13 ปี “ฮุนได” MPV สู่ “รถยนต์ไฟฟ้า” ความท้าทายครั้งใหม่ที่รอการพิสูจน์

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ “ฮุนได” (HYUNDAI) เป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อปี 2550 ปัจจุบันมีอายุครบ 13 ปี แม้อายุจะเทียบได้กับเด็กน้อยในวัยมัธยมศึกษา ทว่าชื่อชั้นของฮุนไดที่ผ่านมา ก็มีพัฒนาการอย่างโดดเด่นและมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนได้จากยอดจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จากปีแรกที่มียอดจำหน่ายรถยนต์เพียงไม่กี่ร้อยคัน ปัจจุบันยอดขายสะสมหรือได้จำหน่ายไปกว่า 44,000 คันแล้วในประเทศไทย ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกของกลุ่มฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ในครึ่งปีแรกของปี 2562 อยู่ที่ 2.12 ล้านคัน จัดอยู่ใน Top 5 แบรนด์ที่มียอดขายดีที่สุดในโลก เรียกได้ว่าฝีมือของแบรนด์รถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้นี้ไม่ธรรมดา อะไรคือ กลยุทธ์ขับเคลื่อนให้ฮุนไดสามารถก้าวสู่ความสำเร็จจนกลายเป็นแบรนด์รถยนต์ระดับแถวหน้าที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยและคนทั่วโลกได้อย่างงดงามนั้น มาค้นหาคำตอบกัน

กว่า 1 ทศวรรษที่ชื่อ “ฮุนได” โลดแล่นบนสังเวียนรถยนต์ไทย

แม้ว่าชื่อเสียงของฮุนไดในประเทศไทย อาจจะไม่หวือหวาและครองความนิยมเหมือนรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น แต่ในเกาหลีใต้ ฮุนไดเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมายาวนาน โดยดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท และรถยนต์ก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เรือธงที่สร้างทั้งชื่อและยอดขายให้ฮุนไดจนโด่งดังไปทั่วโลกมาถึงปัจจุบัน โดยก้าวแรกของแบรนด์ฮุนไดเกิดขึ้นในปี 1947 เมื่อ Chun Ju-Yung ก่อตั้งบริษัท ฮุนได เอนจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เพื่อดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งกิจการมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งในปี 1967 จึงเกิดความคิดที่จะขยายกิจการด้านยานยนต์ขึ้น จึงก่อตั้งบริษัท ฮุนได มอเตอร์ พร้อมกับเปิดตัวรถยนต์รุ่นแรกในชื่อ Pony ออกสู่ตลาดในปี 1975 จากนั้นก็ส่งออกรถยนต์ไปทำตลาดในประเทศต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จ และกลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่น

สำหรับประเทศไทย  ฮุนไดได้ตัดสินใจเข้ามาทำตลาดรถยนต์อย่างจริงจัง  จากการลงทุนของ บริษัท โซจิทซ์ คอร์ปปอเรชั่น โดยได้ก่อตั้งบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ขึ้น และในปี 2550 ได้นำร่องส่งรถยนต์รุ่นโซนาต้า คูเป้ และซานตาเฟ่ มาชิมลางตลาดเป็นครั้งแรก จากนั้นอีกเพียง 1 ปี ฮุนไดก็นำรถยนต์กลุ่ม MPV ในตระกูล H-1 ซีรีส์ มาทำตลาดต่อเนื่องทันที ซึ่งสร้างความสำเร็จครั้งใหญ่ให้กับฮุนได เพราะ H-1 ซีรี่ส์ สามารถสร้างความฮือฮานับตั้งแต่เปิดตัวสู่ตลาด จนกลายเป็นรถยนต์ MPV ต้นแบบที่ได้รับความนิยมและปัจจุบันมียอดขายสูงสุดในประเทศไทยด้วย

สิ่งที่ทำให้รถยนต์ฮุนไดสามารถเข้าถึงและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยเพิ่มขึ้นภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นผลมาจากการมุ่งให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างหนัก ทั้งในเรื่องของคุณภาพ และการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ ทั้งดีไซน์อันโดดเด่นหรูหราเป็นเอกลักษณ์ ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถรุ่นใหม่ได้อย่างตรงใจ รวมไปถึงการบริการและการดูแลสมาชิกผู้ใช้ด้วยความจริงใจ

ไม่ใช่แค่ผู้นำ MPV แต่ “รถยนต์ไฟฟ้า” ก็เจ๋ง

ปัจจุบันแม้ฮุนไดจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทย แต่ฮุนไดไม่หยุดนิ่งเพียงแค่นี้ โดยยังคงทุ่มเทพัฒนานวัตกรรมยานยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพออกมาตอบโจทย์ความต้องการผู้ขับขี่อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกกลุ่มยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัว รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 2 รุ่นใหม่มาทำตลาด ประกอบด้วย ฮุนได ไอออนิค และฮุนได โคน่า อิเล็คทริค เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อมโลกให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

สำหรับ ฮุนได ไอออนิค ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเอาใจผู้ขับขี่ที่มองหารถยนต์ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจุดเด่นของฮุนได ไอออนิค นอกจากการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงทำให้เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษต่ำที่สุดหรือปราศจากมลพิษ การออกแบบยังโดดเด่นในแบบรถยนต์ซีดาน ทันสมัย แถมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ทำให้ปลอดภัยในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียม ไอออน โพลิเมอร์ ขนาด 28 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 280 กิโลเมตร ซึ่งเหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง โดยให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตันเมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed ที่สามารถพารถยนต์ไปที่ความเร็วสุงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ขณะที่ ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค เป็นรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าที่นอกจากจะช่วยในเรื่องประหยัดน้ำมันแล้ว ยังให้ประสิทธิภาพในการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดอีกด้วย โดยมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง ผสมผสานความแข็งแกร่งของรถเอสยูวี และความแรงของระบบขับเคลื่อนที่ทันสมัย ภายนอกโดดเด่นและแตกต่างด้วยกระจังหน้าแบบปิด เน้นความเรียบง่ายและมีสไตล์ พร้อมไฟ LED สองชั้นและไฟตัดหมอกปลายกันชน โดยปัจจุบัน ฮุนได โคน่า อิเล็คทริก มีให้เลือกสองรุ่นด้วยกัน แตกต่างกันที่ระยะการขับขี่  ประกอบด้วย รุ่น SEL ให้พลังงานยาว 64 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขับได้ระยะไกลถึง 482 กิโลเมตร ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 395 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 7.6 วินาที และรุ่น SE ใช้แบตเตอรี่ระยะสั้นแบบให้พลังงาน 39.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับได้ระยะทาง 312 กิโลเมตร ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 9.7 วินาที เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง

ปัจจุบันฮุนไดนับเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และเปิดตัวได้เพียงไม่นาน ยอดจำหน่ายทั้งสองรุ่นก็เป็นไปตามที่ตั้งไว้

สำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวและรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีสมรรถนะในการขับขี่ยอดเยี่ยมผสานกับดีไซน์หรูหรา สามารถแวะมาสัมผัสและทดลองขับรถยนต์ฮุนไดได้ในงาน BIG Motor Sale 2019 (วันที่ 16 – 25 สิงหาคม 2562 ณ ไบเทคบางนา กรุงเทพฯ) พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นมากมาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุม อาทิ ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน หรือเลือกรับประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท และคูปองบำรุงรักษานาน 36 เดือน หรือ 60,000 กม. สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนได เอช-วัน อิลีท อีกทั้งยังมีรถยนต์ให้ทดสอบครบไลน์อัพอีกด้วย

จากความมุ่งมั่นทุ่มเทในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์อย่างไม่หยุดนิ่ง จึงทำให้วันนี้ “ฮุนได” สามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งแบรนด์รถยนต์ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างรวดเร็ว และสะท้อนให้เห็นชัดว่า เกมนี้ “ฮุนได” ไม่ได้มาเล่น ๆ ทว่าต้องการก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ของเมืองไทยให้ได้ด้วย