“วากามิยะ มาซาโกะ” นักพัฒนาแอปวัย 84 ปี ผู้ทำให้ Tim Cook ถึงกับต้องขอพบ

คุณยายวากามิยะ เมื่อพบกับ Tim Cook (ขอบคุณภาพจาก Nikkei Asian Review)

หากเอ่ยชื่อ “วากามิยะ มาซาโกะ” อาจไม่ใช่ชื่อที่ฟังคุ้นหูคนทั่วไปมากนัก แต่หากต่อท้ายว่า เธอคือคุณยายนักพัฒนาแอปรุ่นเดอะที่ทำให้ Tim Cook ซีอีโอของ Apple ถึงกับเอ่ยปากอยากขอพบ อาจทำให้หลายคนจำเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเธอได้มากขึ้น

โดยชื่อของคุณยายเริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อไม่กี่ปีมานี้กับการพัฒนาแอปพลิเคชันเกมที่นำตุ๊กตาฮินะมัตซึริของญี่ปุ่นมาใช้ในการดึงดูด พร้อมความหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สูงอายุหันมาฝึกทักษะการใช้สมาร์ทโฟน แต่เรื่องราวของความสนใจในคอมพิวเตอร์ของคุณยายเกิดขึ้นเมื่อ 26 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คุณยายในวัยใกล้เกษียณจากงานประจำที่ธนาคารได้ตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์ของตัวเองเป็นครั้งแรก และทำให้เธอได้มีโอกาสเปิดโลกอย่างทุกวันนี้

คุณยายวากามิยะเล่าว่า คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่เธอสนใจมานานแล้ว แต่ในสมัยก่อน โอกาสจะได้ครอบครองคอมพิวเตอร์ของตัวเองนั้นมีไม่มากนัก จนกระทั่ง คุณแม่ของคุณยายล้มป่วยลง และต้องคอยดูแลคุณแม่ คอมพิวเตอร์ที่คุณยายมีคือเครื่องมือเดียวที่ช่วยให้เธอได้เห็นโลกกว้างในช่วงเวลาที่ยากลำบากดังกล่าว

หลังจากที่เริ่มใช้คอมพิวเตอร์เป็น คุณยายก็เริ่มหัดใช้สมาร์ทโฟนตามมา ก่อนจะพบว่าผู้สูงอายุคนอื่น ๆ ค่อนข้างเขินอายที่จะหัดใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ คุณยายเลยมีไอเดียที่จะทำให้ผู้สูงอายุลองใช้สมาร์ทโฟนได้ผ่านการเล่นเกมที่เกี่ยวกับเทศกาลฮินะมัตซึริผ่านการจัดเรียงตุ๊กตาบนแท่นวาง

“ไม่มีแอปฯ อะไรเลยที่ผู้สูงอายุชื่นชอบ ฉันจึงตัดสินใจจะสร้างเกมที่ผู้สูงอายุจะสามารถเอาชนะเด็กรุ่นใหม่ได้ ฉันคิดว่าการเล่นเกมเกี่ยวกับการเรียงตุ๊กตาในงานเทศกาลฮินะมัตซึริน่าจะเป็นไอเดียที่ดี”

“เมื่อมีไอเดียแล้ว ฉันจึงเริ่มวางแผนและถามเรื่องนี้กับเจ้าของบริษัทผู้พัฒนาแอปฯ ในจังหวัดมิยากิ เพื่อผลิตเกมให้ โดยเขากล่าวว่า อยากให้ฉันลองสร้างเกมขึ้นเองมากกว่า ฉันจึงเริ่มเขียนโปรแกรมที่บ้านในจังหวัดคานากาว่า โดยเรียนผ่าน Skype กับเจ้าของบริษัทดังกล่าว เกมเรียงตุ๊กตาของฉันเสร็จทันงานเทศกาลฮินะมัตซึริในปี 2017 มีชื่อว่า Hinadan

ไม่นาน หนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุนก็ได้ตีพิมพ์เรื่องราวของแอปฯ นี้ และ CNN พบเนื้อหาข่าวดังกล่าว จึงติดต่อคุณยายพร้อมกับคำถาม 20 ข้อ ซึ่ง CNN ต้องการการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง คุณยายวากามิยะกล่าวว่า “ฉันตอบคำถามเหล่านั้นโดยใช้ Google Translate และ CNN ก็ส่งคำถามเพิ่มเติมมาอีก โดยกล่าวว่า หากฉันตอบกลับภายใน 20 นาที พวกเขาจะลงเรื่องราวของฉันในเว็บไซต์ และดูเหมือนว่า บทความดังกล่าวจะถูกแปลไปมากกว่า 40 ภาษา”

ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีคนจาก Apple Japan ติดต่อคุณยายวากามิยะเข้ามาเพื่อชวนให้เธอเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมงาน WWDC หรือ Worldwide Developers Conference ซึ่งเป็นงานประจำปีสำหรับนักพัฒนาที่จัดโดย Apple

ในตอนแรก เธอปฏิเสธ แต่ทาง Apple Japan ระบุว่า มีบุคคลหนึ่งต้องการพบกับเธอมาก เธอจึงถามไปว่าใครกัน และได้รับคำตอบว่า “Tim Cook” ซึ่งนั่นทำให้เธอตัดสินใจเดินทางไปเข้าร่วมงาน WWDC  ตามคำเชิญดังกล่าวในที่สุด

แน่นอนว่า การเดินทางไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอ เพราะที่ผ่านมา คุณยายวากามิยะเดินทางมาแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และชื่นชอบการเดินทางคนเดียวเสียด้วย แต่การพบกับผู้นำของบริษัทอย่าง Apple นั้น กลายเป็นเรื่องพิเศษมากขึ้น

“ฉันคิดว่า พวกเราคงแค่พูดคุยกันธรรมดาเท่านั้น แต่ Cook กลับชวนคุยเรื่อง iPhone และขอดู iPhone ของฉัน ฉันอธิบายเกี่ยวกับแอปฯ ที่ฉันสร้างขึ้นว่า เกิดจากการสังเกตว่าคนสูงวัยไม่ถนัดการเลื่อน ถูไถ บนจอสมาร์ทโฟนเท่าไร ทำให้เกมที่ฉันออกแบบใช้การแตะเท่านั้น พวกเราคุยกันเหมือนกับว่าอยู่ในห้องเรียนสอนเขียนโปรแกรมเลย”

“Cook กล่าวว่าฉันเป็นแรงบันดาลใจให้กับเขา และก่อนจากกันเขาทำให้ฉันประหลาดใจด้วยการกอดด้วย โดยในวันงาน Cook ได้เชิญฉันขึ้นไปบนเวที พร้อมแนะนำว่าฉันเป็นนักพัฒนาที่มีอายุมากที่สุดในโลก พร้อมกับแนะนำเด็กชายอายุ 10 ปีจากออสเตรเลียว่าเป็นนักพัฒนาที่อายุน้อยที่สุดในโลก เวทีนี้ของ Apple ต้องการเน้นย้ำถึงความหลากหลายของนักพัฒนา ที่มีความต่างกันของเชื้อชาติ เพศ ฯลฯ แต่ฉันเชื่อว่า ผู้หญิงในวัย 80 ปีกว่า ๆ น่าจะเป็นเรื่องน่าประหลาดในวงการนักพัฒนาอยู่ไม่น้อย”

ส่งเสริมผู้สูงอายุเป็นนักลงทุน

สำหรับช่วงชีวิตที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ 1 ศตวรรษในไม่ช้าของคุณยายวากามิยะ เธอหันมาสนใจและเน้นย้ำเรื่องของการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการเรียนเกี่ยวกับการเงินและ IT

“ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ฉันได้กล่าวปาฐกถาเกี่ยวกับความชราและการเงินในโตเกียว จากการประชุม G-20 ของรัฐมนตรีกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของแต่ละประเทศ โดยเสนอว่า การศึกษาเกี่ยวกับการเงินในผู้สูงอายุสามารถลดอัตราการเกิดโรคสมองเสื่อมได้

“การซื้อขายหุ้นของตลาดหลักทรัพย์อาจจะเป็นเรื่องที่ยากไป ฉันจึงเสนอกองทุนสำหรับคนแก่ โดยกองทุนนี้จะใช้การลงทุนประมาณ 500,000 เยน หรือ 4,600 เหรียญสหรัฐในธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่าการลงทุนอาจจะเสียเปล่า แต่ก็ยังดีกว่าตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพที่คอยโทรศัพท์มาแกล้งทำเป็นลูกหลานเพื่อขอเงิน เมื่อมีคนลงทุนครบ 100 คน เราก็จะรวบรวมเงินได้ 50 ล้านเยน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก็จะเชิญผู้สูงอายุที่สนใจในการลงทุนมาเข้าฟังการนำเสนอแผนธุรกิจเพื่อความเข้าใจของซึ่งกันและกัน”

ใช้ลำโพงอัจฉริยะเป็นประจำ

ไม่เฉพาะเขียนโปรแกรม แต่คุณยายวากามิยะยังมีลำโพงอัจฉริยะติดตั้งในบ้านของเธอ ซึ่งเธอก็ใช้มันเต็มประสิทธิภาพจริงๆ โดยเธอกล่าวว่า “พวกเราต้องการฟีเจอร์บางอย่างจากฝั่ง AI มาคอยอำนวยความสะดวก เช่น การแจ้งเตือนแผ่นดินไหว หรือ เมื่อคุณรู้สึกถึงอาการเจ็บในหน้าอก ลำโพงอัจฉริยะจะโทรหาหมายเลขฉุกเฉินให้ทันที”

นอกจากนี้ คุณยายยังยกตัวอย่างของคนที่ทำงานก่อสร้างกว่าล้านคนในญี่ปุ่นว่ามีเพียงไม่กี่คนที่รู้วิธีการซ่อมหลังคาที่เสียหายจากพายุไต้ฝุ่น แน่นอนว่าการถ่ายทอดความรู้ไปยังคนรุ่นใหม่นั้นสำคัญมาก เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ก็แก่ตัวลงไปเรื่อยๆ การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเข้ามาช่วยทุ่นแรง อย่างโดรนสำหรับเพื่อยกหลังคา หรือใช้กล้องขนาดเล็กเพื่อสอดเข้าไปดูในพื้นที่แคบ ๆ น่าจะช่วยได้มากขึ้น

คุณยายกับการสอนเด็ก ๆ ในเอสโตเนีย

แต่ถ้าใครมองว่าการจะทำได้อย่างคุณยายนั้นยากเกินไป เธอก็แนะนำให้เริ่มศึกษาจากโปรแกรม Excel ก่อนก็ได้ เพราะคุณยายเองก็สามารถใช้ Excel ออกแบบลวดลายสำหรับพัด และนำไปสอนให้กับผู้สูงอายุและเด็กในประเทศเอสโตเนียอีกด้วย

ในปีที่ผ่านมา เธอถูกเชิญให้ร่วมงานเลี้ยงในสวนของจักรพรรดิญี่ปุ่น และในงานนี้เอง ที่เธอใส่ชุดเดรสยาวและถือกระเป๋าที่ออกแบบโดยใช้ Excel จนกระทั่ง สมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะทอดพระเนตรเห็นกระเป๋าที่เธออกแบบเองนั้นมีไฟกระพริบด้วย ซึ่งพระองค์ได้ตรัสกับคุณยายว่า “โอ้ มันกระพริบได้ด้วย ขอให้กระตือรือร้น และสุขภาพดีแบบนี้ต่อไปนะ”

“ทุกวันนี้ ฉันกำลังจะอายุ 84 ปีแล้ว แต่ฉันก็รู้สึกด้วยว่า ฉันฉลาดกว่าแต่ก่อนมาก” คุณยายกล่าวปิดท้าย

Source