เปิดอาณาจักร “Meituan” เจ้าตลาด Food Delivery ต้องแกร่ง-ดุ-เดือด แค่ไหนถึงอยู่รอดได้บนแผ่นดินจีน

ต้องยอมรับว่าความนิยมในบริการแอปพลิเคชัน Food Delivery ของไทยกำลังเติบโต เห็นได้จากการมีผู้ประกอบการหลายเจ้าเข้ามาแข่งขันจนเกิดภาพของการตัดราคาค่าจัดส่งกันอย่างดุเดือด แต่สเกลการแข่งขันระดับนี้ยังถือเป็นคนละภาพกับการแข่งขันของ Food Delivery ในจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เข้าสู่การเผาเงินระดับพันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งเจ้าตลาดกันแล้ว

หากยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น อาจเป็นการสั่งเป็ดย่างหนึ่งจานผ่านแอปพลิเคชัน Meituan ที่ใจกลางกรุงปักกิ่ง ซึ่งเราสามารถสั่งได้ในราคาเพียง 20 หยวน (ประมาณ 92 บาท) ถูกกว่าการไปรับประทานที่ร้านถึง 80% หรือการได้ส่วนลด 40% สำหรับการสั่งพิซซ่า 2 ถาดที่สามารถมาส่งถึงบ้านได้ภายใน 30 นาที ไม่นับรวมอาหารทานเล่นอย่างเต้าหู้ ที่ขายเพียง 1 ใน 3 ของราคาที่แปะไว้หน้าร้าน ทั้งหมดนี้ต่อให้กำเงินไปตลาดซื้อวัตถุดิบมาปรุงเองก็ไม่สามารถจ่ายในราคานี้ได้แต่อย่างใด

จากการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ ส่งผลให้ปัจจุบัน มีผู้บริโภคชาวจีนหันมาฝากท้องผ่านบริการ Food Delivery มากขึ้นเรื่อย ๆ แถมความถี่ในการสั่งซื้อยังเพิ่มขึ้นเป็น 2 – 3 มื้อต่อวัน จนทำให้ตลาดดังกล่าวมีมูลค่าแตะ 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาทไปแล้วเรียบร้อย (อ้างอิงจาก Bloomberg)

ส่วนคู่แข่งหลักของตลาดนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือ “Alibaba” เจ้าของแพลตฟอร์ม Ele.me กับ “Meituan” นั่นเอง

จากชื่อ Alibaba ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ภาพลักษณ์ของบริษัทนั้นโดดเด่นในด้านขายสินค้าออนไลน์มากกว่า ผู้เล่นหลักในตลาด Food Delivery ที่แท้จริงจึงตกเป็นของ Meituan ที่โดดเด่นมากกว่าในเรื่องของการบริการ โดยปัจจุบัน พวกเขามีพนักงานส่งสินค้ามากถึง 600,000 คนสำหรับให้บริการลูกค้าชาวจีนในระบบกว่า 400 ล้านคน ใน 2,800 เมืองทั่วประเทศ

ที่สำคัญ ก่อนหน้าที่ทั้งสองจะมาเป็นศัตรูทางการค้ากันนั้น Alibaba เคยเป็นนักลงทุนกลุ่มแรก ๆ ใน Meituan มาก่อนด้วย โดยความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองบริษัทมาขาดลงเมื่อ Wang Xing ซีอีโอของ Meituan กล่าวให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่งของบริษัทถึง Jack Ma และ Joe Tsai สองผู้ก่อตั้งของ Alibaba ว่า

“Alibaba มีวิธีคิดที่แปลกมาก ถ้าหากคุณทำอะไรที่เป็นการค้าสักอย่างหนึ่ง พวกเขาจะคิดว่าคุณกำลังขโมยเงินของพวกเขา”

นอกจากนั้นเขายังกล่าวว่า Jack Ma เป็นคนที่มีปัญหาด้านจริยธรรมและทำให้ประเทศเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ผลจากการให้สัมภาษณ์ครั้งนั้นทำให้ Jack Ma ไม่พอใจอย่างมาก

บางเมืองที่ไม่อนุญาตให้ใช้มอเตอร์ไซค์ ก็ใช้รถจักรยานแทน

มหาเศรษฐี Food Delivery ที่ได้แรงบันดาลใจจากหลายแพลตฟอร์ม

ส่วนประวัติชีวิตของ Wang Xing เองก็ไม่ธรรมดา โดยปู่ของเขาเป็นปัญญาชนที่ถูกส่งไปทำงานนอกเมือง และเสียชีวิตลงในช่วงปลายยุคปฏิรูปวัฒนธรรมของ เหมา เจ๋อ ตุง ซึ่งตอนนั้นพ่อของ Wang ที่อายุเพียง 16 ปีก็ต้องเริ่มทำงานหาเลี้ยงตัวเอง เขาเป็นทั้งคนงานเหมือง คนจัดสวน และทำธุรกิจอีกมากมาย จนในที่สุด เขาประสบความสำเร็จกับธุรกิจปูนซีเมนต์ และทำให้ Wang ได้มีโอกาสเข้ามามีเรียนรู้วิธีทำธุรกิจกับพ่อด้วย

จากนั้น Wang เข้าศึกษาต่อที่ Tsinghua University ที่ถือว่าเป็น MIT ของประเทศจีน ก่อนจะไปเรียนปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จาก University of Delaware

แต่ในปี 2003 เขาก็ตัดสินใจลาออกเพื่อมาสร้างโซเชียลเน็ตเวิร์คของตัวเอง โดยได้แรงบัลดาลใจจาก Friendster โซเชียลเน็ตเวิร์คในยุคบุกเบิกก่อนหน้าที่จะมี Facebook โดยเขาร่วมมือกับ Wang Huiwen เพื่อนสมัยมัธยมเช่าออฟฟิศถูก ๆ หน้า Tsinghua University และสร้างเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์คขึ้นมาในชื่อ Xiaonei

ทว่า เว็บไซต์ Xiaonei ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โดยเว็บไซต์สามารถดึงดูดผู้ใช้งานได้เพียงหมื่นกว่าคน ขณะที่พวกเขาใช้เงินที่เรี่ยไรมาจากครอบครัวและเพื่อน ๆ ในการสร้างเว็บมากถึง 800,000 หยวน พวกเขาจึงขายเว็บไซต์นั้นไปเพื่อเอาเงินไปจ่ายคืนบรรดาผู้สนับสนุน

ต่อมาในปี 2007 เขาพยายามอีกครั้งด้วยการสร้างโซเชียลเน็ตเวิร์คที่มีชื่อว่า Fanfou (บริการคล้าย Twitter) แต่ก็ปิดตัวลงอีกครั้งในปี 2009 เนื่องจากไม่สามารถทำตามนโยบายด้านข่าวสารของรัฐบาลปักกิ่งได้ จากความล้มเหลวเหล่านี้ ทำให้ Wang เผยออกมาอย่างชัดเจนว่า เขาอยากทำอะไรก็ได้ที่มีความวุ่นวายน้อยลง

ในปี 2010 เขาจึงก่อตั้ง Meituan เว็บไซต์ที่เหมือนจะได้แรงบันดาลใจจาก Groupon ขึ้นมา (Groupon เป็นสตาร์ทอัพมาแรงที่สุดในสหรัฐฯ ณ เวลานั้น) แต่ไม่นานธุรกิจดังกล่าวก็มีคู่แข่งเกิดขึ้นมากมาย ทำให้เกิดปัญหาเช่นการแย่งตัวพนักงาน การปล่อยข่าวลือทำลายคู่แข่ง ไปจนถึงการหลอกลวงผู้บริโภคด้วยดีลที่ไม่โปร่งใส

อย่างไรก็ดี Wang มีประสบการณ์มามากจากความล้มเหลวก่อนหน้า เขาจึงขยายกิจการอย่างระมัดระวัง และเติบโตได้ในเมืองต่าง ๆ กว่า 100 แห่งในปี 2011 และเมื่อคู่แข่งในประเทศรวมถึง Groupon China ปิดตัวลง Wang ก็เริ่มเบนเข็มมาโฟกัสที่ธุรกิจอาหารอย่างเต็มตัว

เนื่องจากมองเห็นว่ามีอัตราการซื้อซ้ำที่สูงกว่า อีกทั้งเขายังมีเทคโนโลยีอย่างระบบรับออเดอร์ และระบบบันทึกวัตถุดิบให้กับร้านอาหารได้ใช้ฟรีเพื่อซื้อใจร้านเหล่านั้นด้วย

เส้นทางบุกธุรกิจ Food Delivery

หลังจากที่ Wang เข้าครอบครองตลาดส่งอาหารเป็นที่เรียบร้อย เขาเริ่มกลยุทธ์ต่อไป นั่นคือลดราคาอาหารลงอีก เพื่อแลกกับการได้ขายห้องพักโรงแรม และตั๋วเครื่องบินเพิ่มเข้าไป นอกจากนั้น เขายังเป็นคนแรกที่ขายตั๋วชมภาพยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย เพียงไม่กี่ปี เขาสามารถขยายตลาดตั๋วภาพยนตร์จากที่มีการซื้อขายออนไลน์อยู่เพียง 10% มาเป็น 60% ได้สำเร็จ

แต่ Wang ก็ยังใช้เงินทุ่มตลาดต่อไป และการทำเช่นนั้น ทำให้เขาต้องเริ่มการระดมทุนครั้งใหม่มูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐเร็วขึ้น แต่ในรอบนี้ Alibaba ตัดสินใจไม่ลงทุนเพิ่มให้กับ Meituan แล้ว

Wang Huiwen ผู้ร่วมก่อตั้ง Meituan เพื่อนของ Wang Xing กล่าวถึงการไม่ร่วมลงทุนของ Alibaba ว่า มาจากการที่ Meituan ไม่ยอมผนวกระบบของตัวเองเข้ากับ Alibaba อย่างสมบูรณ์ เนื่องจาก Wang Xing เกรงว่า Alibaba จะเข้ามาครอบงำธุรกิจของพวกเขาไปในที่สุด ส้มเลยหล่นใส่ Tencent ที่เงื่อนไขน้อยกว่า โดย Tencent พร้อมลงทุนใน Meituan เป็นเงิน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐก็จริง แต่ก็ให้สิทธิบริหารงาน Meituan อย่างอิสระแก่ Wang ต่อไป

“มันเป็นการเจรจาที่ราบรื่นมาก เพราะสิ่งที่เรามี เป็นที่ต้องการของเขา ส่วนสิ่งที่เราต้องการ Tencent ก็มีให้เราเช่นกัน” Wang กล่าว

แต่แน่นอนว่า การรับการลงทุนจาก Tencent คือการตัดสัมพันธ์กับ Alibaba อย่างเป็นทางการ และนั่นคือจุดกำเนิดของศัตรูคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของวงการ Food Delivery จีน

Wang กำลังจะชนะ?

ปัจจุบัน คนขับส่งอาหารของ Meituan มียอดการจัดส่งอาหารเฉลี่ยต่อวัน 25 ครั้ง (เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 3 ปีก่อน 8 ครั้ง) หรือคิดเป็นตัวเลขการจัดส่งอาหารต่อวันประมาณ 20 ล้านครั้ง โดยเบื้องหลังเส้นทางการวิ่ง มี AI คอยช่วยคนขับในการวางแผนเส้นทางด้วย

ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับบริการของ Grubhub ผู้นำในธุรกิจ Food Delivery ของสหรัฐอเมริกาก็ต้องบอกว่า Grubhub น้อยกว่าอย่างเทียบไม่ได้ โดยมียอดวันละไม่ถึง 500,000 ครั้งเท่านั้น

เหตุที่เป็นเช่นนั้นมาจาก 3 เหตุผล โดยข้อมูลจาก iResearch ระบุว่า หนึ่งคือความหนาแน่นของเมืองระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกานั้นแตกต่างกันมาก โดยความหนาแน่นของการพักอาศัยในเมืองใหญ่ของจีนนั้นอยู่ที่ 2,426 คนต่อหนึ่งตารางกิโลเมตร มากกว่าอเมริกา 8 เท่า

สองคือสหรัฐอเมริกามีเมืองเพียง 10 เมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 1 ล้านคนขึ้นไป ในขณะที่จีนมีถึง 156 เมืองทั่วประเทศ

ประการที่สามคือ ต้นทุนในการจัดส่งอาหารในจีนถูกกว่าอเมริกาถึง 5 เท่า (จีนมีต้นทุนอยู่ที่ 1 เหรียญสหรัฐเท่านั้น) และตลาด Food Delivery ที่ใหญ่ขนาดนี้ เป็นของ Meituan ถึง 63% (อ้างอิงจาก Bernstein Research) ส่วน Alibaba ต้องเทเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐเพียงเพื่อจะแย่งตลาดส่วนที่เหลือ

Wang Xing ยังได้คาดการณ์โดยอ้างอิงจากงบการเงินของ Alibaba ว่า Alibaba จะมีเงินทุ่มลงในตลาด Food Delivery ในสเกลนี้อีกแค่ 12 เดือนเท่านั้น นั่นคือหาก Meituan อดทนจนพ้น 12 เดือนนี้ไปได้ คู่แข่งยักษ์ใหญ่ก็จะหายไปอีกหนึ่งรายอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้ จึงอาจกล่าวได้ว่าในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เค้กก้อนใหญ่ในอุตสาหกรรมออนไลน์ของจีนที่เคยตกเป็นของพี่น้องค้างคาวอย่าง Alibaba, Baidu, และ Tencent มาโดยตลอดนั้นเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว โดยเริ่มมีคนรุ่นใหม่ก่อตั้งบริษัทเพิ่มขึ้น และความสามารถของธุรกิจก็เริ่มไล่ตามบริษัทพี่ใหญ่มากขึ้นด้วยเช่นกัน Meituan ของ Wang ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีที่เข้ามาจับใจผู้บริโภค และเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้ในคราวเดียวกัน และทำให้เขาได้รับการยกย่องจาก Kathy Xu ผู้ก่อตั้ง Capital Today Group ที่กล่าวว่า

“Wang เป็นคนที่มุ่งมั่นมากทีเดียว ถ้าเขาได้ตัดสินใจที่จะทำอะไรแล้ว เขาจะทำมันให้สำเร็จให้จงได้”

ครึ่งปีแรกของปี 2018 ว่ากันว่า Meituan มีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดส่งอาหารของประเทศจีนถึง 60% สูงกว่า Aibaba ตามมาด้วย Ele.me ของ Alibaba 36% และ Baidu Waimai 3% และถ้าหากว่าทุนที่ Alibaba ใส่เข้ามาให้ธุรกิจนี้จะยืนยาวต่อไปอีก 1 ปีจริง ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่า Meituan จะครองธุรกิจนี้ในตลาดที่มีประชากรมากที่สุดในโลกไปเลย … ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป ว่า Jack Ma จะไม่ลุยต่อในธุรกิจที่ที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของผู้คนมากขนาดนี้? และยอมให้เด็กรุ่นใหม่ที่วิจารณ์เขาถึงพริกถึงขิงขนาดนั้นลูบคมได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ