ทีวี ไดเร็ค ​ออกสตาร์ทสู่เป้าหมาย Beyond TV Shopping เจรจา JKN แตกไลน์ธุรกิจขายคอนเทนต์ นำร่อง CLMV

เคยประกาศนโยบายจะเป็นมากกว่า TV Shopping ​ในโอกาสดำเนินธุรกิจครบ 20 ปี ซึ่งในงานนั้น คุณทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ​กล่าวถึง ทิศทางธุรกิจที่ TVD จะมุ่งไปจากนี้ด้วยการเป็นมากกว่าแค่ผู้จำหน่ายสินค้า ผ่านการปรับโครงสร้างการบริหารงานภายในองค์กรใหม่ ให้กลายเป็น ‘The Data Driven Company’ เพื่อปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบันให้สอดคล้องกับพฤติกรรม และ Landscape ของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

ประกอบกับประเมินแนวโน้มในตลาดทีวีช้อปปิ้ง หรือโฮมช้อปปิ้ง ในปีนี้ที่จะแข่งขันอย่างรุนแรง และดุเดือด เพราะมีผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาแชร์ตลาดเพิ่มมากขึ้น ทำให้ TVD ให้ความสำคัญกับการเร่ง Transform ธุรกิจและปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มศักยภาพให้องค์กรมี Efficiency ในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น

โดยเฉพาะหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ได้ประกาศไว้อย่าง Omni-Channel เพื่อเชื่อมโยงทุกช่องทางของ TVD ทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกัน เติมเต็มสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เพื่อสร้าง Engagement และนำไปสู่การซื้อซ้ำ โดยเฉพาะการเติมเต็มคอนเทนต์ที่มีอยู่ในมือให้หลากหลายมากกว่าแค่รายการขายสินค้า ซึ่งก่อนหน้านั้นเราจะได้เห็นความพยายามในการเพิ่มความหลากหลายของโมเดลธุรกิจ เพื่อให้ TVD เป็นได้มากกว่าแค่ผู้ผลิตคอนเทนต์รายการขายสินค้า จากดีลระหว่าง TVD และสปริงนิวส์ ที่แม้สุดท้ายจะไม่สามารถให้กำเนิดทีวีสายพันธุ์ใหม่อย่างที่ตั้งใจไว้ได้ (อ่านรายละเอียด TVD X สปริงนิวส์ กำเนิดโมเดลทีวีสทายพันธุ์ใหม่)  แต่คาดว่า TVD ยังคงไม่ได้ละความพยายามในการเพิ่มความหลากหลายของคอนเทนต์และโมเดลธุรกิจที่มีอยู่ในมือ

จนกระมั่งมูฟเม้นต์ล่าสุด เมื่อ TVD ประกาศแตกไลน์ธุรกิจมาสู่การเป็น Content Distributor จากการได้รับสิทธิ์ในคอนเทนต์เพิ่มเติมจากทาง บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ให้สามารถเป็นผู้จำหน่ายคอนเทนต์สารคดีและซีรีส์อินเดียบางส่วนที่ขอซื้อลิขสิทธิ์มา โดยนำร่องในตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่าง CLMV หรือใน สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า เป็นลำดับแรก

“TVD เป็นผู้นำธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่าน Omni Channel และพร้อมสำหรับแตกไลน์สู่ธุรกิจรับจำหน่ายคอนเทนต์ใน​ สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า หลังจากเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ประเภทสารคดีและซีรีส์ละครอินเดียจำนวน 60 – 70 เรื่อง จากบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เป็นระยะเวลาประมาณ 2 ปี และได้รับสิทธิ์เพิ่มเติมให้บริษัทฯ สามารถนำคอนเทนต์บางส่วนที่ซื้อลิขสิทธิ์ไปจำหน่ายในกลุ่มประเทศดังกล่าวเพื่อต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มขึ้น” 

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทฯ เริ่มนำคอนเทนต์ในส่วนที่ได้รับสิทธิ์จำหน่ายใน 3 ประเทศดังกล่าว โดยเสนอขายผ่านเอเย่นต์เพื่อเจาะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ปรากฏว่ามีผลตอบรับในช่วงแรกเป็นที่น่าพอใจ สามารถปิดการขายคอนเทนต์สารคดีและซีรีส์ละครอินเดียจากลูกค้าในกัมพูชาและเวียดนาม รวมมูลค่า 40 ล้านบาท จากที่คาดว่าจะมียอดขายคอนเทนต์ในช่วงแรกเฉลี่ยเดือนละ 12-20 ล้านบาท

คุณทรงพลกล่าวต่อว่า การที่บริษัทฯ เข้าซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์จำนวนมากจาก JKN เพื่อนำมาต่อยอดจากธุรกิจหลักที่มีแผนขยายการดำเนินธุรกิจภายใต้รูปแบบการเป็นผู้ร่วมผลิตรายการกับสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลช่องต่างๆ เนื่องจากจะส่งผลให้บริษัทฯ มีรูปแบบคอนเทนต์ที่หลากหลาย ทั้งการผลิตรายการเสนอขายสินค้า รายการสารคดีและซีรีส์ละครอินเดีย ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจเทียบกับในอดีตที่เป็นผู้ผลิตรายการเสนอขายสินค้าแบบโฮมช้อปปิ้งเป็นหลัก นอกจากนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพและขยายฐานผู้รับชมแก่ช่องทีวีดิจิทัลที่เป็นคู่ค้ากับบริษัทฯ อีกด้วย

“การทำธุรกิจในปัจจุบันจะหยุดนิ่งไม่ได้ บริษัทฯ ต้องมองโอกาสใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพและความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน รวมถึงมีพันธมิตรธุรกิจที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งการที่เรามีคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ ในมือเพิ่มขึ้น จะสามารถนำเสนอรายการเป็นแพ็กเก็จในการเจรจากับสถานีทีวีดิจิทัลเพื่อเป็นผู้ร่วมผลิตรายการทีวี” นายทรงพล กล่าว