มิกซ์ จตุจักร คงเสน่ห์ของจตุจักร แต่แก้ไข Pain Point เดิม เพื่อปั้นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ

 วิธีคิดของคนทำศูนย์การค้าในปัจจุบัน ต้องมองไปให้ไกลไปมากกว่าแค่สร้างการเติบโตภายในศูนย์การค้าของตัวเองเท่านั้น แต่ต้องใช้วิธีสร้างให้ทั้งย่านเติบโตไปด้วยกัน เพื่อเพิ่มพลังให้เกิดการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนได้ดีมากกว่าการเติบโตเพียงคนเดียว

ทำให้มักจะเห็นผู้ประกอบการค้าปลีกในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการสร้างให้เกิด​ย่านช้อปปิ้งสำคัญๆ ของ กทม. ไม่ว่าจะเป็นย่านราชประสงค์ ย่านพร้อมพงษ์​ หรือย่านบางนา ที่ล้วนแต่กลายมาเป็น Shopping Destination กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องนึกถึง และไม่พลาดที่จะต้องเดินทางไปเยือน เมื่อมาประเทศไทย

เปิดแผนสร้างจตุจักร สู่ย่านการค้า   

สำหรับย่านช้อปปิ้งแห่งใหม่ ที่น่าจับตามองของ กทม. ​​น่าจะเป็น “ย่านจตุจักร”​ โดยเฉพาะหลังการเปิดให้บริการของศูนย์การค้าแห่งใหม่ใจกลางตลาดนัดจตุจักรที่ชื่อ “มิกซ์ จตุจักร” (MIXT CHATUCHAK) โดยผู้พัฒนาโครงการอย่าง บริษัท สยามพิริยา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ​ด้วยงบลงทุนกว่า 900 ล้านบาท เพื่อสร้างอีกหนึ่ง Magnet สำคัญบนทำเลทองแห่งนี้ บนพื้นที่โดยรวมกว่า 10 ไร่ ​พื้นที่ขายกว่า 6 หมื่นตารางเมตร เพื่อเข้ามาช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับตลาดนัดจตุจักร​ ให้เป็นอีกหนึ่ง Shopping Destination ในฐานะตลาดนัดสุดสัปดาห์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีจุดเด่นและแตกต่างด้วย Unique Experience ที่ไม่สามารถหาได้จากแหล่งช้อปปิ้งอื่นๆ

คุณมีพร ไชยูปถัมภ์ กรรมการบริหาร ศูนย์การค้า มิกซ์ จตุจักร บริษัท สยามพิริยา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด  กล่าวว่า ตลาดนัดจตุจักรเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนที่มากรุงเทพฯ หรือประเทศไทยอยู่แล้ว​​ เมื่อเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับตลาดนัดจตุจักร​ ​คอมเม้นต์ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นบวก ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในการช้อปปิ้งที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ​และเสน่ห์ที่แข็งแกร่งของตลาดนัดจตุจักร โดยเฉพาะในแง่ความหลากหลายของสินค้า ที่ทั้งแตกต่างและครบครัน มีครบทุกกลุ่มสินค้า สำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ สัตว์เลี้ยง เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน แต่งสวน ของมือสอง ราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักหมื่น เรียกได้ว่าเป็นตลาดนัดสำหรับทุกคน​ ทุกกลุ่ม อย่างแท้จริง

ปัจจุบันตลาดนัดจตุจักรรองรับคนในช่วงสุดสัปดาห์ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคนต่อเดือน โดยส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยที่ราว 70% และต่างชาติ 30%  ทั้งจากจีน อาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป อเมริกา อินเดีย หรือแม้แต่ตะวันออกกลาง โดยแต่ละคนจะมีระยะเวลาเฉลี่ยในการมาเดินแต่ละครั้งอยู่ที่ราว 5 ชั่วโมง​ และจับจ่ายใช้สอยแต่ละครั้งราว 1,200 บาทต่อคน แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีคอมเม้นต์ที่เป็น Pain Point ในการมาเดินตลาดนัดจตุจักร โดยเฉพาะเรื่องของอากาศร้อน ที่จอดรถไม่เพียงพอ รวมไปถึงความสะอาดของอาหารการกิน ดังนั้น​ การมีมิกซ์ จตุจักร จะเข้ามาช่วยแก้ Pain Point ต่างๆ เพื่อมอบ Shopping Experience ที่สมบูรณ์สำหรับทุกคนที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้  

แม้ปัจจุบันตลาดนัดจตุจักรจะเป็นเป้าหมายของนักช้อปจากทั่วทุกมุมโลกอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดที่เป็น Weekend Market ทำให้มีเวลาให้บริการที่จำกัดอยู่แค่ช่วงสุดสัปดาห์ ดังนั้น การเปิดมิกซ์ จตุจักร จะช่วยให้มีทราฟฟิกเข้ามาในพื้นที่ทุกวัน โดยเบื้องต้น คาดการณ์ลูกค้ามาใช้บริการประมาณ 30% ของจำนวนลูกค้าที่มาเดินจตุจักร หรือราวเดือนละ 1.2 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งเป็นจำนวนที่ประมาณการไว้ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดให้บริการ แต่หากเปิดให้บริการในระยะยาว คาดว่าจะมีจำนวนลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ศักยภาพของ ย่านจตุจักรเอง ถือว่ามีศักยภาพในการเติบโตไปสู่การเป็นย่านการค้าสำคัญของกรุงเทพฯ ได้ ทั้งการมีศูนย์การค้าโดยรอบบริเวณห้าแยก ทั้งศูนย์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับบน และกลาง ในฝั่งพหลโยธิน ลาดพร้าว​ ​รวมทั้งในส่วนของฝั่งจตุจักร ประกอบกับในอนาคตจะเกิด Transportation Hub ที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งอยู่ห่างจากจตุจักรไปราว 1 กิโลเมตร และทาง กทม. เองก็มีแผนในการสร้าง Sky Walk จากบางซื่อมาเชื่อมกับจตุจักร รวมไปถึง การขยายบริการเฟสใหม่ของรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอส และใต้ดิน ซึ่งจะช่วยสร้างให้เกิดทราฟฟิกเข้ามาในพื้นที่อีกจำนวนมหาศาล

“กลุ่มเป้าหมายที่เราจะดึงให้มาใช้บริการจะเป็นทั้งกลุ่มที่มาตลาดนัดจตุจักรอยู่เป็นประจำ คนที่เคยมาเมื่อนานมาแล้ว ​และคนที่ไม่เคยมา ทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยมีข้อได้เปรียบศูนย์เปิดใหม่อื่นๆ ที่มีทราฟฟิกในพื้นที่อยู่แล้ว ทั้งจากคนที่มาเดินจตุจักรบางส่วนที่จะเข้ามาใช้บริการ พนักงานออฟฟิศโดยรอบไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นคน ไม่ว่าจะเป็น ปตท., Enegy Complex, BOI, TMB, ตึกซัน เป็นต้น รวมทั้งยังมาจากกลุ่มคนเดินทางโดยสารทั้งที่มาโดยบีทีเอส, มารอขึ้นรถตู้ หรือรถเมล์ บริเวณป้ายหมอชิต หรือกลุ่มคนที่มาออกกำลังกายในสวนสาธารณะทั้งช่วงเช้าหรือเย็น​”

นอกจากนี้ ทางศูนย์ยังได้จัดสรรพื้นที่ สำหรับการตั้งศาลองค์ท้าวมหาพรหมธาดา ที่ได้ไปอัญเชิญจิตวิญญาณท้าวมหาพรหมจากแยกราชประสงค์มาไว้ ณ​ ศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร เพื่อให้ผู้คนในย่านนี้ได้สักการะบูชา รวมทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระศรีอริยเมตไตรย​​ โดยมีท้าวเวสสุวรรณ คอยทำหน้าที่ในการปกป้องพระพุทธศาสนา ทั้ง 2 ด้าน ขณะที่ตรงหัวมุมถนนจะเป็นที่ตั้งของสระมรกต เพื่อเป็นที่ประดิษฐานของจ้าวปู่ศรีสุทโธ และจ้าวย่าศรีปทุมมา แห่งคำชะโนดด้วย โดยที่บริเวณด้านหลังศาลท้าวมหาพรหมธาดานั้น จะเปรียบเป็นเหมือนกับป่าหิมพานต์

“อีกหนึ่งในความนิยมของนักท่องเที่ยวคือ การเดินทางไปสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละย่านและสำหรับย่านจตุจักร ก็จะมีศาลองค์ท้าวมหาพรหมธาดา ​รวมทั้งองค์เทพต่างๆ ที่อยู่ตรงมิกซ์ จตุจักร เป็นจุดให้นักท่องเที่ยวแวะมาสักการะบูชา ขอพร ถ่ายรูป เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยว รวมทั้งยังเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ทำมาค้าขายภายในบริเวณตลาดนัดจตุจักรและพื้นที่ใกล้เคียงได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย”

แหล่งบ่มเพาะ SME ไทย​

นอกจากเป็นหนึ่งภาพต่อเพื่อความสมบูรณ์ให้กับทั้งย่านจตุจักรแล้ว ศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร ยังวาง Positioning ที่สำคัญในการเป็นศูนย์การค้าสำหรับกลุ่ม SME ไทยอย่างแท้จริง เพราะจากร้านค้ากว่า 700 ร้านในศูนย์แห่งนี้  60% จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดร้านในสวนจตุจักรอยู่แล้ว และต้องการขยายสาขาที่ 2 หรือ 3 เพิ่มเติม ส่วนที่เหลือจะเป็นร้านค้าจากกลุ่มผู้ประกอบการจากที่อื่นๆ รวมทั้งผู้ประกอบการที่ยังไม่มีหน้าร้าน เช่น คนที่ขายของอยู่ตามไอจี หรือขายผ่านออนไลน์ และต้องการขยายหน้าร้านเพิ่ม ทั้งนี้ เพื่อให้ศูนย์การค้าแห่งนี้ยังสามารถรักษาเสน่ห์ของตลาดนัดจตุจักรที่เป็นที่ตั้งไว้ได้อย่างแข็งแรง

สินค้าที่ขายในโครงการมิกซ์ จตุจักร​ จะเน้นความครีเอทีฟ เป็นสินค้าแฮนด์เมด ที่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Customize และ Personalize ให้มีความแตกต่าง ไม่ใช่สินค้าที่หาซื้อจากที่ไหนก็ได้ ตั้งแต่ปลากัด ของแต่งบ้าน แฟชั่น สินค้าแฮนด์เมดต่างๆ เพื่อรักษาอัตลักษณ์ของตลาดนัดจตุจักร และสร้างจุดแข็งที่แตกต่างจากศูนย์การค้าแห่งอื่นๆ ​ภายใต้คอนเซ็ปต์ Mixt Chatuchak Selected พร้อมทั้งได้นำสินค้าจากร้านค้าภายในศูนย์มาใช้ตกแต่งศูนย์ด้วย รวมทั้งให้ความช่วยเหลือการทำตลาดให้กับร้านค้าควบคู่ไปด้วย ทั้งการนำเสนอคอนเทนต์เพื่อโปรโมทร้านหรือสินค้าต่างๆ ที่น่าสนใจ ​หรือการจัดอีเวนท์เพื่อเพิ่มทราฟฟิกให้มีคนเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น”  

ทั้งนี้ นโยบายในการขับเคลื่อนโครงการยังสะท้อนผ่านชื่อโครงการคือ MIXT CHATUCHAK ที่ผสมผสานมาจากคำว่า MIX ที่หมายถึง ความผสมผสานของสินค้าที่หลากหลาย​ ซึ่งเป็นจุดแข็งของตลาดนัดจตุจักร ส่วน T หมายถึง เทรนด์ในธุรกิจรีเทล ที่ต้องก้าวให้ทัน ทั้งเทรนด์ในเรื่องของสินค้า บริการ และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะกลยุทธ์ O2O หรือการเชื่อมต่อกันของออนไลน์และออฟไลน์ การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ในการเข้าถึงร้านค้าหรือสินค้าได้แบบ Omnichannel ซึ่งผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ไทยต้องก้าวตามให้ทัน โดยทางศูนย์ฯ ได้มีการจัดเวิร์กช็อป เพื่อพัฒนาการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ ให้กับพ่อค้าแม่ค้าอย่างสม่ำเสมอ

รวมไปถึงการเก็บข้อมูลผู้เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์เพื่อเป็นข้อมูลแนะนำ​ ต่อยอดไปสู่การพัฒนาสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ของร้านค้าต่างๆ หรือแม้แต่การครีเอทอีเวนท์ที่ตอบโจทย์ เพื่อดึงให้คนเข้ามาในศูนย์ได้เพิ่มมากขึ้นด้วย

นอกจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อร้านค้าในศูนย์แล้ว มิกซ์ จตุจักร ยังให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ทั้งการเข้าไปร่วมในกิจกรรมเทศกาลต่างๆ เช่น การจัดงานวันเด็กในพิพิธภัณฑ์เด็ก หรือการส่งเสริมการออกกำลังกายต่างๆ รอบสวนสาธารณะ ​นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ช่วยโปรโมทแนะนำกิจกรรมต่างๆ ​ที่มีอยู่โดยรอบย่านจตุจักร ผ่านช่องทางสื่อสารที่ทางโครงการมี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดึงให้คนเข้ามาในย่านจตุจักรในภาพรวมเพิ่มมากขึ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย

ด้วยการวางแนวทางที่ชัดเจนในการเข้ามาเติมเต็มมากกว่าเข้ามาทดแทน ทำให้มิกซ์ จตุจักร กลายเป็นส่วนหนึ่งของตลาดนัดจตุจักรได้อย่างกลมกลืน และไม่ได้รับการต่อต้านจากพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในพื้นที่มาก่อน ​พร้อมกำหนดวันเปิดให้บริการไว้ในวันที่ 30  สิงหาคม 2562 นี้ ซึ่งปัจจุบันโครงการแล้วเสร็จ​ 80-90% เหลือเพียงการตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจาก ร้านค้าส่วนใหญ่ในศูนย์แห่งนี้ เพิ่งเปิดให้บริการในศูนย์การค้าเป็นครั้งแรก ทำให้มีรายละเอียดที่ต้องดูแลค่อนข้างมาก ขณะที่เป้าหมายในเรื่องของรายได้นั้น ทางสยามพิริยาคาดการณ์ไว้ประมาณปีละ 300-500 ล้านบาท ​โดยราว 80% จะมาจากค่าเช่า ส่วน 20% ที่เหลือจะเป็นรายได้อื่นๆ เช่น ค่าโฆษณา หรืออีเวนท์ต่างๆ ​ที่ตั้งใจจะจัดขึ้นทุกๆ 2 สัปดาห์ ​

เห็นได้ว่า การขับเคลื่อนกลยุทธ์ของ MIXT CHATUCHAK น้ัน สอดคล้องกับเทรนด์การบริหารธุรกิจรีเทลในปัจจุบัน เนื่องจาก การได้มืออาชีพจากธุรกิจรีเทลชั้นนำมาร่วมทีมด้วยไม่ต่ำกว่าสิบราย ประกอบกับอยู่ภายใต้การนำทัพของผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง คุณมีพร ไชยูปถัมภ์ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานมาทั้งในบริษัทขนาดใหญ่ และยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสตาร์ทอัพของตัวเอง ทำให้สามารถผสมผสานข้อดีทั้งจากการทำงานอย่างเป็นระบบ การคิดเป็นขั้นตอน และการปรับตัวได้เร็ว รวมทั้งมีความยืดหยุ่นสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที​ จึงเชื่อว่า หลังต่อภาพทุกอย่างได้เสร็จสมบูรณ์ ย่านจตุจักร จะกลายมาเป็นอีกหนึ่งโซน Tourist Destination ที่สำคัญ​​ได้ไม่แพ้โซนในใจกลางกรุงเทพฯ ได้อย่างแน่นอน