ฟาร์ม่าวิช 10 ปีธุรกิจยา สยายปีกสู่ MATCHAAKIII ANTI ACNE CREAM การปฏิวัติครีมแต้มสิวครั้งใหม่

เวลาได้ยินประโยค “เรื่องสิวๆ” การรับรู้หรือ Perception ของคนทั่วไปจะมองเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ถ้าพูดถึง “สิว” ที่อยู่บนใบหน้าจริงๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว แต่เป็นเรื่อง “ใหญ่” ต้องรีบแก้ไข หากปล่อยไว้นาน หน้าอาจพังได้

ปัจจุบันสภาพแวดล้อม มลพิษต่างๆ ตลอดจนอากาศประเทศไทยที่ร้อน ล้วนส่งผลต่อปัญหาผิวหน้า ทำให้เกิดความมัน สิ่งสกปรก รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โซเชียลมีเดียเข้ามามีอิทธิพล ทำให้นอนดึก ฯ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนนำไปสู่การเกิด “สิว” ได้อย่างง่ายดาย และแน่นอนว่าเป็นสิวเมื่อไหร่ การดูแลรักษาให้หาย ต้องใช้เวลาพอสมควร และแต่ละคนก็มีแนวทางการแก้ปัญหา ตลอดจนรักษาสิวที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมการให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้าให้ห่างไกลสิว ทำให้ตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รักษาสิวมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ตลาดผลิตภัณฑ์รักษาสิว ไม่ได้มีแค่แบรนด์ใหญ่ยืนหยัดอยู่ แต่แบรนด์น้องใหม่ ตบเท้าแจ้งเกิดอย่างต่อเนื่อง อย่าง “มัชชากิ แอนติ แอคเน่ ครีม”(MATCHAAKIII ANTI ACNE CREAM) ครีมแต้มสิว สูตรใบชาเขียวญี่ปุ่น

บริษัท ฟาร์ม่าวิช จำกัด (Pharmawish) ซึ่งมี “เภสัชกร” ที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ยามากว่า 10 ปี ได้ลุกขึ้นมาลุยผลิตและทำตลาดสินค้าสุขภาพ และประเดิม “มัชชากิ แอนติ แอคเน่ ครีม” รายการแรก โดยนำความรู้ความเข้าใจปัญหาสิว ตลอดจนความต้องการของตลาดและผู้บริโภคมาตั้งต้นพัฒนาโปรดักท์คุณภาพสู่ตลาด

เป้าหมายสำคัญของการทำมัชชากิ แอนติ แอคเน่ ครีม จะมุ่งสู่การเป็น “Brand คลื่นลูกใหม่” ที่ต่อยอดธุรกิจมาจากธรุกิจยา ทำให้การทำตลาดต้องลุยทุกกลยุทธ์ ตั้งแต่ตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่ง มัชชากิ แอนติ แอคเน่ ครีม มีจุดเด่นหลายประการ เช่น สินค้านวัตกรรมจากธรรมชาติ ช่วยลดความมัน หนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว และช่วยรักษาสิวได้เร็วกว่า ที่สำคัญครอบคลุมวงจรการรักษาสิวตั้งแต่ก่อน ตลอดจนสมานรอยแผลหลังจากการเป็นสิว ไม่ทำร้ายผิว ไม่แห้ง ไม่ลอก เพราะใช้สารสกัดหลายชนิดที่ช่วยบำรุงผิว รวมถึงเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เป็นต้น

ส่วนกลุ่มเป้าหมายของ มัชชากิฯ มุ่งเจาะกลุ่มคนอายุ 13-35 ปี คนที่เป็นสิวและต้องการรักษาให้หายเร็ว กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นสิว และชอบลองสินค้าใหม่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าได้ผลลัพธ์เร็วขึ้น ที่สำคัญฟังก์ชั่นของสินค้ายังนำไปมาร์กหน้าลดความมันได้ด้วย

ด้านการจัดจำหน่าย ไม่ได้จำกัดแค่ร้านขายยาที่ค่อนข้างเฉพาะ(Niche Market)เท่านั้น แต่บริษัทมุ่งมั่นกระจายสินค้าให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง(Mass) ด้วยการเข้าร้าน Beautrium จากนั้นจึงเข้าสู่ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีกว่าหมื่นสาขา และเป็นช่องทางที่มีกลุ่มเป้าหมายใช้บริการไม่ต่ำกว่า 11 ล้านคนต่อวัน

รวมถึงการเจาะร้านค้าปลีกเฉพาะหรือ Specialty store ตลอดจนร้านความงามแบบ Multi Brand ต่างๆ เช่น บิวเทรียม อีฟแอนด์บอย และวัตสัน ที่มีเครือข่ายร้านทั่วประเทศ ด้านสินค้ามีหลากหลายรายการ ให้เหมาะสมแต่ละช่องทางและกลุ่มเป้าหมาย เช่น ขนาดเล็ก 5 กรัม และ ขนาดใหญ่ 10 กรัม ซึ่งถือเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามโตวันโตคืน ไม่มีทีท่าจะหยุดยั้งด้วย

ยุคดิจิทัล ทำให้มีช่องทางการสื่อสารตลาดใหม่ๆที่ทรงอิทธิพล และตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ มัชชากิฯ จึงให้น้ำหนักในการทำตลาดดิจิทัล(Digital Marketing)เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์(Brand Awareness)ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงดึง “ประสบการณ์” จากผู้ใช้สินค้าตัวจริงมาเป็น “กระบอกเสียง” ในการบอกต่อ สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้า จะหาข้อมูลจากผู้ทรงอิทธิพล(Influencer)การรีวิวจากเหล่าบล็อกเกอร์บนโลกออนไลน์ก่อน

จะเห็นว่า ฟาร์ม่าวิชฯ มุ่งมั่นในการปั้นแบรนด์มัชชากิน แอนติ แอคเน่ ครีม ให้เป็นแบรนด์คลื่นลูกใหม่จริงๆ