ซวยไปด้วย! Nike – Adidas – Under Armour เขียนจดหมายถึงทรัมพ์ ขอให้เลิกสงครามการค้า

เวลาที่ช้างสารชนกัน “หญ้าแพรก” ทั้งหลายก็พลอยแหลกลาญไปด้วย คำพูดนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นใกล้ตัวเราเข้ามาทุกทีๆ หลังจากสหรัฐอเมริกาประกาศ “สงครามการค้า” กับ จีนอีกระดับหนึ่ง โดยขึ้นอัตราภาษีสินค้าที่ผลิตในจีนเป็น 25% จากเดิม 10% รวมทั้งมีการแบน Huawei ไม่ให้ใช่เซอร์วิสอื่นๆ จาก Google นอกเหนือจาก  Android Open Source Project (AOSP) ซึ่งเป็นระบบเปิด ก่อนที่จะกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาต้องออกมาผ่อนปรน 90 วัน หลังจากประเทศจีนตอบโต้อย่างหนักด้วยการขู่ว่าจะไม่ส่งแร่ซึ่งใช้ผลิตชิพที่ต้องใส่ในโทรศัพท์ให้กับบริษัทจากสหรัฐอเมริกา

แต่นอกเหนือจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กระทบกันมันส์หยดแล้ว อุตสาหกรรมอื่นๆ ก็พลอยได้รับผลกระทบไปกับเขาด้วย ล่าสุด บริษัทแฟชั่นกีฬาชั้นนำทั้งหลาย ไม่ว่จะเป็น Nike, Under Armour, Adidas, Foot Locker, Ugg และ Off Broadway Shoe Warehouse รวมแล้วกว่า 173 ราย ต้องรวมพลกันเขียนจดหมายเรียกร้องถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์ ให้ยกเลิกมาตรการภาษีดังกล่าว โดยระบุว่า “นี่คือภัยพิบัติของผู้บริโภค บริษัทและธุรกิจของสหรัฐอเมริกาทั้งระบบ” (“catastrophic for our consumers, our companies and the American economy as a whole.”)

จดหมายดังกล่าว ระบุชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์แต่ส่งผ่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Steve Mnuchin, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ Wilbur Ross และผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ Larry Kudlow

“ในนามของลูกค้านับล้าน และพนักงานนับแสนคน เราอยากเรียกร้องให้ยุติการขึ้นภาษีทันที การเพิ่มภาษีทำให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องจ่ายค่าสินค้าแพงขึ้น และนั่นทำให้เราต้องเลิกสงครามการค้าให้เร็วที่สุด”

มีการประเมินว่าการขึ้นภาษีนี้ น่าจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นแล้วอเมริกันชนต้องซื้อของแพงขึ้น 300 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว รวมทั้งรองเท้าผ้าใบ รองเท้ากีฬา ไปจนถึงรองเท้าแตะ

ทางด้านสมาคมผู้ค้ารองเท้าในสหรัฐอเมริกา (The shoe industry’s trade association) และกลุ่มผู้จัดจำหน่ายรองเท้าและผู้ค้าปลีกแห่งอเมริกา (The Footwear Distributors and Retailers of America) ประเมินว่า หากระดับภาษีอยู่ที่ 25% จริง ลูกค้าชาวอเมริกันจะต้องจ่ายค่ารองเท้าเพิ่มคิดเป็นเงินกว่า 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เลยทีเดียว ซึ่งต้องกระทบกับยอดขายของแบรนด์รองเท้าชื่อดังเหล่านี้แน่ๆ ในที่สุดก็จะลามเป็นลูกโซ่ไปที่พนักงาน และระบบเศรษฐกิจทั้งหมด พวกเขาจึงต้องรวมตัวกันส่งจดหมายดังกล่าวเพื่อแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วย

สำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์ และสีจิ้นผิง มีกำหนดการพบปะเพื่อหารือกันในเดือนหน้า แต่กว่าจะถึงเวลานั้น รับรองได้เลยว่า คู่นี้คงซัดกันนัวอีกหลายยกแน่ๆ