100 ปีของอีเลคโทรลักซ์ ต่อจากนี้ต้อง ”รักษ์โลก” ให้มากขึ้นอีก

ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นองค์กรธุรกิจต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับแนวคิด “Sustainability หรือ กลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน” โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต้องบอกว่ากระแส รักษ์โลก” ยังคงมาแรงและเป็นเทรนด์สำคัญที่ธุรกิจทั่วโลกต่างมุ่งไป เช่นเดียวกับธุรกิจที่มีอายุ 100 ปี อย่าง “อีเลคโทรลักซ์ (Electrolux)” แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศสวีเดน ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

ที่ผ่านมา อีเลคโทรลักซ์ เน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีของผู้บริโภค ให้มีชีวิตประจำวันที่ดีขึ้น สะดวกขึ้น และมีสไตล์มากขึ้น แต่ต่อจากนี้ อีเลคโทรลักซ์ ต้องการก้าวไปสู่ “การเติบโตอย่างยั่งยืนสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อโลก” ให้มากยิ่งขึ้น

ตามคำกล่าวของ “คุณโจนาส แซมมวลสัน” ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอีเลคโทรลักซ์ ที่บอกว่า “สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่การคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสู่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่อยู่ที่ประสบการณ์ และสื่อสารว่าจะทำอะไรให้กับผู้บริโภคได้บ้าง  และกลายเป็นปรัชญาหลักในการทำธุรกิจของอีเลคโทรลักซ์ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา

ต้องบอกว่า อีเลคโทรลักซ์ ทำเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมมานานแล้ว โดยได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 จากรางวัลดัชนีดาวโจนส์การสร้างความยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อมระดับโลก (Dow Jones’ Sustainability World Index Award)

ที่เริ่มตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ วัสดุที่เลือกใช้ ไปจนถึงขั้นตอนการผลิตที่โรงงานผลิต ตลอดจนตัวผลิตภัณฑ์ จนไปถึงผู้บริโภค โดยจะต้องประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ประหยัดพลังงาน เรียกได้ว่า วัดทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มออกแบบจนถึงมือผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับประเทศไทย อีเลคโทรลักซ์ ดำเนินธุรกิจมาถึง 42 ปี ได้นำแนวคิด Swedish Thinking. Better Living มาปรับใช้เช่นกัน โดย คุณรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย ได้เริ่มปรับวัฒนธรรมองค์กรใหม่ โดยให้พนักงานลดการใช้พลาสติกทุกชนิด ซึ่งกลุ่มพนักงานให้การตอบรับที่ดี ด้วยกระแสการลดใช้ถุงพลาสติก ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ทำให้การผู้คนเริ่มรับรู้และตระหนัก (Awareness) ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

นอกจากนี้การรักษาสิ่งแวดล้อม ยังถูกนำไปเป็น “โจทย์สำคัญ” ในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ในปีนี้อีเลคโทรลักซ์ เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Taste ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัว อย่าง “ตู้เย็น Nutrifresh series” ที่มีนวัตกรรมช่วยคงคุณค่าสารอาหารและความสดใหม่ให้กับผักผลไม้นานถึง 7 วัน รักษาความสดใหม่ของอาหารให้ยาวนานขึ้น ให้อาหารเป็นประโยชน์ได้มากที่สุด ลดการทิ้งขยะอาหารจากเน่าเสีย การประหยัดพลังงานและการลดของเหลือทิ้ง

กลุ่ม Care ผลิตภัณฑ์ถนอมเนื้อผ้า “เครื่องซักผ้าฝาหน้า Ultimate Care Series” ที่มีเทคโนโลยี SensorWash ที่ทำให้ซักผ้าได้สะอาด แต่ประหยัดพลังงานทั้งไฟและน้ำ ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับคราบสกปรกและคราบผงซักฟอกที่ผ้าเพื่อคำนวณเวลาซักและปริมาณน้ำที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับเครื่องซักผ้าฝาบนจะประหยัดกว่าถึง 50% และยังรักษาเนื้อผ้าและสีสันให้สวยคงทน สามารถใช้ได้นาน เพื่อการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า

และสุดท้าย กลุ่ม Wellbeing ผลิตภัณฑ์เพื่ออากาศที่สดชื่นและน้ำอุ่น ที่นอกจากเป็นนวัตกรรมใหม่ และทันสมัยแล้ว จะต้องดีต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด Better Living ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของทางสวีเดน

ด้วยเป้าหมายที่ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมา ภาพรวมธุรกิจอีเลคโทรลักซ์เติบโตเฉลี่ย 12.4% ทุกปี โดยเป็นการเติบโตมากกว่าภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตไม่เกิน 2 หลัก

ด้วยปัจจัยจากการส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดครบทุกหมวดหมู่ ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาอากาศร้อน อีกทั้งคนไทยเจอเผชิญกับมลพิษทางอากาศอย่าง PM2.5 ส่งผลให้ยอดขายเติบโตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยมีสัดส่วนสินค้าหลัก กลุ่มเครื่องซักผ้าฝาหน้า 30% , เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว 25% ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศและอื่นๆ ในสัดส่วนรวมกันที่ 22%

“ปัจจุบันตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าพรีเมี่ยมมีสัดส่วนประมาณ 20% โดยทิศทางการแข่งขันในปีนี้ ตลาดจะมุ่งไปในกลุ่มพรีเมี่ยมมากขึ้น โดยมีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากเกาหลี ญี่ปุ่น และสวีเดนที่จับตลาดนี้อยู่”