UD Town ทุ่มพันล้าน เติมศูนย์ประชุม-โรงแรม ปั้น New CBD ​ในอุดรฯ พร้อมเตรียมส่งไม้ต่อให้​เจน 2 ​

อีกหนึ่งห้างภูธรที่ยืนหยัดต่อกรกับค้าปลีกรายใหญ่ระดับชาติ ในพื้นที่ จ. อุดรธานี มายาวนานถึง 11 ปีแล้ว สำหรับศูนย์การค้า “ยูดีทาวน์” (UD Town) ของ เสี่ยหนุ่ย คุณธนกร วีรชาติยานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด จนปัจจุบันยูดีทาวน์กลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนอุดร ที่เข้ามาใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมต่างๆ ในที่แห่งนี้ รวมทั้งรองรับผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงด้วย

สร้างศูนย์ประชุม ปั้น New CBD ให้เมืองอุดรฯ    ​

ทว่าเป้าหมายใหม่ของยูดีทาวน์จากนี้ คือ การเพิ่มจิ๊กซอว์ตัวใหม่ เพื่อต่อภาพให้พื้นที่โดยรอบศูนย์การค้าเติบโตขึ้นเป็น New CBD หรือเป็นสเตปใหม่ในการพัฒนาเมืองอุดรฯ ให้กลายเป็นย่านเศรษฐกิจแห่งใหม่​ โดยเฉพาะในฟากของการเป็น MICE City ของภาคอิสานตอนบน ตามทิศทางการเติบโตของตลาด MICE ที่เริ่มเห็นการขยายพื้นที่จัดงานจากที่เคยจัดเฉพาะในส่วนกลาง หรือ กทม.​ ก็เริ่มมาสู่การจัดในต่างจังหวัดเพิ่มเติม โดยเฉพาะงานในสเกลใหญ่ๆ อย่างงานเทรดโชว์ หรือเอ็กซ์โปต่างๆ เช่น งานเกี่ยวกับสินค้าแม่และเด็ก บ้านและสวน หรืองานมหกรรมการเงิน หรือ รถยนต์ เป็นต้น

แต่เมื่อมองในแง่ของซัพพลายรองรับ พบว่า อุดรธานี ยังไม่มีศูนย์ประชุมหรือพื้นที่สำหรับรองรับการจัดนิทรรศการในสเกลระดับนานาชาติ มีเพียง Convention Hall เพียงแห่งเดียวเท่านั้นและยังตั้งอยู่ในศูนย์การค้า ทำให้ยูดี ทาวน์ เลือกที่จะเปลี่ยนแผนจากเดิมที่ตั้งใจจะขยาย Lifestyle Mall ด้วยการเติมแม็กเน็ตอย่างโรงภาพยนตร์ ในบริเวณใกล้เคียงกับศูนย์การค้า มาเป็​นการ​สร้าง “มลฑาทิพย์ ฮอลล์”​ (MONTATIP HALL) ให้เป็นศูนย์การประชุมและจัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดอุดรธานี เพื่อรองรับดีมานด์ในตลาดนี้ที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีและมีโอกาสทางธุรกิจที่สดใสมากกว่า

คุณธนกร วีรชาติยานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์ประชุมนานาชาติมลฑาทิพย์​ ฮอลล์ กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของอุดรธานี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญของภาคอิสาน ทั้งการเติบโตและกำลังซื้อ เพราะถือเป็นจังหวัดที่กำลังซื้อของคนในพื้นที่ไม่ค่อยผันผวนมากนัก เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากแรงงานต่างชาติโอนเข้ามาในพื้นที่ค่อนข้างสูง ​

ประกอบกับการเป็นเมือง Transportation Hub ที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ได้อย่างสะดวกและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน ซึ่งมีเที่ยวบินต่อวันสูงถึง 58 เที่ยวบิน (ขาเข้า 28 เที่ยวบิน และขาออก 28 เที่ยวบิน) รวมทั้งยังมีเที่ยวบินที่บินตรงระหว่างภูมิภาคโดยไม่ต้องไปแวะ กทม. ก่อน ทำให้มีตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในปีที่ผ่านมาถึง 3.7 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 4 ล้านคน ในปีนี้

“รวมทั้งศักยภาพในอนาคต ที่จะยิ่งสูงมากขึ้นหลังจากมีรถไฟทางคู่กรุงเทพฯ – หนองคาย ผ่านเข้ามาในพื้นที่ ก็จะยิ่งทำให้เดินทางสะดวกมากขึ้น และเพิ่มปริมาณคนเข้ามาเติมในพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก ทำให้การมีมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความเป็น Mice Ciity ให้กับอุดรฯ ด้วยจุดแข็งที่อยู่ใกล้สนามบิน เดินทางเพียง 10 นาที และมีส่ิงอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งพื้นที่ใช้สอยกว่า 25,000 ตารางเมตร ห้องจัดเลี้ยงให้เลือกตามลักษณะงานถึง 5 ห้อง และเปิดประตูถึงกันได้ เพดานสูงถึง 8-12 เมตร ที่จอดรถรองรับได้กว่า 1 พันคัน สามารถรองรับการจัดงานได้ทั้งงานใหญ่ระดับเทรดโชว์ เอ็กโป ที่มีคนหลักร้อยไปจนถึงหลักหลายพันคนมาร่วมงาน​ เช่น ประชุมสัมมนา (Meeting & Intensuve) งานจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ (Exibition) งานเปิดตัวสินค้าต่างๆ รวมไปถึงงานแต่งงาน​ ประกอบกับสถานที่ที่ตั้งเป็น Stand Alone ทำให้ทีมงานอีเวนท์ต่างๆ สามารถเข้าเซ็ตอัพงานได้ตลอดเวลามากกว่าศูนย์ที่อยู่ในห้างฯ จึงช่วยประหยัดคอสต์และเซ็ตอัพงานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น”

คุณหนุ่ย ตั้งเป้าหมายรายได้ของมลฑาทิพย์ ฮอลล์ ในครึ่งหลังของปีนี้ไว้ที่ 40 ล้านบาท ด้วยจำนวนงานที่จองเข้ามาล่วงหน้าแล้วกว่า 40% ขณะที่รายได้ในปีต่อๆ ไป ซึ่งจะให้บริการเต็มปีคาดว่าจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 100​ ล้านบาทต่อปี รวมทั้งยังมีการจัด Own Event ที่คาดว่าจะสร้างรายได้แต่ละครั้งไม่ตำ่กว่า 50 ล้านบาท และเชื่อว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 5 ปี

ลงทุนโรงแรม เติมเต็ม Ecosystem

นอกจากการลงทุนสร้างมลฑาทิพย์ ฮอลล์ แล้ว ​เสตปต่อไปในการยกระดับพื้นที่รอบยูดีทาวน์มากกว่า 10 ไร่ ให้กลายเป็น New CBD เป็นย่านการค้าแห่งใหม่ได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้นนั้น คุณหนุ่ย ​มีแผนลงทุนเติมจิ๊กซอว์ตัวใหม่เพิ่มเข้าไปในพื้นที่ ด้วยการสร้างโรงแรมสี่ดาว จำนวน 80 ห้อง เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าระดับ B+ ขึ้นไปโดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารที่เดินทางมาร่วมประชุมสัมมน​า ​โดยเตรียมงบลงทุนเพิ่มเติมอีก 200 ล้านบาท เพื่อเริ่มเดินหน้าสร้างโรงแรมได้ราวช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 1 ปี และสามารถเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในปีต่อไป

“เมื่อภาพทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะช่วยเพิ่มทราฟฟิกเข้ามาในพื้นที่ได้มากขึ้น จากปัจุบันยูดีทาวน์มีคนเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยในวันธรรมดา 1.2 หมื่นคนต่อวัน ขณะที่วันหยุดหรือวันนักขัตฤกษ์ จะอยู่ที่ 1.5-1.8 หมื่นคนต่อวัน และหากเป็นช่วงที่มีอีเวนท์ใหญ่อย่างสงกรานต์ หรือเค้าท์ดาวน์จะมีคนมามากถึง 5 หมื่นคนเลยทีเดียว ซึ่งหากยูดีทาวน์ สามารถเติมเต็มในส่วนธุรกิจไมซ์มารองรับได้อย่างเต็มที่แล้ว จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดกว่าในปัจจุบัน โดยรายได้จากขาของธุรกิจไมซ์จะสามารถทำรายได้สูงกว่ารายได้จากกลุ่มศูนย์การค้าได้ ภายในไม่เกิน 2-3 ปี จากปัจจุบันรายได้จากธุรกิจศูนย์การค้าทำรายได้ในปีที่ผ่านมา 266 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ 3-5%”

ทั้งนี้ การมีโรงแรม จะทำให้การเป็น Mice Destination ของอุดรฯ โดยเฉพาะในพื้นที่โดยรอบของยูดีทาวน์ เติมเต็มได้มากขึ้น โดยทั้งส่วนของศูนย์ประชุม และโรงแรมใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ทางอุดรพลาซ่า เลือกที่จะเป็นผู้บริหารเองทั้งหมด เนื่องจากมองว่า การบริหารธุรกิจด้วยตัวเองทำให้มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ดีมากกว่า ประกอบกับ มีความเข้าใจและศึกษาตลาดและอินไซต์ของผู้บริโภคในพื้นที่มาค่อนข้างดี ​จากการบริหารศูนย์การค้ายูดีทาวน์มากว่าสิบปี ​ซึ่งการดูแลภาพใหญ่ทั้งหมดจะช่วยให้สามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ ให้สามารถส่งเสริมระหว่างกันได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการมีกลุ่มลูกค้าจากฐานของ Mice เข้ามาเสริมให้กับฟากของศูนย์การค้าให้เติบโตได้เพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย ​

เตรียมพร้อมส่งต่อธุรกิจ​สู่เจนสอง 

นอกจากเปิดเผยถึงการแตกแขนงธุรกิจมาใน Area ใหม่แล้ว ในโอกาสเดียวกันนี้ คุณหนุ่ย ยังถือโอกาสแนะนำทายาทที่เริ่มเข้ามาเรียนรู้งานต่อจากคุณพ่ออย่างเป็นทางการ ได้แก่ คุณเอิร์น​อภิชา  วีรชาติยานุกุล บุตรสาว วัย 26 ปี ซึ่งจบทางด้าน Fashion Branding and Merchandising จาก London College of Fashion และจะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการดูแลธุรกิจในกลุ่มศูนย์การค้ายูดีทาวน์ ในตำแหน่ง​ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด

พ่อลูกครอบครัววีรชาติยานุกุล คุณเอิร์ธ- ภาสกร, คุณหนุ่ย -ธนกร และคุณเอิร์น​ -อภิชา

ส่วน คุณเอิร์ธ-ภาสกร วีรชาติยานุกูล บุตรชาย วัย 24 ปี จบทางด้านการบริหารและการจัดการโดยตรงทั้งปริญญาตรีจาก Burnel University ​และปริญญาโทที่ Coventry University จากลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจในฟากของศูนย์ประชุม และธุรกิจในกลุ่ม MICE ประเดิมด้วยตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์​ฮอลล์ ​หนึ่งความหวังใหม่ และฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับทั้งย่านโดยรอบยูดีทาวน์ให้กลายเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ หรือ New CBD ตามแผนที่วางไว้

คุณหนุ่ย พูดถึงการมอบหมายงานให้ทายาททั้งคู่สานต่อ ว่า การแบ่งงานให้ลูกแต่ละคนดูแลนั้น จะดูจากความถนัดความชอบของแต่ละคน โดยเอิร์นหรือลูกสาวจะชอบเรื่องของครีเอทีฟ แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ก็จะให้รับผิดชอบศูนย์การค้า โดยเฉพาะการครีเอทอีเวน์เพื่อสร้างสีสัน และดึงคนเข้ามาในศูนย์การค้ามากขึ้น ส่วนเอิร์ธจะชอบงานบริหาร การจัดการและจบมาทางสายงานนี้โดยตรง จึงให้มาดูธุรกิจศูนย์ประชุมและผลักดันขาของกลุ่ม Mice ให้แข็งแรง โดยสไตล์การทำงานของบ้านเรา จะเน้นทำงานเป็นทีม ให้ลูกทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและเรียนรู้งานในทุกๆ ส่วนเพื่อสร้างความคุ้นเคย รวมทั้งยอมรับฟังความคิดเห็นของลูก เพราะถึงจะเป็นพ่อ แต่ถ้าทำไม่ถูกหรือลูกไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิห้าม มีสิทธิแย้งได้ตลอดเวลา”

ขณะที่ทั้งคุณเอิร์น และคุณเอิร์ธ ยอมรับว่า คุณพ่อยังเป็นพี่เลี้ยงสำคัญบนเวทีธุรกิจ แต่ก็พยายามที่จะเรียนรู้การทำงาน เพื่อรักษาสิ่งดีๆ ที่คุณพ่อสร้างมา โดยความยาก และท้าทายคือ การต้องพยายามสร้างสิ่งใหม่มาเติมให้ธุรกิจเติบโตได้มากขึ้น ​​โดยเฉพาะการเติมสีสันและแนวทางการทำตลาดใหม่ๆ ให้กับยูดีทาวน์ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของธุรกิจในครอบครัว และการผลักดันมลฑาทิพย์​ ฮอลล์ อีกหนึ่งธุรกิจสำคัญที่ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยขยายความแข็งแกร่งให้กับยูดีทาวน์เท่านั้น แต่เป็นการสร้างความแข็ง​แรงให้กับจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นความตั้งใจที่แน่วแน่มาโดยตลอดของคุณหนุ่ย ที่ต้องการพัฒนาทั้งจังหวัดให้เติบโต ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ รวมทั้งคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ซึ่งแนวคิดนี้ได้สานต่อไปให้แก่เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่เข้ามารับช่วงต่อในการบริหารธุรกิจต่อด้วย

“สิ่งที่คุณพ่อสอนและทำมาให้เห็นโดยตลอด คือ การทำงานหนัก ทำงานแบบไม่มีวันหยุด เพราะธุรกิจห้าง ธุรกิจศูนย์การค้า เป็นธุรกิจที่อยู่ในไลฟ์สไตล์คน หยุดไม่ได้ ถ้าหยุดก็เหมือนหยุดหายใจ เพราะเป็นงานที่ Super Detail  และไดนามิคตลอดเวลา ต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ถ้าผิดพลาดต้องรีบแก้ไข ช้าไม่ได้ รวมทั้งต้องกล้าที่จะเป็นผู้นำ กล้าลองทำอะไรแปลกใหม่ เพื่อให้คนอยากที่จะเข้ามาเดินเข้ามาใช้ชีวิต และรู้สึกได้ว่าที่นี่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนในย่านนี้” ​ทั้งคุณเอิร์น และ คุณเอิร์ธ กล่าวถึงสิ่งที่ผู้เป็นพ่อถ่ายทอด และใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป