เผยอินไซต์ คนเสิร์ชร้านชิมช้อปใช้ เพิ่ม 2 เท่าตัวใน 1 เดือน

คุณอภิชญา เตชะมหพันธ์ Country Head, Google Customer Solution ประจำประเทศไทย ในงาน Google for Thailand

พบแคมเปญชิมช้อปใช้ของรัฐบาลไทยเปลี่ยนภูมิทัศน์การเสิร์ช โดย Google ประเทศไทยเผยตัวเลข ผู้บริโภคมีการเสิร์ชหาร้านในโครงการดังกล่าวเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ แถมร้านค้าไทยปรับตัวไว เมื่อพบเทรนด์ดังกล่าวเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ก็แห่เปลี่ยนชื่อร้านบนแผนที่ดิจิทัล โดยมีการเพิ่มคำว่า “ชิมช้อปใช้” ลงไปด้วยเพื่อให้ผู้คนค้นหาได้ง่ายมากขึ้น

โลกดิจิทัลไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากการออกมาเปิดเผยข้อมูลของ Google ประเทศไทย ผ่านงาน Google for Thailand ที่คุณอภิชญา เตชะมหพันธุ์ Country Head, Google Customer Solution ประจำประเทศไทย เผยว่าพบการปรับตัวของธุรกิจหลายอย่างผ่านแคมเปญใหญ่อย่างชิมช้อปใช้

“เราพบว่ามีการเสิร์ชหาโดยการพิมพ์คำว่าร้าน เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว ใน 1 เดือนหลังจากที่โครงการดังกล่าวเริ่มขึ้น ขณะที่รูปแบบการพิมพ์ จะพิมพ์คำว่าร้านแล้วตามด้วยคำว่าชิมช้อปใช้ และจังหวัดที่ต้องการ ซึ่งร้านค้าที่อยู่บน Google ก็มีการปรับตัวด้วยการเปลี่ยนชื่อร้าน โดยเติมคำว่า ชิมช้อปใช้ ลงไปหลังชื่อร้านเพื่อให้เสิร์ชเจอได้ง่ายขึ้นด้วย”

จากความเปลี่ยนแปลงนี้ Google ตั้งเป้าว่า ภายในปี 2020 บริการอย่าง Google My Business ซึ่งทำให้ร้านค้ามีตัวตนบนโลกออนไลน์จะต้องเพิ่มจำนวนธุรกิจให้ได้ถึง 1 ล้านแห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 150,000 แห่ง และจะมีการจับมือกับกระทรวงพาณิชย์รวมร้านค้าในโครงการธงฟ้าที่มีมากกว่า 80,000 แห่ง เข้ามาอยู่ใน Google My Business ด้วยเช่นกัน

คนไทยชอบท่องเน็ต 

ส่วนคนไทยที่เข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต ภายในงานเดียวกันก็มีการประกาศตัวเลขสถานีให้บริการ Google Station ซึ่งเป็นบริการไวไฟฟรีความเร็ว 30/30 Mbps. ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศไทย จากเดิมในปี 2018 ที่มีเพียง 10 แห่ง โดย Google Station ที่ติดตั้งเพิ่มนี้มีทั้งพื้นที่อย่างโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ตลาดสด ศูนย์การค้า สถานีรถโดยสาร

สิ่งที่ตามมาจากบริการ Google Station ก็คือ การที่ Google พบว่ามีคนไทยกว่า 2 ล้านคน เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านบริการดังกล่าว และคนเหล่านี้มีการเชื่อมต่อกับ Google Station หลายครั้ง (การเข้าใช้งานมีการจำกัดเวลา) โดยในแต่ละวันพบว่าคนไทยใช้เวลาท่องอินเทอร์เน็ตนานเกือบ 2 ชั่วโมง

สำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น นอกจากประเทศไทยแล้วก็ยังมี ฟิลิปปินส์ และเวียดนามที่มีบริการ Google Station เช่นกัน ส่วนประเทศอย่างมาเลเซีย – สิงคโปร์ ไม่พบว่ามีบริการนี้แต่อย่างใด

ดึง AI สแกนเบาหวานขึ้นตาให้คนไทย

Fred Hersch ผู้จัดการโปรแกรม Google Health ขณะอธิบายการตรวจพบภาวะเบาหวานขึ้นตา ซึ่งสามารถนำ AI มาช่วยคัดกรองได้

นอกจากเรื่องของภาคธุรกิจแล้ว ในงาน Google for Thailand ยังมีการประกาศความสำเร็จในการนำ AI มาช่วยคัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาให้ด้วย โดยเป็นการจับมือกับกระทรวงสาธารณสุขของไทย และโรงพยาบาลราชวิถี นำ AI เข้ามาตรวจตาของผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทย เพื่อหาสัญญาณของภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาแล้วใน 8 คลินิค จาก 3 จังหวัด

โดยโครงการวิจัยนี้ตั้งเป้าว่าจะมีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 7,600 คน ขณะที่ปัจจุบัน พบว่ามีผู้เข้าร่วมเกินครึ่งแล้วเรียบร้อย

สำหรับสาเหตุที่กระทรวงสาธารณสุขไทยอนุญาตให้นำ AI เข้ามาช่วยงานนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลน โดยประเทศไทยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตาเพียง 1,500 คน ขณะที่ทั้งประเทศมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานมากกว่า 4.5 ล้านราย

ส่วนกรณีที่ภายในงาน ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีการกล่าวบนเวทีว่า อยากให้ Google มาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงย้ายสำนักงานใหญ่จากสิงคโปร์มายังประเทศไทยนั้น คุณ Stephanie Davis กรรมการผู้จัดการ Google ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองว่าการลงทุนมีหลายรูปแบบ พร้อมยังทิ้งท้ายด้วยว่า การพัฒนา Google Station หรือการทำโครงการต่าง ๆ อย่าง Google Art & Culture, Grow with Google ก็เป็นการลงทุนในประเทศไทยรูปแบบหนึ่งเช่นกัน