“ไอคอนสยาม” ผงาดคว้ารางวัลโครงการที่ออกแบบดีที่สุดในโลก บนเวที World Retail Awards 2019

 

ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้คนในแวดวงค้าปลีกจากทั่วโลกเพิ่งรวมตัว ตบเท้าเข้าร่วมงานประกาศรางวัลครั้งสำคัญ World Retail Awards ประจำปี 2019 ซึ่งจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติ เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและวงการค้าปลีกไทยเป็นอย่างมาก เมื่อบนเวทีได้ประกาศชื่อ “ไอคอนสยาม” อภิมหาโครงการเมืองสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีสยามพิวรรธน์เป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของและผู้พัฒนาโครงการร่วมกับ  เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น  ให้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในฐานะโครงการที่ออกแบบดีที่สุดในโลก หรือ Best Store Design of the Year

คุณชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของและผู้ร่วมพัฒนาโครงการ ซึ่งเดินทางไปร่วมงานมอบรางวัลดังกล่าวด้วยตัวเอง ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า “ความสำเร็จของไอคอนสยาม เกิดจากการรวมพลังความคิดสร้างสรรค์ครั้งยิ่งใหญ่ระดับชาติอย่างแท้จริง ซึ่งต้องขอขอบคุณหัวใจคนไทยหลายภาคส่วน ผู้มีความรู้ความสามารถจากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ภาคธุรกิจ ภาคราชการ ศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ รวมถึงผู้คนจากนานาสาขาอาชีพจากทั่วประเทศไทย และผู้ชำนาญการในด้านต่างๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากหลากหลายประเทศที่รักเมืองไทย รวมแล้วเป็นทีมผู้ร่วมสร้างสรรค์นับพันคน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีความปรารถนาที่จะช่วยกันสร้างสัญลักษณ์ใหม่ให้เป็นตัวแทนจินตนาการแห่งยุค เสริมสร้างให้คนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทย และช่วยกันสืบทอดความงดงามของความเป็นไทยในทุกมิติสู่ชนรุ่นหลัง อีกทั้งให้คนทั่วโลกที่มาเยือนรู้สึกหลงรักและประทับใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้คณะกรรมการได้เปิดเผยเหตุผลในการตัดสินให้ ไอคอนสยาม ได้รับรางวัลชนะเลิศ Best Store Design of the Year เพราะว่า ไอคอนสยาม คือสถาปัตยกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด อีกทั้งยังสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการค้าปลีกและก้าวไปสู่อนาคต  เนื่องจากผสมผสานรูปแบบค้าปลีก ที่พักอาศัย และความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และร่วมมือกับศิลปินและช่างฝีมือจากทั่วประเทศไทยและจากทั่วโลก ตลอดจนร่วมมือทำงานกับชุมชนโดยรอบ และผู้ประกอบการร้านค้า ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ในการสร้างโครงการที่มิใช่มีแค่เรื่องของธุรกิจ หากแต่เป็นโครงการที่นำทั้งวัฒนธรรม นวัตกรรม และงานศิลป์มาไว้รวมกันอย่างเยี่ยมยอด”

นอกจากนั้น บนเวที World Retail Awards ประจำปี 2019 ยังได้มีการประกาศชื่อ “ชฎาทิพ จูตระกูลกรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ให้ได้รับเกียรติสูงสุดในฐานะผู้หญิงไทยคนแรก ที่ได้รับการจารึกชื่อในหอเกียรติยศของสภาการค้าปลีกโลก (World Retail Hall of Fame 2019) ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางและการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกในระดับโลก โดย “ชฎาทิพ” ได้กล่าวภายหลังขึ้นรับรางวัลว่า “ความภาคภูมิใจประการหนึ่งของสยามพิวรรธน์คือการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีโลก และการประกาศให้โลกรู้ว่าพวกเราคนไทยมีความคิดสร้างสรรค์ มีความรู้ความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก รางวัลอันทรงเกียรตินี้ไม่เพียงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับนับถือของนานาประเทศมากขึ้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของเกียรติยศ ความสำเร็จและความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน เสมือนเป็นการนำเอาธงชาติไทยไปโบกสะบัดบนเวทีโลกร่วมกัน”

ทั้งนี้ หากมองย้อนเส้นทางตลอดระยะเวลา 60 ปีของสยามพิวรรธน์ ซึ่งเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับโลกมากมาย จะพบว่ากลยุทธ์สำคัญของสยามพิวรรธน์คือการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัยและนวัตกรรมในการสร้างต้นแบบ สร้างความแตกต่างฉีกกรอบเดิมๆ ด้วยการบุกเบิกคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ และนำมาตรฐานใหม่ๆ มาพัฒนาวงการอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีก โดยมีความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งได้สร้างปรากฏการณ์ปฏิวัติวงการที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ในประเทศ แต่รวมถึงวงการค้าปลีกของโลกให้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า และล้วนเป็นการพลิกเกม (Game Changer) ครั้งยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น ทั้งนี้คุณชฎาทิพ ได้กล่าวไว้ในงานแถลงข่าวใหญ่ของสยามพิวรรธน์เมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า “วันนี้ สยามพิวรรธน์ได้ก้าวข้ามการแข่งขันภายในประเทศ สู่การเป็น ‘ผู้นำแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ (Creative Economy) เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่เป็นคนแรก และสร้างมหาปรากฎการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน นำเกียรติยศและการยอมรับบนเวทีโลกมาสู่คนไทยและประเทศไทย ตามความมุ่งมั่นที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำพาประเทศไทยไปยิ่งใหญ่บนเวทีโลก”

นับตั้งแต่ “สยามเซ็นเตอร์” ซึ่งเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2516 ในฐานะศูนย์การค้ามาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย เป็นแหล่งแฮงก์เอาท์ยอดนิยมของวัยรุ่นทุกยุคทุกสมัย ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นและเป็นเวทีแจ้งเกิดของดีไซเนอร์ไทยมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันได้ต่อยอดเอกลักษณ์อันโดดเด่นและแตกต่าง พลิกโฉมสู่การเป็นเมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ และเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ให้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมเยือน โดยสยามเซ็นเตอร์เคยได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ด้านการออกแบบและพัฒนาโครงการ จาก ICSC’s VIVA Awards อีกด้วย

“สยามดิสคัฟเวอรี่” ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์แห่งแรกของประเทศ เปิดบริการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2540 โดยในภายหลังได้พลิกโฉมกลายเป็น สยามดิสคัฟเวอรี่ – ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม โครงการค้าปลีกที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ไฮบริด รีเทล สโตร์แห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาค นำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลายตามเทรนด์และความสนใจของลูกค้าและผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเป็นสำคัญ (Customer Centric) โดยได้คว้ารางวัลชนะเลิศจาก 2 เวทีใหญ่ของแวดวงค้าปลีกระดับโลกในปีเดียวกัน ได้แก่ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ด้านการออกแบบและพัฒนาโครงการ จาก ICSC’s VIVA Awards และรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 โครงการที่ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ดีที่สุดในโลก จาก World Retail Awards เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งความภาคภูมิใจของวงการค้าปลีกประเทศไทย

“สยามพารากอน” โครงการที่สร้างปรากฏการณ์และความน่าตื่นเต้นทั้งด้านการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบนับตั้งแต่เปิดบริการในปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน “Global Destination” เนื่องจากเป็นโครงการที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยี่ยมเยือนประเทศไทยเป็นจำนวนมาก และเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเช็คอินบนเฟซบุ๊กมากที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของโลกในปี พ.ศ. 2558 และเป็นสถานที่ที่มีคนถ่ายรูปโพสต์ลงอินสตาแกรมมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ในปี พ.ศ. 2556 ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างแท้จริง

โดยปัจจุบัน สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ผนึกกำลังร่วมกันเกิดเป็นแพลตฟอร์มใหม่ในชื่อ “วันสยาม” (OneSiam) ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายครบทุกมิติ และเป็นจุดหมายปลายทางที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจและมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่เหนือระดับให้กับผู้มาเยือนจากทั่วโลก มาจนถึง “ไอคอนสยาม” อภิมหาโครงการเมือง ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ (New Paradigm) ในการทำธุรกิจในรูปแบบ “Co-Creation’ หรือการร่วมกันรังสรรค์ ซึ่งเกิดขึ้นจริงแล้วอย่างเป็นรูปธรรมและในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน เพราะมีการรวมพลังผู้มีความรู้ความสามารถจากชุมชนทั่วประเทศ ภาคธุรกิจ ภาคราชการ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ในรูปแบบ “Shared Value” หรือการสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นร่วมกันทุกฝ่าย แผ่กระจายผลประโยชน์ไปในวงกว้างทั้งระดับชุมชน สังคม และประเทศ

และการจับมือครั้งสำคัญล่าสุดกับ ‘ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป’ (Simon Property Group) อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นเจ้าของโครงการพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต ที่คนไทยรู้จักกันดี อย่าง Woodbury Common Premium Outlets (New York), Gotemba Premium Outlets (Tokyo) ที่จะมาร่วมเปิด Siam Premium Outlets โครงการอินเตอร์เนชั่นแนลลักชัวรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโครงการยิ่งใหญ่ที่น่าจับตามอง