Facebook ประกาศปิด 10 เพจ และ 12 แอคเคานท์ในไทย เหตุพัวพันเครือข่ายปั้นข่าวลวง


วันนี้ Facebook(เฟซบุ๊ก) ประกาศปิด Facebook Page ในประเทศไทย ทั้งสิ้น 10 เพจ  บวกกับ 12 แอคเคานท์ผู้ใช้งาน ด้วยข้อสังเกตุที่มีงาน ฝ่ายนโยบายความปลอดภัยไซเบอร์ ของ Facebook ตรวจพบว่า ทั้ง 10 เพจ และ 12 แอคเคานท์ดังกล่าวมี พฤติกรรมร่วมกันในการสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวตน” (Coordinated Inauthentic Behavior หรือ CIB) ซึ่งหมายถึง พฤติกรรมที่บุคคลหรือกลุ่มคนทำงานร่วมกัน เพื่อทำให้ผู้ใช้งานคนอื่นเข้าใจผิด บิดเบือนข้อมูล 

CIB คืออะไร – จับได้ยังไง 
พฤติกรรมที่เข้าข่าย พฤติกรรมร่วมกันในการสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวตน”  ดังกล่าว ประกอบด้วย 1.เริ่มต้นจากการสร้างตัวตนปลอม 2. ใช้ตัวตนปลอมทั้งหลายเหล่านั้น สร้าง Engagement ในเพจ เพื่อทำให้ข้อความที่โพสต์ได้รับความนิยม 3. สร้างความเข้าใจผิดว่าข้อมูลหรือข้อความที่อ้างอิงมาจากเว็บไซต์ข่าวที่น่าเชื่อถือ

ซึ่งทาง Facebook ใช้กระบวนการตรวจจับด้วยระบบ และทีมงาน โดยทีมงานนี้ประกอบไปด้วยฝ่ายกฎหมาย, ฝ่ายเทคโนโลยี และฝ่ายโปรดักท์ที่ทำงานผสานความร่วมมือกัน อีกทั้งยังมีหน่วยงาน Civil Society ที่ชื่อว่า Atlantic Council ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านวิธีการเขียนบทความ จนสรุปได้ว่า แอคเคานท์และเพจเหล่านี้มีพฤติกรรมที่ใช้เครือข่ายร่วมกันสร้างความเข้าใจผิดให้สังคม

และเมื่อสอบสวนต่อไปพบว่าพฤติกรรมทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับกระบวนการหนึ่งที่ชื่อว่า News Eatern Outlook ซึ่งมีฐานการทำงานอยู่ที่รัสเซีย

นาธาเนียล ไกลเชอร์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายความปลอดภัยไซเบอร์ของ Facebook ให้สัมภาษณ์ผ่านทาง Video Conference กับสื่อมวลชนไทย โดยย้ำว่า

“เรา Take Down(ปิดเพจ-แบนแอคเคานท์) เหล่านี้ เราไม่ได้ทำเพราะเนื้อหาที่เพจหรือบุคคลพวกนี้ทำ แต่เพราะรูปแบบพฤติกรรมที่พวกเขาทำกันอย่างเป็นเครือข่าย”

ในความเป็นจริง Facebook ดำเนินการตรวจจับและปิดเพจที่มีพฤติกรรมเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดก็มีการปิดกลุ่มเครือข่ายที่มะนิลา ฟิลิปปินส์ กับที่พม่า และเมื่อตรวจจับเจอก็จะประกาศให้สื่อมวลชนกับพันธมิตรที่ทำงานด้วยรับรู้ผ่านทาง Facebook News Room ซึ่งเป็นบล็อกของเฟซบุ๊กเอง และเหตุผลที่ Facebook ต้องจัดการสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยในครั้งนี้ ก็เพราะนี่ การตรวจจับพบรูปแบบเครือข่ายดังกล่าวเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

เครือข่ายในไทย “ปั่นข่าว” เรื่องอะไร

รายละเอียดการตรวจจับในครั้งนี้มีทั้งหมด 4 กรณี อันแรกเป็นเครือข่ายที่ทำงานในประเทศไทย และเผยแพร่ข้อมูลในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา โดยเนื้อหาที่นำเสนอประกอบไปด้วย 4 เรื่องหลัก 1.การเมืองไทย 2.ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-จีน 3.ข่าวการประท้วงในฮ่องกง 4. วิจารณ์กิจกรรมเกี่ยวกับประชาธิปไตยในประเทศไทย ทั้ง 10 เพจ และ 12 แอคเคานท์นี้มีจำนวนผู้ติดตามรวมราว 38,000 แอคเคานท์ และมีการใช้เงินบูสท์โพสต์ไปแล้วประมาณ 18,000 เหรียญสหรัฐ ถึงแม้ว่าจะเป็นจำนวนที่ดูไม่เยอะแต่ทางเฟซบุ๊ก ก็มองว่าไม่ว่าจะจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม ก็เป็นจำนวนที่ยอมรับไม่ได้ และเมื่อตรวจเจอก็จะต้องรีบหยุดยั้งพฤติกรรมดังกล่าว ก่อนที่จะเพิ่มความเสียหายให้กับสังคม สำหรับเครือข่ายนี้ เริ่มต้นเพจแรกเมื่อพฤษาคม 2010 แต่ในตอนนั้นอาจจะยังไม่มีพฤติกรรมเครือข่ายปั้นข่าวลวง ทางเฟซบุ๊กจึงยังจับอินไซต์ไม่ได้

เคสที่ 2 เป็นกระบวนการในรัสเซียแต่เผยแพร่ข้อความในยูเครน เคสที่ 3 ก็เป็นกระบวนการที่ดำเนินการในรัสเซีย และยิงคอนเทนต์เน้นที่แคว้นหนึ่งในยูเครน โดยทั้งสองกรณีนี้เน้นข้อความที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส่วนเคสสุดท้ายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในฮอนดูรัส โดยมีพฤติกรรมเขียนบทความเชิงบวกกับประธานาธิบดีฮอนดูรัส

จับได้แล้วไงต่อ

หลังจาก Facebook จับโป๊ะเครือข่ายเหล่านี้ได้แล้ว ก็จะป้อนข้อมูลพฤติกรรมให้ระบบช่วยตรวจสอบ เพื่อกันไม่ให้กระบวนการนี้แผลงฤทธิ์ได้อีกครั้ง รวมทั้งยังคงมีเจ้าหน้าที่ๆ เป็นมนุษย์คอยสอดส่อง โดยเน้นกระบวนการตรวจสอบในระดับโลกไม่ได้จำกัดกรอบแค่ประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น เพราะเคสที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งก็จะเป็นกรณีศึกษาให้กับกรณีอื่นๆ

และการดำเนินการในด้านนี้ก็เป็นการสอบสวนในระยะยาวที่เฟซบุ๊กทำอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการลบ Fake Account ที่ทำอยู่ทุกวัน ส่วนการลบข้อความ Hate Speech หรือ ข้อความรุนแรงขัดกับมาตรฐานทางสังคมก็มีเครื่องมืออื่นๆ คอยตรวจสอบ