เนอวานา ส่งแบรนด์คอนโดฯ ใหม่ The MOST Itsaraphap ที่สุดของธรรมชาติและการอยู่อาศัย เปิด Pre-sale 30 มิ.ย.นี้

 

ดูเหมือนว่าปีนี้หลายฝ่ายออกอาการกังวล ว่าตลาดคอนโดมิเนียมจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัว จากผลกระทบของมาตรการควบคุมสินเชื่อ หรือ มาตรการ LTV ที่ออกมาใช้ควบคุมบรรดานักเก็งกำไร และกลุ่มนักลงทุน ทำให้ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บรรดาดีเวลลอปเปอร์เปิดตัวโครงการใหม่ออกมาน้อย  เพราะต้องเร่งระบายสต็อกเก่าในมือ ส่วนไตรมาส 2  ดีเวลลอปเปอร์หลายรายเริ่มทยอยเปิดโครงการใหม่ออกมา  แม้จะไม่คึกคักและร้อนแรงเท่าหลายปีก่อนนี้ แต่ก็พอทำให้เห็นว่า  ตลาดคอนโดฯ ไม่น่ากังวลมากนัก และความต้องการในที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริงนั้นยังมีอยู่  หากโครงการที่เปิดตัวออกมาเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงใจพวกเขา มีคอนเซ็ปต์ ดีไซน์ ทำเลที่ตั้ง และราคาซึ่งเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ตลาดคอนโดฯ​ ก็ยังไปได้ดี เชื่อว่านับจากนี้การเปิดตัวโครงการใหม่จะมีออกมาอย่างต่อเนื่องอย่างแน่นอน

หนึ่งในผู้ประกอบการที่วางแผนพัฒนาโครงการ  และเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง คือ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือบุญรอดบริวเวอรี่ ที่ได้เตรียมเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ The MOST (เดอะ โมสท์) ภายใต้คอนเซ็ปต์การพัฒนารูปแบบใหม่ โดยมุ่งเน้นในเรื่องของงาน “ดีไซน์”  ซึ่งให้ความสำคัญในเรื่องนวัตกรรมของการอยู่อาศัย  ความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัย การใส่ใจในคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัย และ “ทำเลที่ตั้ง” ก็ยังคงเป็นหัวใจหลักของการพัฒนา  ที่ยึดในเรื่องความสะดวกสบาย ใกล้แหล่งชุมชม แหล่งงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

โดยโครงการ The MOST แห่งแรก ได้ถูกพัฒนาขึ้นในย่านอิสรภาพ อยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราชเพียง 700 เมตร ภายใต้ชื่อโครงการ The MOST Itsaraphap ด้วยแนวคิด NATURAL MODERN Design  เป็นการออกแบบและพัฒนาโครงการที่ผสานทั้งเรื่องของความทันสมัยและพื้นที่สีเขียวเข้ามาไว้ในที่เดียวกัน  เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตสำหรับการอยู่อาศัยของคนในเมือง ซึ่งจะมี 4 เรื่องสำคัญ คือ

1.Green Design

การออกแบบพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ด้วยการยึดหลักแนวคิดที่แตกต่างในการออกแบบสวนสไตล์ Nature Modern ให้ได้สัมผัสบรรยากาศที่อบอุ่น และผ่อนคลาย พร้อม Vertical Garden

2.Green Facility

การพัฒนาโครงการด้วยการทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการสอดคล้องไปกับพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างบรรยากาศและเพิ่มอิสระในการพักผ่อนอย่างแท้จริงด้วย Green Working Space

3.Green Function

การออกแบบห้อง ด้วยการจัดวางพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย คำนึงถึงทิศทางลม และแสงแดดของธรรมชาติ ซึ่งจะได้ทั้งการประหยัดพลังงานจากการใช้งานเครื่องปรับอากาศ แสงไฟ และยังได้คุณภาพของการอยู่อาศัยที่ดีด้วย

4.Green Living

ทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้สะดวกต่อการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไปทำงานหรือใช้ชีวิต นอกจากนี้สถานที่สำคัญสามารถเดินทางไปถึงในระยะเวลาไม่นาน อาทิ  ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่าปิ่นเกล้าภายใน 10 นาที (ระยะทาง 3.5 กม.) โรงพยาบาลศิริราชใช้เวลา 5 นาที (ระยะทาง 700 เมตร)  มหาวิทยาลัยศิลปากรใช้เวลา 15 นาที (ระยะทาง 5.5 กม.) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใช้ระยะเวลา 15 นาที (ระยะทาง 5 กม.)  และอยู่ใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้าถึง 3 สาย ได้แก่ สายสีส้ม ระยะทางเพียง 0. 7 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ  5 นาที สายสีแดงอ่อน ระยะทาง 0. 7 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ  5 นาที และสายสีน้ำเงินระยะทาง 1 กม. ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ทำให้สามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปยังจุดต่างๆ ได้สะดวก

สำหรับโครงการ The MOST Itsaraphap  มีขนาดพื้นที่โครงการกว่า 1 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 8 ชั้น จำนวนรวม 193 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท มีห้องให้เลือก 3 รูปแบบ คือ รูปแบบสตูดิโอ พื้นที่ 23.5 ตารางเมตร รูปแบบ 1 ห้องนอน 28.5 ตารางเมตร และรูปแบบ 2 ห้องนอน 51 ตารางเมตร  ภายในโครงการมีพื้นที่จอดรถ 40% พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ฟิตเนส co-working space, play space, CCTV และ Access Card  ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างไตรมาส 3 ปีนี้ และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาสสุดท้ายของปี 2020

โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้ทำการเปิดให้จองห้องในรอบ VIP Booking ที่มีการเปิดให้จอง 1 ชั้น ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย เนื่องจากสามารถขายห้องทั้งหมดได้ภายใน 5 นาทีเท่านั้น  ในช่วงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ จึงได้เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษ ด้วยการเปิด Pre-sale โครงการ The MOST Itsaraphap กับคอนโดฯ ใหม่แต่งครบ ในราคา Pre-Sale เริ่มต้นเพียง 2.39 ล้านบาท พร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายภายในงาน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับราคาพิเศษได้ที่  nirvana.bz/THEMOST-ISRP-BB

สำหรับโครงการ The MOST Itsaraphap  ถือเป็น 1 ใน 3 โครงการ ที่บริษัทวางแผนพัฒนาโครงการคอนโดฯ ในปีนี้ นอกเหนือจากการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และอาคารจอดรถ รวม 11 โครงการมูลค่ารวม 17,000 ล้านบาท