Home Brand Move !! ส่องทุกมุม ‘ดิจิทัล สโตร์’ ครั้งแรกในธุรกิจค้าส่งประเทศไทย Big Move รอบ 30 ปี ของแม็คโคร

ส่องทุกมุม ‘ดิจิทัล สโตร์’ ครั้งแรกในธุรกิจค้าส่งประเทศไทย Big Move รอบ 30 ปี ของแม็คโคร

เปิดให้บริการสาขาล่าสุด ลำดับที่ 129 ด้วยคอนเซ็ปต์แม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส ที่ลาดกระบัง และถือเป็นสาขานำร่องในการเป็นดิจิทัล สโตร์ แห่งแรกของแม็คโคร รวมทั้งในธุรกิจค้าส่งและบริการด้านฟู้ดเซอร์วิสในประเทศไทย เพื่อให้เป็นต้นแบบห้างค้าส่งอัจฉริยะ ที่ใช้เวลาในการพัฒนาและก่อสร้างมากว่า 1 ปี ด้วยการนำ AI รวมทั้งอุปกรณ์ดิจิทัลและเทคโนโลยีถึง 32 ประเภท เพื่อการทำงานที่เชื่อมต่อกันทั้งพนักงาน คู่ค้า และลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการทำงาน และบริการที่ดีขึ้น ความสามารถในการประหยัดพลังงาน รวมทั้งประสิทธิภาพในการทำธุรกิจของกลุ่มลูกค้าและผู้ประกอบการได้ดีมากขึ้น

คุณศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การนำร่องพัฒนาดิจิทัล สโตร์แห่งแรกของแม็คโครในครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งใน Big Move  ของแม็คโครในรอบ 30 ปี เพื่อให้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป และพร้อมสำหรับการเป็นศูนย์ธุรกิจค้าส่งแห่งอนาคต และเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของธุรกิจค้าส่งที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ที่ไม่เพียงช่วยให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น แต่ยังช่วยให้ ลูกค้าจับจ่ายได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากที่สุด

“ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแม็คโคร ซึ่งโฟกัสที่ธุรกิจในกลุ่ม B2B ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในธุรกิจโฮเรก้า ร้านอาหาร หรือบริการจัดเลี้ยงต่างๆ ความต้องการและความคาดหวังในการมาช้อปปิ้งแต่ละครั้ง จึงแตกต่างจากกลุ่มลูกค้า B2C ดังนั้นการพัฒนาดิจิทัลในแม็คโครจึงต่างจากศูนย์การค้าทั่วไป เนื่องจาก ลูกค้าทั่วไปอาจให้ความสำคัญกับ Shopping Experience ขณะที่กลุ่มลูกค้าแม็คโครจะคาดหวังความครบถ้วนของสินค้า การให้บริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพราะการมาห้างแต่ละครั้งของลูกค้า B2B ไม่ต่างกับการมาทำงาน มาเพื่อซื้อของเข้าสต็อก เมื่อมาแต่ละครั้งจึงต้องได้ของครบ เพราะบางคนไม่ได้มาบ่อย ต้องปิดร้านหรือทิ้งธุรกิจที่ต้องดูแลอยู่ ทำให้ต้องรีบมา รีบกลับ ไม่ใช่มาเดินเที่ยวเล่น ​ดิจิทัล สโตร์ของแม็คโคร จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อโฟกัส Productivity และ Efficiency ของธุรกิจเป็นหลัก รวมทั้งความพึงพอใจทั้งของลูกค้า พนักงาน รวมทั้งซัพพลายเออร์ที่ดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง”​

สร้างต้นแบบห้างค้าส่งแห่งอนาคต

สำหรับการลงทุนในสาขานี้ ใช้งบราว 200 ล้านบาท โดยงบกว่า 13% หรือ 26 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งอุปกรณ์ดิจิทัลที่เพิ่มมาจากสาขาอื่นๆ จำนวน 32 รายการ เพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจ และประสิทธภาพในการทำงานของพนักงาน รวมทั้งช่วยลดการใช้พลังงาน และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น

เพิ่มประสิทธิภาพในการบริการลูกค้า เช่น การติดตั้งกล้อง AI อัจฉริยะ จำนวน 25 ตัว ในพื้นที่ 20% ของพื้นที่ขาย เพื่อความสามารถในการมอนิเตอร์สินค้าขาดสต๊อก และเติมสินค้าให้เพียงพอต่อการซื้อตลอดเวลา หรือ การมีระบบคิวบัสเตอร์ เสริมทีมผู้ช่วยให้ชำระเงินได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะพฤติกรรมลูกค้าแม็คโครที่การซื้อต่อครั้งค่อนข้างมาก ไม่ต่ำกว่า 10 รายการต่อครั้ง ทำให้ใช้เวลาในการชำระสินค้าแต่ละครั้งค่อนข้างนาน

ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการในสาขา เช่น การมีป้ายราคาอัจฉริยะ ที่สามารถเปลี่ยนสินค้าทั้งร้านที่มีกว่า 8 พันรายการ ได้ภายใน 40 วินาที ทุกๆ ครั้งที่มีข้อมูลใหม่ๆ หรือมีระบบทำความเย็นอัตโนมัติและตรวจจับความร้อน เพื่อรักษาอุณหภูมิและคุณภาพของสินค้าได้ดียิ่งขึ้น

การประหยัดพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว เช่น การผลิตไฟฟ้าจากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในสาขา ทำให้ช่วยลดพลังงานและประหยัดค่าไฟลงได้กว่า 35%, ​การมีหน้าจอแสดงความสามารถในการลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสาขา, มีจุดบริการชาร์ตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ลูกคาที่หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งการอบรมพนักงานทุกคนในสาขา ให้มีความเข้าใจและเชียวชาญการใช้เทคโนโลยีต่างๆ อย่างเชี่ยวชาญ เพื่อให้คำแนะนำแก่ลูกค้าเพื่อให้มีความคุ้นเคยและสามารถใช้เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ทางแม็คโคร คาดหวังศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของสาขาลาดกระบัง ในฐานะดิจิทัล สโตร์ สาขาแรกไว้เบื้องต้นว่า ประสิทธิภาพต่างๆ ในภาพรวม ทั้งจำนวนสินค้าขาดสต็อกต้องลดลง ประสิทธิภาพที่จะให้บริการได้เร็วขึ้น ลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น หรือยอดขายหรือจำนวนลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมาบ่อยขึ้น จะขยับสูงกว่าเดิมราว 5% รวมทั้งจะดูผลตอบรับจากสาขนแรกนี้ก่อนราว 6-10 เดือน เพื่อที่จะประเมินผลและเป็นข้อมูลในการพัฒนาดิจิทัล สโตร์ ในสาขาอื่นๆ เพิ่มเติมตามาในอนาคต

“แม็คโคร มีเป้าหมายในการพัฒนาธุรกิจเพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าธุรกิจ B2B ที่มีความทันสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะการทำความเข้าใจ Painpoint และอินไซต์ของกลุ่มเป้าหมายอย่างถ่องแท้ และสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการในฐานะ คู่คิดทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการด้วยการมีสินค้ารองรับได้ทุกความต้องการ ในคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผล”​

ไตรมาสแรกยังเติบโตได้กว่า 7%

สำหรับผลประกอบการของแม็คโครในไตรมาสแรกที่ผ่านมานั้น ยังคงทำยอดขายเติบโตได้ที่ 7.5% ด้วยมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 4.7 หมื่นล้านบาท โดยปัจจัยการเติบโตมาจาก ความสามารถในการขยายสาขาใหม่ตามเป้าหมายที่วางไว้มาตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะในต่างประเทศที่มีการเปิดสาขาในกัมพูชาและอินเดีย ส่วนสาขาใหม่ในไทยแม้ไม่มีการขยายเพิ่มในไตรมาสแรก แต่ในไตรมาสสองนี้จะทยอยเปิดต่อเนื่อง โดยหลังจากเปิดแม็คโคร ลาดกระบังแล้ว โลเกชั่นที่จะเปิดตามมาเป็นสาขาลำดับที่ 130 คือ สาขานาทองเจริญ ที่ อ.ลำลูกกา ปทุมธานี ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้ ส่วนในสาขาเดิมยังรักษายอดเติบโตของ Same Store ไว้ได้ที่กว่า 4% รวมทั้งจากการเติบโตของธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสเอง

ในส่วนของพื้นที่ขายรวมของบริษัท สยามแม็คโคร ในปัจจุบันมีรวมกว่า 7.72 แสนตารางเมตร จากจำนวนสาขารวม 129 แห่งในประเทศ  ในคอนเซ็ปต์แม็คโคร คลาสสิก 79 แห่ง, แม็คโคร ฟูดเซอร์วิส 25 แห่ง, แม็คโคร อีโค พลัส 13 แห่ง แม็คโคร ฟู้ดช้อป 5 แห่ง และร้านสยามโฟรเซ่น 7 แห่ง รวมทั้งสาขาในต่างประเทศอีก 5 แห่ง และยังมีร้านค้าอย฿ในธุรกิจกลุ่มฟู้ดเซอร์วิสอีก 1 แห่ง

ขณะที่สาขาล่าสุดอย่าง แม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส ลาดกระบังนั้น ถือเป็นดิจิทัลสโตร์แห่งแรกของธุรกิจค้าส่งในประเทศไทย โดยเทคโนโลยีต่างๆ ​วางระบบเป็น Agile Ecosystem ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมได้ตลอดเวลา เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อยางสูงสุด ​มีพื้นที่โดยรวม 6,700 ตารางเมตร พื้นที่เฉพาะในส่วนอาคาร 2,600 ตารางเมตร และพื้นที่ขายรวม 1,900 ตารางเมตร ส่วนความล้ำสมัยของแม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส สาขาลาดกระบัง ในฐานะดิจิทัล สโตร์ แห่งแรกของธุรกิจค้าส่งในประเทศไทย จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ไปส่องกันเลย

สื่อโฆษณาดิจิทัลในสาขาเต็มรูปแบบ : ทั้งทีวีแอลอีดี ทางเข้าสาขาบอกโปรโมชั่น แม็คโครเมลล์, แอลอีดีอัพเดท แจ้งโปรโมชั่นต่างๆ แผนผังสโตร์ค้นหาตำแหน่งสินค้า, ดูการทำอาหารเมนูต่างๆ ในแผนกอาหารสด,​ป้ายโปรโมชั่นอัอจฉริยะบอกราคา สแกนได้ทั้ง QR Code, ตรวจสอบย้อนกลับ แทรกหนังโฆษณา, ดิจิทัลเช้ลฟ์ทอล์กเกอร์ เพื่อบอกโปรโมชั่นทั้งของแม็คโครและคู่ค้า รวมทั้งป้ายโฆษณาดิจิทัลจุดชำระเงิน

คิวบัสเตอร์ (Queue Buster) : หากแถวชำระเงินยาว พนักงานที่มีเครื่องหมาย Q Buster จะนำเครื่องสแกนเนอร์ประจำตัวมาช่วยสแกนบาร์โค้ดสินค้าต่างๆ พร้อมทั้งบันทึกรายการสินค้าไว้ที่หมายเลขบัตรสมาชิก เมื่อถึงคิวชำระเงินก็ยื่นบัตรพร้อมสำหรับคิดเงินได้ทันที

ป้ายราคาอัจฉริยะ (ESL- Electronic Shelf Label) : เปลี่ยนป้ายกระดาษเป็นป้าย LED หลากหลายขนาด เพื่อปฏิวัติวงการธุรกิจค้าส่งและการบริหารจัดการภายใน เชื่อมโยงข้อมูลสินค้า รายละเอียด โปรโมชั่น ตำแหน่งการจัดวาง สต็อกสินค้า แก้ปัญหาคลาสสิกเรื่องราคาไม่ตรงกับป้าย และเพิ่มประสิทธภาพในการทำงานได้มากขึ้น

กล้อง AI อัจฉริยะ : นวัตกรรมในการตรวจสต็อกชั้นวางสินค้า นำมาประยุกต์เข้ากับการจัดการความเคลื่อนไหวของสินค้าแต่ละแผนก โดยทำงานร่วมกับ ESL เพื่อระบุตำแหน่ง ตรวจจับสถานะของชั้นวางแบบเรียลไทม์ สามารถเตือนให้เติมสินค้าได้ทันความต้องการ จากการเช็คผ่านแผงตรวจสอบการปฏิบัติงาน (Operation Dashboard)

หน้าจอ Eco-Friendly : แจ้งสถานะการใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ พร้อมบอกจำนวนการใช้พลังงานแต่ละจุด เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการใช้ไฟเกินค่ามาตรฐาน (FTE) เพื่อการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องคิดเงินสองหน้าจอ : แสดงรายการสินค้าที่ถูกสแกนไปพร้อมๆ กับแคชเชียร์ เพื่อเช็คความถูกต้องไปพร้อมกัน พร้อมีช่องแสดง QR Code สำหรับชำระเงิน ​ที่สามารถเลือกจ่ายได้ตามที่ต้องการทั้งเงินสด บัตรเครดิต หรือ QR Payment

แอลอีดี อีคอมเมิร์ซ : สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์​ (makroclick) โดยมีการตั้งจอไว้ตรงทางเข้า เพื่อให้สามารถสั่งสินค้าที่ไม่มีจำหน่ายในสาขาผ่านระบบอีคอมเมิร์ซได้เลย

Picking Solution : ระบบการส่งของที่รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะซื้อสินค้าที่สาขาหรือสั่งผ่าน makroclick พนักงานจะรับคำสั่งซื้อผ่าน handheld เพื่อนำส่งลูกค้าภายในวันรุ่งขึ้น โดยคิดค่าขนส่งตามระยะทาง และลูกค้าสามารถเช็คสถานะการจัดส่งได้ด้วย ซึ่งการสั่งรูปแบบนี้ช่วยลดใบสั่งซื้อที่เป็นกระดาษได้ถึง 6 แสนแผ่นต่อปี หรือลดการตัดต้นไม้ลง 300 ต้นต่อปี

ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าแม็คโคร : ตุ๊กตุ๊กพลังงานไฟฟ้า  ส่งเสริมการขนส่งแบบประหยัดพลังงาน พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ขนาดพอเหมาะ เพื่อนำพลังงานมาใช้ในห้องควบคุมอุณหภูมิ สำหรับใช้ในการจัดส่งสินค้าบริเวณใกล้เคียง ในรัศมี 5 กิโลเมตรโดยรอบ โดยจัดส่งได้ทั้งอาหารสด และสินค้าโกรเซอรี่ทั่วไป

จุดชาร์ตไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า  : อยู่ที่บริเวณลานจอด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า และช่วยประหยัดพลังงาน

ระบบทำความเย็นอัจฉริยะ (Water Loop Heat Exchange) : ลดการใช้พลังงานจากระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ ด้วยการกระจายการทำงานเป็นชุดอิสระ ควบคุม สั่งการผ่านระบบส่วนกลางที่เข้าถึงได้ผ่านแท็บเล็ต เพื่อความสะดวกและแม่นยำในการปฏิบัติงานของพนักงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ตกลง อ่านเพิ่มเติม