ผ่าแผน ‘คริสตัล’ มุ่งสู่เจ้าแห่งน้ำดื่มคุณภาพ เปิดสายการผลิตลำปาง เสริมแกร่งตลาดภาคเหนือ

การแข่งขันอย่างรุนแรงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับเทรนด์ในการดูแลสุขภาพ ส่งผลให้ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดมูลค่าราว 3.6 หมื่นล้านบาท สามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง จากก่อนหน้า ที่อยู่ในภาวะทรงตัว หรือเติบโตได้เพียงเล็กน้อยราว 1 Digit แต่ปัจจุบั​นตลาดกลับมาเติบโตในระดับสูงได้อีกครั้ง จากการทุ่มเม็ดเงินของแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการแก้ Pain Point สำคัญ จากมุมมองของลูกค้าที่มีต่อสินค้าในกลุ่มน้ำดื่ม ว่าไม่มีความแตกต่าง ส่งผลให้การแข่งขันมักจะเกิดขึ้นในรูปแบบของ Price War​ เป็นส่วนใหญ่

ขณะที่คริสตัล หนึ่งแบรนด์ผู้นำในตลาดน้ำดื่มของไทย ยังคงรักษามาร์เก็ตแชร์ให้เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ​จากตัวเลขส่วนแบ่งตลาดในช่วงปี2017ที่มีส่วนแบ่งในขณะนั้น 17% ก่อนจะขยับเพิ่มเป็น20%  ในช่วงไตรมาสแรกของปี2018  และตัวเลขล่าสุด เมื่อราวเดือนกุมภาพันธ์​ 2019ที่ผ่านมา​ แชร์ของคริสตัลก็ยังคงขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ประมาณ21%

ส่วนทิศทางของตลาดน้ำดื่มในรอบปีที่ผ่านมา​ มีอัตราการเติบโตสูงถึง16% ตามสถานการณ์การแข่งขันอย่างรุนแรงในตลาด ​ประกอบกับบรรดาแบรนด์หลักๆ ต่างทุ่มเม็ดเงิน ทั้งในแง่ของการทำตลาด เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางด้านBranding โดยเฉพาะการรักษาLoyaltyต่อแบรนด์ เพื่อเลี่ยงการแข่งขันด้วยราคา ซึ่งคริสตัลเองก็ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแบรนด์ในมิติเหล่านี้มาโดยตลอด ทั้งการสื่อสารแบรนด์เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์ทำให้มีความแตกต่างจากน้ำดื่มทั่วไป และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อน้ำดื่ม

ควบคู่ไปกับการตอกย้ำผ่านพรีเซ็นเตอร์อย่าง “นาย ณภัทร” ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ ในแง่ของการให้ความสำคัญกับการใส่ใจในเรื่องของคุณภาพอย่างพิถีพิถันได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดการรับรู้แบรนด์ไปในวงกว้างได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจเรื่องของคุณภาพ และการดูแลสุขภาพ

 

อัดเต็มสูบสายการผลิตลำปาง

นอกจากมิติของแบรนด์แล้ว คริสตัลยังให้ความสำคัญกับ​การเพิ่มศักยภาพด้านการผลิต และความสามารถในการ​กระจายสินค้าให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุม เนื่องจาก ธรรมชาติของน้ำดื่มที่สามารถเป็นสินค้าที่ทดแทนกันได้ แม้จะแก้Pain Pointด้วยการทำให้แบรนด์แข็งแรง ทั้งในแง่Awareness หรือเพิ่มLoyaltyให้สูงได้มากแค่ไหนก็ตาม แต่หากเวลาที่ลูกค้าต้องการซื้อสินค้าแล้วไปถึงจุดขาย แต่ไม่มีสินค้าที่ต้องการ สุดท้ายแล้วก็จะเลือกซื้อแบรนด์อื่นทดแทนไปในที่สุด

ดังนั้น อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่คริสตัลจะใช้เพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ คือ Crystal Everywhereหรือ การกระจายน้ำดื่มคริสตัลให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าได้ทั่วทั้งประเทศ ภายใต้ฐานกำลังในการผลิตจากโรงงานที่มีอยู่ 14แห่งและกองกำลังด้านโลจิสติกส์ทั้งรถกระจายสินค้าบนเส้นทางหลักมากกว่า1พันคัน และหน่วยสนับสนุนในพื้นที่ย่อยๆ อีกหลายร้อยคัน เพื่อให้สามารถกระจายน้ำดื่มคริสตัลไปได้ในทุกๆ พื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตได้สูง

นำมาซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดของคริสตัลกับการเปิดสายการผลิตแห่งใหม่ในจังหวัดลำปาง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดน้ำดื่มในภาคเหนือด้วยความสามารถในการผลิตน้ำดื่มสู่ตลาดได้ถึง100 ล้านลิตรต่อปี ภายใต้เทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อให้สามารถส่งมอบน้ำดื่มคุณภาพที่สดใหม่ ตรงถึงมือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ทั้งนี้ สายการผลิตน้ำดื่มคริสตัลแห่งใหม่ ของบริษัท ไทยดริ้งค์ ตั้งอยู่ที่ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ดำเนินงานด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการผลิตรุ่นล่าสุดจากประเทศเยอรมนี ซึ่งใช้เครื่องจักรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานในการผลิตต่ำ ทำให้ใช้ทรัพยากรได้อย่างยั่งยืนและไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ผสานกับนวัตกรรมที่ค้นคว้าและวิจัยโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญในสายงานพัฒนาเครื่องจักรและหุ่นยนต์ของ บริษัท เบฟเทค บริษัทในเครือไทยเบฟเวอเรจ เป็นการเพิ่มศักยภาพให้พนักงานท้องถิ่นในการทำงานร่วมกับเครื่องจักรและหุ่นยนต์เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Automation) ให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วและสร้างคุณค่าในการทำงาน

นอกจากนี้ ​กระบวนการผลิตน้ำดื่มคริสตัลยังคงมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยในปี 2562 น้ำดื่มคริสตัลได้รับรางวัล “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด” ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6 และได้รับรางวัลรับรางวัล No.1 Brand Thailand 2018-2019 (แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย) หมวดสินค้า Natural Water เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนถึงการพัฒนาคุณภาพสินค้าที่ไม่หยุดนิ่ง ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พร้อมทั้งยังได้นำระบบ Wastewater Zero Discharge มาบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด โดยน้ำที่เหลือจากกระบวนการผลิตจะนำมาปรับค่า PH ก่อนปล่อยเข้าบ่อผึ่ง เพื่อนำกลับมาใช้หมุนเวียนภายในโรงงาน เช่น ใช้ในพื้นที่เกษตรของโรงงาน เป็นต้น

เสริมแกร่งจุดยุทธศาสตร์

คุณปรางณี ไชยพิเดช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สายการผลิตน้ำดื่มคริสตัล บริษัท ไทยดริ้งค์ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง มีกำลังการผลิตถึง 100 ล้านลิตรต่อปี โดยการขยายสายการผลิตน้ำดื่มคริสตัลในครั้งนี้ นอกจากเป็นไปตามความมุ่งหมายสำคัญที่ต้องการกระจายน้ำดื่มคริสตัลให้มีจำหน่ายครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และยังเป็นการผนึกกำลังการผลิตร่วมกับโรงงานนครสวรรค์และกำแพงเพชร เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดน้ำดื่มในเขตพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมดด้วย

ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวนับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อส่งสินค้าเข้าศูนย์กระจายสินค้าของโมเดิร์นเทรดและห้างท้องถิ่นขนาดใหญ่หลายแห่ง เนื่องจากจังหวัดลำปางมีพื้นที่เชื่อมต่อจังหวัดภาคเหนือตอนบนทั้งเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แพร่ พะเยา สุโขทัย และตาก นับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนค่าขนส่ง ขณะเดียวกันก็สามารถกระจายน้ำดื่มคริสตัลให้ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างทั่วถึงมากขึ้นด้วย โดยปัจจุบันการเติบโตของตลาดภาคเหนือเติบโตที่ 14% ขณะที่คริสตัลมีการเติบโตในเขตภาคเหนือเพิ่มขึ้นที่ 18% และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ​

นอกจากการเปิดสายการผลิตน้ำดื่มอย่างเป็นทางการแล้ว น้ำดื่มคริสตัลยังจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนให้คนในชุมชนและคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่ของโรงงานฯ เห็นความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการรีไซเคิลพลาสติก โดยส่ง “นาย ณภัทร” พรีเซ็นเตอร์น้ำดื่มคริสตัลร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างจิตสำนึก สร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และกระบวนการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว รวมทั้งส่งมอบ สถานีรักษ์โลก (Upcycling Station)ให้กับธนาคารศูนย์บาท วัดน้ำผึ้งชาวไร่อ้อย โดยรณรงค์ให้ผู้บริโภคนำขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว มาแยกชิ้นส่วนขวดพีอีที ฉลาก และฝา ที่สถานีรักษ์โลก เพื่อนำชิ้นส่วนเหล่านั้นไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไป นับเป็นการหนุนให้เกิดการเปลี่ยนสร้างการหมุนเวียนการใช้พลาสติกเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของคริสตัลในครั้งนี้  เป็นการขยับเพื่อรองรับการแข่งขันและโอกาสในการเติบโตพร้อมเป็นการต่อภาพใหญ่ให้ล้อไปกับนโยบายของบริษัทแม่อย่างThaiBevเพื่อผลักดันให้บริษัทและแบรนด์ในเครือ มีศักยภาพในการเติบโตไปสู่ความเป็นแบรนด์น้ำดื่มคุณภาพอันดับ 1 ของคนไทย