ช่อง 3 รวมสรรพกำลัง โฟกัสทัพหลวง ทวงบัลลังก์ผู้นำ “คอนเทนต์ข่าว” มากกว่าแค่รายงาน แต่ต้อง Engage สังคม ใจถึง พึ่งได้

เมื่อก้าวเข้าสู่วันที่ 1 ต.ค. 2562 ช่องดิจิทัลทีวีทั้ง 7 ช่อง​ ที่ตัดสินใจคืนใบอนุญาตกับทาง กสทช. ก็จะอำลาจอ ทำการปิดสถานีครบถ้วนอย่างสมบูรณ์​ หลัง 2 ช่องสุดท้าย คือ ช่อง 28 หรือ 3SD และช่อง 13 หรือช่อง 3 Family ได้ทำการออกอากาศมาจนถึงวันสุดท้ายในวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านพ้นไป

ซึ่งในส่วนของช่อง 3 เองนั้น หลังจาก​ยุติการออกอากาศช่อง 13 และ 28 ลงแล้ว สรรพกำลังต่างๆ ที่เคยอยู่ในทั้งสองช่องก็จะมีการจัดสรรกันใหม่ ทำให้สามารถกลับมาโฟกัส​ในช่องหลักที่เหลือเพียงช่องเดียว คือ ช่อง 33 ได้อย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องของการบริหารคอนเทนต์ และการวางกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง ตามเจตนารมย์ในฐานะช่องสาระและบันเทิงที่ดีที่สุดของผู้ชมต่อไป

โดยในเฟสแรกนี้ ทางช่อง 3 เริ่มเข้ามาจัดทัพหนึ่งในคอนเทนต์ที่ถือได้ว่ามีความแข็งแรงที่สุดอย่างกลุ่มข่าว ด้วยการปรับโฉมและรูปแบบ “รายการข่าว” ทุกรายการ ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยเฉพาะการโยกรายการข่าวที่แข็งแรงจากทั้ง 2 ช่อง เข้ามาในผังรายการของช่อง 33 เริ่มตั้งแต่ ​รายการโหนกระแส และ ข่าวนอกลู่ ที่ย้ายมาจากช่อง 28 ขณะที่กลุ่มรายการในประเภทอื่นๆ อาทิ รายการวาไรตี้ และละคร จะเริ่มปรับตามมาเป็นลำดับต่อไป  ตั้งแต่ในช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นไป 

คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า เมื่อดูที่เรตติ้งรายการข่าวทีวีแล้ว อันที่จริงจะพบว่ารายการข่าวของ ช่อง 3 เป็นที่หนึ่งเกือบทุกรายการตลอดทั้งวัน อาทิ เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง เที่ยงวันทันเหตุการณ์ เรื่องเด่นเย็นนี้ เป็นต้น ดังนั้น เป้าหมายต่อไปคือการผลักดันให้ช่อง เป็นผู้นำรายการข่าวในทุกช่วงเวลา โดยเป็นที่ ทั้งการนำเสนอบนจอทีวี​ หรือจากช่องทางออนไลน์ ซึ่งขณะนี้เพียงแค่เพจหลักอย่าง ข่าวช่อง บน Facebook ก็มีผู้ติดตามกว่า 14 ล้านคนแล้ว  รวมท้ังยังมี Digital Platform ที่หลากหลายทั้งเว็บไซต์ ch3Thailand, Facebook ch3Thailand,Line Ch3ThailandTwitterCh3ThailandInstagram Ch3Thailand และ APP Krobkruakao

“จุดแข็งของ ข่าวช่อง คือการมีผู้ประกาศที่เป็นที่รู้จักและมีความน่าเชื่อถือโดยขณะนี้เรามีจำนวนผู้ประกาศถึงเกือบ 50 คน ซึ่งทุกคนเป็นผู้ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี และต่อไปนี้ผู้ประกาศของเราก็จะต้องทำหน้าที่มากขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ชมของเราที่มีความเดือดร้อน รวมถึงร่วมกันสร้างเรื่องดีๆ ให้เกิดกับสังคมของเรา”

สร้างกระแสพร้อม Engage ในฐานะที่พึ่งสังคม

ขณะที่แนวคิดในการขับเคลื่อนคอนเทนต์ข่าวเพื่อให้กลับมาเป็นผู้นำอย่างแข็งแกร่ง จะเน้นการสร้าง Engage กับสังคม ผ่านคอนเซ็ปต์  “ข่าว 3 โฉมใหม่ ข่าวจริง ทันเหตุการณ์ พึ่งพาได้” มาจากความตั้งใจที่จะทำให้ข่าวของช่อง เป็นข่าวที่ได้รับความนิยม เพื่อกลายเป็นกระแสและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง

โดยในส่วนของข่าวที่อยู่ในความสนใจของผู้คนนั้น จะต้องทำให้มากกว่าแค่เพียงการรายงานข่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ชมสามารถรับรู้และเสพได้จากที่อื่นๆ รวมทั้งสื่อโซเชียลต่างๆ ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องทำให้มากกว่าคือ การมีส่วนร่วมในการเดินหน้าพิสูจน์หาความจริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ชมและสังคม เพื่อให้รู้ว่าข่าวไหนใช่ ข่าวไหนไม่ใช่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข่าวด่วนและข่าวที่มีความสำคัญ ก็จะเน้นการลงพื้นที่เพื่อทราบปัญหาและเคียงข้างประชาชนที่ประสบปัญหา พร้อมรายงานสถานการณ์สดในพื้นที่ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ที่จะไม่เป็นเพียงแค่ผู้รายงานข่าวเท่านั้น แต่ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนและสังคมควบคู่ไปด้วย 

ทั้งนี้ สำหรับการเปลี่ยนแปลงในรายการข่าวของช่อง 33   จะเริ่มมาจากการปรับสตูดิโอในรายการให้ทันสมัยและเนื้อหาท่ีเข้มข้นจาก รายการแรก คือ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ดำเนินรายการโดย กรรชัย กำเนิดพลอย และ อริสรา กำธรเจริญ เรื่องเด่นเย็นนี้ ดำเนินรายการโดย ธีระ ธัญไพบูลย์, ประวีณมัย บ่ายคล้อย, วราภรณ์ สมพงษ์, สาธิต กรีกุล, บัญชา ชุมชัยเวทย์ และ ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์วมทั้ง ข่าว 3 มิติ ดำเนินรายการโดย กิตติ สิงหาปัดสายสวรรค์ ขยันยิ่ง” 

“ผู้ชมจะได้พบกับฉากใหม่ที่ทันสมัย เป็นสิ่งแรก ส่วนในเรื่องเนื้อหานั้นยังคงเข้มข้นเช่นเดิม โดยพิสูจน์จากการเป็นผู้นำเรตติ้งในหลายช่วงเวลา โดยกลยุทธ์ของเราคือ การนำเสนอข่าวที่อยู่ในความสนใจของผู้ชมอยู่เสมอ ดังนั้นเราจะให้ความสำคัญและมุ่งเน้นกับข่าวสังคม อาชญากรรม และข่าวบันเทิง เพราะข่าวทั้ง ประเภทนี้เป็นข่าวที่ผู้ชมของเราอยากชมมากที่สุด”​

นอกจากนั้น ในเดือนตุลาคมนี้ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ จากรายการครอบครัวข่าว 3 ก็จะเริ่มช่วงพิเศษใหม่โดยร่วมกับเพื่อนทนายมาให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาและต้องการคำปรึกษาด้านกฎหมายโดยจะจัดเวลาพบปะประชาชนเป็นประจำเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อให้ช่อง เป็นสถานีข่าวที่พึ่งพาได้ของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนรายการข่าวอื่นๆ จะได้เห็นการปรับโฉมและเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 หรือเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป ทั้งจากหน้าจอทีวีดิจิทัล รวมทั้งแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น​เว็บไซต์ ch3Thailand, Facebook ch3Thailand, Line Ch3ThailandTwitterCh3ThailandInstagram Ch3Thailand และ APP Krobkruakao