ให้เงินอย่างเดียวไม่ตอบโจทย์ความยั่งยืน! “เซ็นทรัลทำ” มุ่งสร้างงาน-อาชีพ เพราะความรู้ไม่มีวันหมดอายุ

ปัจจุบันแนวคิดเรื่องการช่วยเหลือสังคมขององค์กรธุรกิจได้ถูกเปลี่ยนภาพ จากที่เคยช่วยเหลือด้วยจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อมอบเงินและสิ่งของ ได้ปรับมาเป็นการนำความรู้และความเชี่ยวชาญที่มีไปสร้าง “อาชีพและโอกาสในการเรียนรู้” ให้แทน

เช่นเดียวกับ“กลุ่มเซ็นทรัล” ที่ถือเป็นผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีกในไทย ด้วยความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจค้าปลีกและบริกามานานกว่า 72 ปี เชื่อว่า การมอบเงินและสิ่งของไม่สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง ในปีนี้จึงได้ออกมาประกาศนโยบายในการทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม และมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอกองค์กร

ความหมายของคำว่า “ยั่งยืน” ในบริบทของกลุ่มเซ็นทรัล คือ การสร้างความสัมพันธ์ (Partnerships) ร่วมกับ Stakeholder ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น รัฐบาล พันธมิตร คู่ค้า ตลอดจนผู้บริโภค เพื่อให้การทำธุรกิจกลายเป็นเนื้อเดียวกับการดูแลสังคม โดยไม่ลืมที่จะใส่ “มิติภาคธุรกิจ” เรื่องของค้าปลีกและบริการลงไป 

ล่าสุดกลุ่มเซ็นทรัลจัดทำโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” (Central Tham) ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่สังคมอย่างยั่งยืน ในมิติภาคสังคม 4 ด้าน ได้แก่ people พัฒนาด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนของประเทศ , Community นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการค้า พัฒนาสินค้า ให้แก่ เกษตรกร ทั้งปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์ พร้อมส่งเสริมช่องทางการจำหน่าย และ SME , Environment ใส่ใจคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีทั้งของพักงานในองค์กร ชุมชน และประเทศ และ Peace & Cultures สืบสานศิลปวัฒนธรรม เพื่อสร้างอาชีพและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

ด้วยรูปแบบการทำงานแบบเซ็นทรัลลิตี้ (Centrality) ที่ผสานความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวทั้งกับบริษัทในกลุ่มและหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน และเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

เปลี่ยนอาคารเก่า ให้เป็นพื้นที่คัดสรร “ผัก” คุณภาพ

เริ่มตั้งแต่ สร้างคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกร ผ่านโครงการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกผักบ้านนาดี ต.นาดี อ.เมือง จังหวัดอุดรธานี สนับสนุนงบประมาณจำนวน 4 แสนบาท เพื่อปรับปรุงอาคารเก่าของกรมชลประทาน ให้กลายเป็นอาคารบรรจุผัก สำหรับกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านนาดี รวมถึงใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับการคัดล้าง ตกแต่ง และบรรจุผัก พร้อมทั้งส่งทีมงาน ท็อปส์ เข้าไปให้คำแนะนำและความรู้กับเกษตรชุมชน ทั้งวิธีการคัดสรรผัก การบรรจุให้สวยงาม ตลอดจนการนำวัสดุพื้นถิ่นที่สามารถหาได้ง่ายภายในชุมชนมาใช้

ปัจจุบัน กลุ่มผู้ปลูกผักบ้านนาดี สร้างผลผลิตทางการเกษตรได้ราวๆ 2-3 ตันต่อเดือน โดยเป็นผักพื้นบ้านปลอดภัยตามฤดูกาลมากกว่า 20 ชนิด เช่น ฝักเขียว ฝักทอง บวมเหลี่ยม บวบงู บวบหอม ทั้งนี้ในอนาคตกลุ่มเซ็นทรัลมีแผนที่จะเพิ่มผลผลิตให้หลากหลายยิ่งขึ้น อาทิ หน่อไม้ฝรั่ง ดอกขจร ผักบุ้งไทย รวมไปถึงการแปรรูปผักต่างๆ เพื่อทำเป็นขนมขบเคี้ยว ได้แก่ มะเขือ กระเจี๊ยบเขียว เป็นต้น

ดันสินค้าเกษตร สู่ตลาดชุมชน “จริงใจ Farmers’ Market”

สำหรับผลผลิตที่ได้ จะนำออกจำหน่ายสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลอุดร โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ ตลาดร่มเขียว รวมถึงนำส่งห้างสรรพสินค้า ซึ่ง “ท็อปส์” ร่วมรับซื้อผลผลิต พร้อมทั้งสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าให้เกษตรได้พบปะกับผู้ซื้อโดยตรง และมีรายได้ที่มั่นคงขึ้น ผ่านจริงใจ Farmers’ Market โครงการนำร่อง ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า อุดรธานี 

สำหรับที่มาของโครงการจริงใจ Farmers’ Market นั้น คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด (Central Group) กล่าวว่า 20 ปีที่ผ่านมากลุ่มเซ็นทรัล ได้ให้บริษัทในกลุ่ม เช่น เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ เข้าไปช่วยเหลือสนับสนุน รับซื้อสินค้าโดยตรงจากเกษตรกร เพื่อจำหน่ายในกว่า 270 สาขา แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้มากพอ ทำให้ตัดสินใจเปิด จริงใจ Farmers’ Market ค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาจำหน่ายสินค้า อาหารปลอดภัย ผักและผลไม้ปลอดสารพิษ เพื่อเพิ่มโอกาสใหม่ๆให้กับเกษตรกร ขณะที่ฝั่งผู้บริโภค มั่นใจได้ว่าจะได้เลือกซื้อผลผลิตที่ปลอดภัย สด สะอาด และราคาไม่แพง เพราะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสารพิษอย่างสม่ำเสมอ

ในแง่กลยุทธ์ จริงใจ Farmers’ Market เปรียบเสมือนช่องทางการกระจายสินค้าให้เกษตรกร และเปิดโอกาสให้เกษตรกรพบปะผู้ซื้อโดยตรง ในแง่การดำเนินการ ถือเป็นธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านค้าปลีกของบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลหลายๆ แขนงเข้าไว้ด้วยกัน ในด้านองค์ความรู้ (Know-How) ของการค้าปลีก ได้ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ มาช่วยจัดการ เช่น ระบบการขาย โดยมีทั้งแบบให้เกษตรกรมา ขายสินค้าเงินสด และขายผ่านท็อปส์

นอกจากนี้ที่จริงใจ Farmers’ Market ยังสานต่อเจตนารมณ์ของแคมเปญ “Love the Earth” นโยบายลดการใช้ถุงพลาสติกของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โดยงดแจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้า เปลี่ยนมาใช้ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติแทน ส่วนสินค้าในกลุ่มผักและผลไม้จะใส่ถุงกระดาษแทน และยังรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาใส่สินค้าอีกด้วย

คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และ ดร.ประสาน ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่่น จำกัด

ปัจจุบันจริงใจ Farmers’ Market มีสินค้าจำหน่ายรวมกว่า 315 รายการ จากเกษตรกรที่เข้าร่วม 54 ตำบล จำนวน 350 ครัวเรือน เป็นจำนวนสมาชิก 1,050 คน หลังจากเปิดมาได้ 7 เดือน พบว่า มียอดขายรวมของตลาดกว่า 22 ล้านบาท และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกว่า 317% จากเดิมที่รายได้ต่อหัวอยู่ที่ 13,500 บาท เพิ่มขึ้น 42,850 บาทต่อเดือน

เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากโครงการนำร่อง ในปีนี้ “กลุ่มเซ็นทรัล” มีแผนที่จะขยายจริงใจ Farmers’ Market ไปอีก 14 แห่ง เพื่อให้ครบ 15 แห่ง โดยเปิดไปแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ อ.หนองหาน จังหวัดอุดรธานี เชียงราย ขอนแก่น พะเยา เหลืออีก 10 แห่ง ได้แก่ อุบลราชธานี สิงห์บุรี พิจิตร เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี โคราช หาดใหญ่ แจ้งวัฒนะ และรัตนาธิเบศร์ ที่จะทยอยเปิดต่อไป

พัฒนาหลักสูตรอาชีวะ สร้าง “คน” สู่ตลาดงาน

ไม่เพียงแต่พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น “กลุ่มเซ็นทรัล” ยังเข้าไปสนับสนุนด้านการศึกษา เพราะเชื่อว่า การศึกษา คือ รากฐานที่สำคัญในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ ที่ผ่านมาได้สนับสนุนเยาวชนผ่านโครงการเพื่อการศึกษาต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โครงการเซ็นทรัลทำ-ประชารัฐ โครงการเซ็นทรัลทำ โครงการจิราธิวัฒน์อุปถัมภ์ และโครงการ Centrality ที่พัฒนาโรงเรียนในด้านการปรับปรุงอาคาร ฝึกอบรมครู สร้างอาชีพให้นักเรียน มากกว่า 156 โรงเรียนทั่วประเทศ

รวมไปถึงการจับมือกับกระทรวงศึกษาธิการ” ที่ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ในการพัฒนาสถานศึกษาเป็นเวลา 5 ปี ภายใต้โครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” (Partnership School Project) โครงการพัฒนาหลักสูตร “โรงเรียนบ้านหนองนาคำ” ควบคู่กับ “วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี” เพื่อเชื่อมต่อการศึกษาระดับมัธยมและอาชีวะ ที่มุ่งเน้นการฝึกทักษะอาชีพ ใน 3 หลักสูตรปัจจุบัน ได้แก่

“หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์” หลักสูตรที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาโลจิสติกส์ ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงาน ที่ท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต BDC (คลังสินค้าบางนา) และโอกาสในการเรียนรู้ด้านการจัดการโลจิสติกส์ ที่ประเทศจีนเป็นเวลา 1 ปี รวมถึงรับนักศึกษาเข้าฝึกงานกับธุรกิจต่างในเครือเซ็นทรัล อาทิ ท็อปส์ , เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล และออฟฟิศเมท โลจิสติกส์

“หลักสูตรการโรงแรม-ท่องเที่ยว” ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจโรงแรมและบริการ กลุ่มเซ็นทรัล จึงส่งบุคลากรจากโรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ อุดรธานี มาร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์ให้กับนักศึกษา ตลอดจนรับนักศึกษาเข้าฝึกงานที่โรงแรมในเครือเซ็นทรัล

หลักสูตรเทคโนโลยีออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ ที่ร่วมกันวางแนวคิดด้านการออกแบบให้กับอาจารย์และนักศึกษา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าพื้นถิ่น รวมถึงสนับสนุนงานออกแบบไทยให้มีความทันสมัยและสามารถแข่งขันในเวทีได้ ตลอดจนสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับทางวิทยาลัยฯด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ในอนาคต “กลุ่มเซ็นทรัล” มีแผนจะร่วมพัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติมอีก 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการจัดการธุรกิจค้าปลีก และหลักสูตรอาหารและโภชนาการ เพื่อผลิตคนเก่งและดีมีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานต่อไป.