่วยกันความร้อนก่อนถึงตัวบ้าน
  3. เกลี้ยง ความเรียบเนียน และมีประสิทธิภาพสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้สูงถึง 97%

จากการที่เบเยอร์นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาพัฒนาเพื่อให้ใช้กับสีทาบ้านได้สำเร็จ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เด่นที่รู้จักกันดีภายใต้ชื่อ ‘เบเยอร์คูล’ เพื่อให้ทุกคนได้อยู่ในบ้านกันอย่างเย็นสบาย  แถมยังประหยัดพลังงานและประหยัดค่าไฟกว่า 30% ได้รับการรับรองประสิทธิภาพด้วยรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติรายแรกและรายเดียว และนับตั้งแต่วางจำหน่ายมาจนถึงปัจจุบันมีลูกค้าให้ความไว้วางใจเลือกใช้สีเบเยอร์คูล โดยทาไปแล้วกว่า 300 ล้าน ตร.ม. ทั่วประเทศ เทียบได้กับพื้นที่สีเขียวกลางเมืองอย่างสวนลุมพินีถึง 521 สวนเลยทีเดียว

ดังนั้น หากบ้าน อาคาร หรือตึกสูงในเมืองเปลี่ยนมาใช้สีเบเยอร์คูล ก็คงจะช่วยลดความร้อนในตัวเมืองไปได้มากเลยทีเดียว เพราะตึกจะไม่สะสมความร้อน ทำให้ความร้อนคายออกมาอย่างต่อเนื่องและคายในปริมาณน้อยกว่า ชั้นบรรยากาศจึงไม่ถูกทำลาย

ร่วมลดโลกร้อนง่ายๆ  ด้วยผนังเบเยอร์คูล

เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับภารกิจรักษ์โลกนี้ เบเยอร์จึงได้ออกแคมเปญ One Wall One World หนึ่งผนัรวมพลังลดโลกร้อนกับสี BegerCool” โดยกระตุ้นให้ทุกคนเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากตัวเราเอง จากผนังของเรา จากบ้านของเรา จากอาคารของเรา… จากจุดเล็กๆ หลายจุด จะรวมกัน กลายเป็นจุดใหญ่ ที่ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้

สำหรับแคมเปญนี้ เบเยอร์ได้จับมือกับมูลนิธิโลกสีเขียวเพื่อร่วมแก้ปัญหาวิกฤตโลกร้อนไปด้วยกัน ด้วยแคมเปญที่มาพร้อมกับไอเดียเรียบง่าย ทว่าทรงพลัง เน้น Engagement จากผู้บริโภคโดยตรง โดยเชิญชวนให้ทุกคนที่มีหัวใจรักษ์โลกซื้อสีเบเยอร์คูล แล้วถ่ายรูปใบเสร็จการซื้อส่งมาที่ Facebook Fan Page ของ Beger Paint  โดยทุก 1 ใบเสร็จที่ส่งมา BegerCool มอบ 100 บาทให้กับมูลนิธิโลกสีเขียวเพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาโลกร้อน นอกจากจะได้บ้านที่เย็นขึ้นแล้ว ยังได้ร่วมบริจาคเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนอีกด้วย

จะเห็นได้ว่านับจากจุดเริ่มต้นของเบเยอร์จนถึงปัจจุบันนี้ เบเยอร์ยังคงดำเนินธุรกิจด้วยเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่จะพัฒนานวัตกรรมสีที่มีคุณภาพ พร้อมกับผสมผสานเทคโนโลยีระดับโลกไว้ด้วยกันในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ใส่ใจคุณภาพชีวิตของคนไทย และคืนกำไรให้สังคม

ทุกวันนี้เบเยอร์ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Eco-Wellness Innovation” นวัตกรรมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สีที่นอกจากจะมีคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้งานด้วย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของสีเบเยอร์มีความโดดเด่น แตกต่าง อย่างยั่งยืน

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.onewalloneworld.net/